ธปท.เผยเศรษฐกิจ Q3/68 ‘ลงทุน-บริโภค’ ชะลอ ลุ้นคนละครึ่งพลัสหนุนใช้จ่าย
ธปท.เผยเศรษฐกิจไตรมาสที่ 3/68 ชะลอตัวจากการปิดโรงงานการผลิตอุตสาหกรรมชั่วคราว ด้านการลงทุนภาคเอกชนหดตัว -4.5% ตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา ส่วนภาคการส่งออกยังโตได้ทั้งเดือน ก.ย.-Q3/68 ตามวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ขาขึ้น ภาคท่องเที่ยวโต 1.7% จำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 26.2 ล้านคน มองมาตรการคนละครึ่งพลัสหนุนบรรยากาศใช้จ่ายดีขึ้น เป็น Upside เศรษฐกิจไตรมาสที่ 4/68 แต่ใส่ไว้ในประมาณการจีดีพีปีนี้ 2.2% แล้ว
นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในเดือนกันยายน 2568 เทียบกับเดือนก่อนปรับดีขึ้น และไตรมาสที่ 3/2568 ชะลอลงจากไตรมาสก่อน โดยภาคผลิตอุตสาหกรรมเดือนกันยายนปรับเพิ่มขึ้น 3.3% จากเดือนก่อน
สาเหตุจากปัจจัยหยุดการผลิตชั่วคราวเพื่อปรับกระบวนการผลิต ทยอยกลับมาเปิดในทุกกลุ่มสินค้า เช่น อาหารและเครื่องดื่ม ปิโตรเลียม และยานยนต์ แต่ในภาพรวมในไตรมาสที่ 3/2568 ปรับลดลง -3.4% เทียบไตรมาส 2/2568
ส่วนภาคการส่งออกเดือน ก.ย.ปรับเพิ่มขึ้น 0.9% จากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ตามวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ขาขึ้น รวมถึงมีความต้องการ AI และ Data Center แต่เห็นการชะลอในหมวดสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และหากเทียบไตรมาสที่ 3/2568 ขยายตัว 0.7% จากเดิมที่คาดว่าจะติดลบจากนโยบายภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) แต่การส่งออกยังขยายตัวเป็นบวก รวมถึงการส่งออกไปสหรัฐยังขยายตัว 26.4% ส่งผลให้เดือน ก.ย. และไตรมาสที่ 3/2568 ภาคการส่งออกยังปรับเพิ่มขึ้น
“ตัวเลขการส่งออกที่โตเยอะมาจากการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีทั้งการนำเข้าและผลิตเองในประเทศ หากดูว่าเป็นสินค้าสวมสิทธิ์ Transshipment เราคิดว่าคงไม่ใช่ทั้งหมด แต่ต้องดูรายละเอียดว่านิยามว่าอะไร แต่ส่วนใหญ่ที่โตมาจากวัฏจักรขาขึ้นของอิเล็กทรอนิกส์ และเรายังต้องติดตามการส่งออกจากนโยบายภาษีสหรัฐ”
สำหรับภาคการท่องเที่ยวในแง่จำนวนรายและรายรับปรับเพิ่มขึ้น โดยในส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือน ก.ย.อยู่ที่ 2.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.8% จากเดือนก่อน มาจากตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ 3 สัญชาติ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และจีน ที่ทยอยฟื้นตัว ขณะที่รายรับปรับเพิ่มขึ้น 12.6% จากเดือนก่อน โดยในไตรมาสที่ 3/2568 จำนวนนักท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้น 1.7% จากไตรมาสก่อน แต่รายรับปรับลดลง 0.5% ซึ่งโดยรวมจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 26.2 ล้านคน
ส่วนการบริโภคเอกชนเดือน ก.ย.ปรับลดลง -0.8% เนื่องจากคนไทยชะลอการท่องเที่ยว โดยในไตรมาสที่ 3/2568 ขยายตัว 0.4% มาจากการใช้จ่ายภาครัฐ โดยความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปัจจัยการเมืองที่มีความชัดเจนขึ้น และมาตรการคนละครึ่งพลัส แต่โดยรวมยังถูกกดดันจากเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้าและค่าครองชีพสูงกดดันการบริโภค
