ร้อยเอ็ด-ยโสธรจับตา ‘ลุ่มน้ำยัง’ ล้นตลิ่งวันนี้ สทนช.ระดมทุกหน่วยรับมือ
สทนช.จับตาสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะลุ่มน้ำยัง อำเภอโพนทอง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด และพื้นที่จังหวัดยโสธร อำเภอเมืองยโสธร ตำบลดู่ทุ่ง ตำบลเดิด คาดระดับน้ำจะเพิ่มสูง เสี่ยงล้นตลิ่งในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานเร่งนำเครื่องจักร อุปกรณ์ และกำลังเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เสี่ยง
นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 (สทนช.ภาค 3) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศพบว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะลุ่มน้ำยัง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งล่าสุดตรวจวัดระดับน้ำได้ 7.97 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 0.83 เมตร แต่จากฝนที่ตกสะสมและสถานการณ์ฝนที่ยังต่อเนื่อง คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นและมีความเสี่ยงล้นตลิ่งในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569

สทนช.ประเมินพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบรวมประมาณ 66.95 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด ในพื้นที่อำเภอโพนทองและอำเภอเสลภูมิ รวมหลายตำบล และจังหวัดยโสธร ในพื้นที่อำเภอเมืองยโสธร ตำบลดู่ทุ่งและตำบลเดิด ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม
“คาดว่าระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความเสี่ยงระดับน้ำล้นตลิ่งในวันนี้ (30 กรกฎาคม 2569)” นายธรรมพงศ์กล่าว
นายธรรมพงศ์กล่าวว่า สทนช.ได้บูรณาการร่วมกับจังหวัด สำนักงานชลประทาน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด คณะกรรมการลุ่มน้ำชี และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อดำเนินมาตรการตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 โดยตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 29 กรกฎาคม ได้ส่งเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์เข้าประจำจุดเสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณประตูระบายน้ำกุดปลาเข็ง ลำน้ำยัง
พร้อมเตรียมรถอพยพ เรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ และกระสอบทราย เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือน รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือ ขณะเดียวกัน สทนช.ภาค 3 อยู่ระหว่างจัดทำแผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำยัง จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเสนอคณะกรรมการลุ่มน้ำชี ใช้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในระยะยาว

รายงานข่าวจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีฝนตกหนักสูงสุดในหลายพื้นที่ โดยภาคเหนือวัดปริมาณฝนสูงสุดที่จังหวัดน่าน 172 มิลลิเมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดนครราชสีมา 141 มิลลิเมตร ภาคตะวันออกจังหวัดตราด 136 มิลลิเมตร และภาคใต้จังหวัดพังงา 117 มิลลิเมตร
ขณะที่วันนี้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนช่วงวันที่ 31 กรกฎาคม-4 สิงหาคม ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคใต้ฝั่งตะวันตก
ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 44,906 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 56% ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การได้ 20,784 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 37% ของความจุเก็บกัก
ขณะที่ สทนช.ยังคงประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในหลายจังหวัด ระหว่างวันที่ 27-31 กรกฎาคม 2569 รวมถึงเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 28 กรกฎาคม-1 สิงหาคม บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา แม่กลอง และท่าจีน ซึ่งอาจส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ชุมชนนอกคันกั้นน้ำ และบางเส้นทางสัญจรในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดชายฝั่งใกล้เคียง


