เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตาเจ้าพ่อสวนน้ำ “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ” กู้วิกฤต “สวนสยาม” อาณาจักรหมื่นล้าน ในวันธุรกิจร่วงโรย
Business จับตาเจ้าพ่อสวนน้ำ “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ” กู้วิกฤต “สวนสยาม” อาณาจักรหมื่นล้าน ในวันธุรกิจร่วงโรย
‘คอนโดซ่อนปริศนา’ คว้าชนะเลิศรางวัลชมนาด ครั้งที่ 15 แบงก์กรุงเทพ-ประพันธ์สาส์น หนุนงานเขียนสตรีไทยสู่เวทีโลก
Biz Movement ‘คอนโดซ่อนปริศนา’ คว้าชนะเลิศรางวัลชมนาด ครั้งที่ 15 แบงก์กรุงเทพ-ประพันธ์สาส์น หนุนงานเขียนสตรีไทยสู่เวทีโลก
THAI แจ้งตลาดฯ สั่ง “ชาย เอี่ยมศิริ” หยุดหน้าที่ซีอีโอ เซ่นปมวิกฤตน้ำท่วม ตั้ง “สัมฤทธิ์” แทน
Business THAI แจ้งตลาดฯ สั่ง “ชาย เอี่ยมศิริ” หยุดหน้าที่ซีอีโอ เซ่นปมวิกฤตน้ำท่วม ตั้ง “สัมฤทธิ์” แทน
ไวไว : แบรนด์ไทย 54 ปี ไม่หยุดปรับตัว เพื่ออยู่ในใจคนรุ่นใหม่
Business ไวไว : แบรนด์ไทย 54 ปี ไม่หยุดปรับตัว เพื่ออยู่ในใจคนรุ่นใหม่
RTC เชียงใหม่ คัมแบ็ก ส่งรถเมล์ EV วิ่งสาย 24 รับยี่เป็ง
เศรษฐกิจภูมิภาค RTC เชียงใหม่ คัมแบ็ก ส่งรถเมล์ EV วิ่งสาย 24 รับยี่เป็ง
แสนสิริ-ไทยพาณิชย์ หนุนประเพณี “ถือศิลกินผัก” ภูเก็ต สู่ปีที่ 14
เศรษฐกิจภูมิภาค แสนสิริ-ไทยพาณิชย์ หนุนประเพณี “ถือศิลกินผัก” ภูเก็ต สู่ปีที่ 14
ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,200 บาท
เอกนิติ คาดน้ำท่วมกระทบเศรษฐกิจไม่ถึง 0.1% ยันพร้อมจัดประชุม IMF-WB
Finance เอกนิติ คาดน้ำท่วมกระทบเศรษฐกิจไม่ถึง 0.1% ยันพร้อมจัดประชุม IMF-WB
‘อมตะซิตี้ ชลบุรี’ น้ำท่วมยังสูงเร่งสูบ 4.25 หมื่น ลบ.ม./ชม. รัฐจ่อทำแก้มลิงช่วย
Economic ‘อมตะซิตี้ ชลบุรี’ น้ำท่วมยังสูงเร่งสูบ 4.25 หมื่น ลบ.ม./ชม. รัฐจ่อทำแก้มลิงช่วย
ชัชชาติ เร่งกู้ ‘สะพานสูง-ลาดกระบัง’ รับมือฝน 5-8 ต.ค. เปิดระบบเยียวยาออนไลน์วันนี้
News ชัชชาติ เร่งกู้ ‘สะพานสูง-ลาดกระบัง’ รับมือฝน 5-8 ต.ค. เปิดระบบเยียวยาออนไลน์วันนี้
ดูทั้งหมด

ยุบสภากับอายัด อะไรเกิดก่อน ?

10 พ.ย. 2568 | 14:02น.
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : วิมล ตัน

สัญญาณ “ยุบสภาก่อนปีใหม่” มาแรง

คอนเฟิร์มจากปากนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล บนเวทีสัมมนา Thailand’s Next Frontier ว่า ตั้งใจจะยุบสภาวันที่ 31 มกราคม 2569 แต่ก็ต้องพิจารณาตามสถานการณ์ หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องดูว่าอภิปรายโดยใครและมีวัตถุประสงค์อย่างไร หากเพื่อล้างแค้นหรือเอาคืน ก็จะไม่ปล่อยให้ใครมาโจมตีรัฐบาลโดยไม่มีเหตุผล ถ้าเป็นเกมการเมืองแล้วรัฐบาลสู้เกมนั้นไม่ได้ ก็ยอมให้ยุบสภาได้เลย

ดังนั้น การเปิดสภาวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของรัฐบาลกับฝ่ายค้านว่า ใครจะชิงจังหวะลงมือได้ก่อน !