“มาตรการคนละครึ่งพลัสที่มีการใช้จ่ายคึกคัก เราได้ใช้ไปในประมาณการตัวเลขการเติบโตปีนี้ที่ระดับ 2.2% แล้ว แต่หากมีการใช้จ่ายมากกว่าคาดจะเป็น Upside เพิ่มขึ้นในตัวเลขไตรมาสที่ 4/68 และเป็นผลบวกในเชิง Sentiment ของตลาด”
ขณะที่การลงทุนเดือน ก.ย.หดตัว -4.5% มาจากเครื่องจักรอุปกรณ์ ส่วนการลงทุนภาคการก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้น ในหมวดภาคอุตสาหกรรม แต่ก่อสร้างที่อยู่อาศัยซบเซาตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ได้ขยายตัว โดยภาพในไตรมาสที่ 3/2568 การลงทุนหดตัว -1.0% ตามหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงยานยนต์ เป็นต้น
ตลาดแรงงานทรงตัว ทั้งในเดือน ก.ย. และไตรมาสที่ 3/2568 โดยจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 (ม.33) ทรงตัว ภาคบริการการจ้างงานทรงตัว ยกเว้นภัตตาคาร และภาคก่อสร้างที่ปรับลดลงตามภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยรวมตลาดแรงงานทรงตัว และผู้ขอรับสิทธิว่างงาน ทั้งสะสมและรายใหม่ทรงตัวเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี ภายใต้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า และการแข่งขันที่สูงยังคงต้องติดตามสถานการณ์ตลาดแรงงาน
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลง จากเดือนก่อนอยู่ที่ -0.79% มาอยู่ที่ -0.72% มาจาก 2 หมวดคือ อาหารสดและพลังงาน โดยอัตราเงินเฟ้อชะลอจากเดือนก่อนอยู่ที่ 0.65% อยู่ที่ 0.81% ส่วนไตรมาสที่ 3/2568 เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.74% จากไตรมาสก่อน -0.35%
ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ก.ย. เกินดุล 1,900 ล้านดอลลาร์ โดยเกินดุลการค้าจากการส่งออกที่ปรับดีขึ้น ดุลบริการและเงินโอนลดลงจากการส่งเงินประเทศที่น้อยลงกว่าเดือนก่อน และไตรมาสที่ 3/2568 เกินดุลบัญชีเดินสะพัด 2,700 ล้านดอลลาร์ ตามดุลการค้าปรับเพิ่มตามการส่งออก
ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนในเดือน ก.ย.ปรับแข็งค่า และเดือน ต.ค.ปรับอ่อนค่า มาจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยในเดือน ก.ย.ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์แข็งค่ามาจาก 2 ปัจจัยคือ ตลาดคาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากตัวเลขตลาดแรงงานออกมาแย่กว่าคาด และปัจจัยการเมืองในไทยปรับดีขึ้น ส่งผลให้ดัชนีเทียบคู่ค้าคู่แข่ง (NEER) แข็งค่า และเดือน ต.ค.เงินบาทอ่อนค่า มาจากเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า เนื่องจากคนกังวลเรื่องสงครามการค้าสหรัฐและจีน และผลจากตลาดทองคำโลกทำให้เดือน ต.ค.เงินบาทอ่อนค่า
“แนวโน้มเศรษฐกิจมองไปข้างหน้า ฟื้นตัวจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หยุดผลิตทยอยกลับมา ซึ่งส่งผลดีต่อภาคการบริการที่เกี่ยวข้อง การส่งออกสินค้าที่ดีจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์ และภาคการท่องเที่ยว และอุปสงค์ในประเทศฟื้นตัวจากปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อย่างไรก็ดี ต้องติดตามการฟื้นตัวภาคผลิตอุตสาหกรรม ผลกระทบจากนโยบายภาษีสหรัฐ และผลกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ”