เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Finance 5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
Biz Movement Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 65,000 บาท
‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
Politics ‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
Real Estate ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
Politics จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
Politics รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
Politics เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ปกรณ์ยังไม่เห็นคำร้อง ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษ ยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย
Politics ปกรณ์ยังไม่เห็นคำร้อง ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษ ยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย
ดูทั้งหมด

‘ทรัมป์’ อาจไม่ถูกล้มทั้งกระดาน คดีภาษีในชั้นศาลสูงสุด

07 พ.ย. 2568 | 16:24น.

ศาลสูงสุดสหรัฐ (Supreme Court) เสร็จสิ้นการซักถาม และฟังการโต้แย้งด้วยวาจาครั้งแรกจากฝ่ายโจทก์และจำเลย กินเวลานานเกือบสามชั่วโมง ซึ่งยาวนานกว่าที่ศาลกำหนดไว้เกือบสองเท่า ในคดีการใช้อำนาจออกนโยบายภาษี ตามกฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA 1977) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 5 พฤศจิกายน เวลาท้องถิ่น ทำให้หลายฝ่ายโดยเฉพาะคู่ค้าของสหรัฐต่างจับตาคดีนี้ ที่แม้จะเป็นกระบวนการภายในของสหรัฐ แต่ส่งผลกระทบระดับโลกว่า ผู้พิพากษาฝั่งอนุรักษนิยม 6 คน และเสรีนิยม 3 คน จะวินิจฉัยไปในทิศทางใด

คดีนี้ไม่ใช่เพียง “คดีภาษี” แต่คือคดีที่เกี่ยวพันถึงอำนาจประธานาธิบดี ซึ่งทำให้คำตัดสินในท้ายที่สุดของศาลสูงสุดเกี่ยวกับอำนาจทางภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์อาจไม่ใช่คำตอบง่าย ๆ ว่า “ภาษีทรัมป์” ถูกหรือไม่ถูกกฎหมาย ซึ่งทนายความด้านการค้าและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคาดว่า ศาลสูงสุดจะทำให้วาระทางเศรษฐกิจของทรัมป์มีความซับซ้อน แต่อาจไม่ได้ทำลายภาษีทิ้งทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาศาลชั้นต้นตัดสินว่าทรัมป์ไม่มีอำนาจบังคับใช้ภาษีโดยไม่ผ่านสภา

เดฟ ทาวน์เซนด์ หุ้นส่วนฝ่ายการค้าระหว่างประเทศของบริษัทกฎหมายดอร์ซีย์ แอนด์ วิตนีย์ (Dorsey & Whitney LLP) ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ศาลจะไม่ตัดสินคดีนี้ในแบบยืนยัน หรือยกเลิกภาษีศุลกากรไปเลย

“ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะมีคำตัดสินที่ไม่ใช่แบบสองขั้ว” ไรอัน มาเจอรัส ทนายความประจำสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยแรกของทรัมป์ กล่าวกับแอกซิออส (Axios) มาเจอรัสกล่าวอีกว่า ผู้พิพากษาอาจตัดสินว่าทรัมป์สามารถกำหนดภาษีศุลกากรได้ฝ่ายเดียว แม้ว่าจะทำได้ในบางกรณีเท่านั้น ขณะเดียวกัน ก็กำหนดกรอบเวลาในการบังคับใช้ที่อาจเป็นไปได้

“เมื่อผู้พิพากษาพิจารณาคดีร่วมกัน พวกเขาน่าจะพยายามหาวิธีจำกัดขอบเขตการตัดสินใจเพื่อให้เสียงเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นในผลลัพธ์ขั้นสุดท้าย” เขากล่าวเสริม

สิ่งที่น่าจับตามองคือว่า แม้ศาลสูงสุดจะยกเลิกภาษีศุลกากรของทรัมป์บางส่วนหรือทั้งหมด สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปก็ยิ่งคลุมเครือมากขึ้น

