Skip to content

ไตรมาส 3/2025 จีดีพีฟิลิปปินส์ โตช้าเหลือ 4% ภัยธรรมชาติฉุด

07 พ.ย. 2568 | 17:21น.
ไตรมาส 3/2025 จีดีพีฟิลิปปินส์ โตช้าเหลือ 4% ภัยธรรมชาติฉุด

เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ไตรมาสที่ 3/2025 เติบโตในอัตราที่ช้าลง เหลือ 4% หลังจากเผชิญผลกระทบจากภัยธรรมชาติ พายุไต้ฝุ่นหลายลูก น้ำท่วม และซ้ำด้วยเรื่องฉาวเกี่ยวกับการทุจริตการจัดการปัญหาน้ำท่วมของรัฐ

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ฟิลิปปินส์ ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ขยายตัว 4% เป็นการเติบโตในอัตราที่ช้าลงกว่าไตรมาสที่ 2/2025 ซึ่งขยายตัว 5.5% และช้ากว่าไตรมาสที่ 3/2024 ซึ่งอยู่ที่ 5.24%

อัตราการเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงปัญหาทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ภัยธรรมชาติ ภาษีศุลกากรสหรัฐ ไปจนถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก อีกทั้งเป็นการเติบโตรายไตรมาสที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีความเสี่ยงต่อพายุไต้ฝุ่นและภัยน้ำท่วมเป็นพิเศษ มีพายุพัดขึ้นฝั่งเฉลี่ยปีละ 20 ลูก โดยถือเป็นเรื่องปกติในช่วงฤดูมรสุม ราวเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ที่ภัยพิบัติมักทิ้งร่องรอยความเสียหาย กระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งในปี 2024 รัฐบาลโทษว่าการเติบโตในไตรมาส 3/2024 ช้าลงเป็นผลมาจากพายุไต้ฝุ่น

ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า ในปี 2025 ฟิลิปปินส์ถูกพายุไต้ฝุ่นพัดถล่มหลายลูก ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานถึง 18.4 พันล้านเปโซ (ราว 1 หมื่นล้านบาท) และภาคการเกษตรเสียหาย 7.2 พันล้านเปโซ (ราว 3.9 พันล้านบาท)

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พายุไต้ฝุ่นคัลแมกี (Kalmaegi) หนึ่งในพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดในปีนี้ พัดถล่มฟิลิปินส์อีกหนึ่งลูก โดยเมืองเซบู (Cebu) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าในภาคกลางฟิลิปปินส์ เป็นเมืองที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในประเทศ รอยเตอร์ (Reuters) รายงานเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 114 ราย และยังสูญหายอีก 127 ราย

แม้ยังไม่มีรายงานผลกระทบทางเศรษฐกิจจากพายุลูกนี้ ซึ่งพัดถล่มฟิลิปินส์และเมืองศูนย์กลางการค้าอย่างเมืองเซบู แต่คาดว่าตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจจะกระทบต่อจีดีพี และมีแนวโน้มพลาดเป้าหมายการเติบโตปีนี้ ซึ่งตั้งไว้ระหว่าง 5.5-6.5%

ขณะที่ภัยธรรมชาติสร้างความเสียหายแก่โครงสร้างพื้นฐานแล้ว การเมืองที่อยู่เบื้องหลังก็ยังซ้ำสั่นคลอนประเทศไปอีกขั้น หลังจากพายุพัดถล่ม จนเกิดน้ำท่วมใหญ่ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งสร้างความโกรธแค้นจากประชาชน จนเกิดการประท้วงต่อต้านการทุจริตในโครงการควบคุมน้ำท่วมทั่วประเทศ ซึ่งริเริ่มในปี 2016 สมัยของอดีตประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต

นิกเคอิ เอเชีย รายงานเมื่อวันที่ 11 กันยายนว่า เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ออกคำสั่งเร่งด่วนให้ตรวจสอบโครงการ อีกทั้งยกเลิกงบประมาณ 250.8 พันล้านเปโซ (ราว 1.3 แสนล้านบาท) ซึ่งจัดสรรไว้สำหรับงบประมาณควบคุมน้ำท่วมในปี 2026

ข้อมูลทางการแสดงให้เห็นว่า ในไตรมาส 3/2025 การใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลักขยายตัวเพียง 5.8% ลดลงจากการเพิ่มขึ้น 8.7% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการลดการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลฉุดรั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

โรเบิร์ต แดน โรเซส นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มจาก SM Investments ตั้งข้อสังเกตว่า แรงฉุดที่แท้จริง ต่อการเติบโต ไม่ได้มาจากสภาพคล่อง แต่มาจาก ความเชื่อมั่น โดยเฉพาะธรรมาภิบาลและความน่าเชื่อถือของนโยบาย