ในจุดหนึ่ง ผู้พิพากษา เอมี่ โคนี บาร์เรตต์ ยกประเด็นความเป็นไปได้ว่าการคืนเงินภาษีอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก

“หากพวกเขาตัดสินว่าภาษีศุลกากรนั้นผิดกฎหมาย… จะมีการส่งคดีคืนไปยังศาลชั้นล่างเพื่อพิจารณามาตรการเยียวยา” โรเบิร์ต ชาปิโร หุ้นส่วนของบริษัทกฎหมายทอมป์สัน โคเบิร์น (Thompson Coburn LLP) ของสหรัฐกล่าว

ยิ่งศาลสูงสุดใช้เวลานานเท่าใดในการตัดสิน จำนวนเงินภาษีศุลกากรก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น

บทวิจารณ์ส่วนใหญ่ที่ตามมาล้วนมุ่งเน้นไปที่ภาษีศุลกากรที่ขณะนี้เก็บมาได้มูลค่า 195,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.3 ล้านล้านบาท) ที่รัฐบาลสหรัฐอาจจำเป็นต้องคืน และการขาดกลไกที่มีอยู่สำหรับการคืนภาษี ซึ่งตามที่สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในเอกสารยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า สหรัฐอาจต้องคืนเงิน 7.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24 ล้านล้านบาท) หรือถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32 ล้านล้านบาท) หากศาลตัดสินว่าภาษีศุลกากรดังกล่าวผิดกฎหมาย และหากศาลรอจนถึงฤดูร้อนหน้า (มิถุนายน 2026) จึงจะออกคำตัดสินดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีคำถามว่าจะส่งผลกระทบต่อข้อตกลงการลงทุนมูลค่ามหาศาลที่ทรัมป์ได้รับจากต่างประเทศอย่างไร ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นการลงทุนเพื่อแลกอัตราภาษีที่ลดลง

หากทรัมป์ไม่สามารถกำหนดภาษีศุลกากรได้เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่กลับคืนอำนาจนั้นให้กับรัฐสภาแทน ประเทศต่าง ๆ อาจผิดสัญญาที่ให้ไว้หรือไม่ ซึ่งเป็นแค่สมมุติฐาน แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

ฉากทัศน์เกี่ยวกับผลกระทบจากคำตัดสิน 1) คำตัดสินของศาลสูงสุดจะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ เนื่องจากการยั่วโมโหหรือทำให้ทรัมป์ไม่พอใจนั้นไม่เป็นผลดีต่อประเทศส่วนใหญ่ และอย่างน้อยเขาก็ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ทรัมป์น่าจะยังคงใช้มาตรา 232 และ 301 ควบคุมภาษีศุลกากรบางส่วน

นอกจากนี้ ข้อตกลงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศบางฉบับดูคลุมเครือมากจนประเทศต่าง ๆ อาจวางแผนที่จะชะลออยู่แล้ว

2) หลายประเทศอธิปไตยไม่ชอบถูกรีดไถ และจะรีบเร่งใช้ทางออกแรกที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากศาลทำเกินกว่าที่บางคนคาดเอาไว้ และจำกัดอำนาจตามมาตรา 232 และ 301 ของทรัมป์

ยากที่จะระบุว่ามีบริษัทและรัฐในสหรัฐกี่แห่งที่พึ่งพาการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสำหรับสิ่งต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน สำหรับบริษัทที่ทำเช่นนั้น อาจจำเป็นต้องมีการแก้ไขกันครั้งใหญ่

ดังนั้น การที่ทรัมป์บอกว่าคดีนี้เป็นเรื่องของความเป็นความตายของประเทศสหรัฐอย่างแท้จริงนั้น จึงถูกบางฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกินจริง เพราะแท้จริงแล้วเป็นเรื่องของความเป็นความตายของนโยบายเศรษฐกิจของเขา และบางทีอาจรวมถึงการลงทุนที่ได้เจรจาไว้ด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษีทรัมป์ ศาลสูงสุด