แต่ปัญหาใหญ่เร่งด่วนที่รอรัฐบาลเร่งดำเนินการ คือ เรื่องการปราบสแกมเมอร์

ไม่ใช่แค่ประชาชนคนไทยที่อยากเห็นปฏิบัติการ “จัดการขั้นเด็ดขาด” เพราะคนไทยตกเป็นเหยื่อ ถูกหลอกลวง สูญเงินเสียชีวิตมากมาย ไม่เท่านั้น สแกมเมอร์ยังเป็น “อุตสาหกรรมการฉ้อโกง” ขยายเครือข่ายกว้างไกล มีทุนระดับชาติเกี่ยวพันอยู่ในหลายประเทศ นำมาซึ่งการกวาดล้างข้ามประเทศ เริ่มจากสหรัฐอเมริกา ออกมาตรการคว่ำบาตรองค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ในพม่าและกัมพูชา การสั่งอายัดทรัพย์สิน บัญชีเงินในธนาคาร

ตามด้วยรัฐบาลจีนที่ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าร่วมปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหา ที่เป็นหัวหน้าเครือข่ายชาวจีน หรือแม้กระทั่งรัฐบาลสิงคโปร์ ที่ออกกฎหมายใหม่ “Protection from Scams Act” ให้อำนาจเจ้าหน้าที่อายัดบัญชีธนาคารได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง หากพบธุรกรรมต้องสงสัย พร้อมประกาศใช้ “โทษโบย” กับผู้กระทำความผิดในคดีสแกมเมอร์

ล่าสุดกว่านั้น คือ ไต้หวันจับกุมผู้ต้องสงสัย 25 คน และอายัดทรัพย์กว่า 4,600 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับ Prince Group กลุ่มทุนสัญชาติกัมพูชา และฮ่องกงสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ Prince Group อีก 2,750 ล้านเหรียญฮ่องกง

ปฏิบัติการเหล่านี้เสมือนแรงกดดันที่ส่งผ่านมายังรัฐบาลไทยด้วยว่า การเพิกเฉยไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป เพราะสแกมเมอร์กำลังเป็นอาชญากรรมไซเบอร์ที่ทำลายเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกันยังทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศในเวทีการเงินโลก

เพราะไทยถูกจับตามองว่า อาจจะเป็น “ที่พักเงิน” หรือ “แหล่งฟอกเงินเทา” โดยมีนักการเมือง ผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง เอื้อประโยชน์ให้กับอาชญากรทุนเทาสามารถฟอกเงินผ่าน “ช่องโหว่” ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคแบบไม่ประสงค์ออกนามให้กับมูลนิธิหรือองค์กรไม่แสวงหากำไร แล้วค่อยผ่องถ่ายเป็นเงินสะอาดเข้ากระเป๋า หรือการฟอกผ่านการซื้ออสังหาริมทรัพย์ และการเคลื่อนย้ายเงินผ่าน “คริปโต” ก็ช่วยให้โอนเงินข้ามประเทศได้รวดเร็วและตรวจสอบได้ยาก

รัฐบาลอนุทินพยายามแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจเอาจริงเอาจัง เริ่มจากตั้งคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย พร้อมกับการสร้างระบบดาต้าบูโร (Data Bureau) ที่สามารถติดตามและตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ พุ่งเป้าไปที่การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะคริปโตเคอร์เรนซี ตลาดรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Money Changer) ตลาดซื้อขายทองคำ และแพลตฟอร์มกระเป๋าเงิน (Private Wallet) ซึ่งต้องยอมรับว่า ช่องทางเหล่านี้ยังขาดการกำกับดูแลที่ชัดเจน

ตามด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระหว่างนายกรัฐมนตรี กับ 15 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ปปง. ป.ป.ท. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ กสทช. กระทรวงการคลัง กระทรวงดีอี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ ธปท. ก.ล.ต. สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ โดยนายอนุทินย้ำว่า เป็นวาระแห่งชาติในการประกาศสงครามกับอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อปกป้องประชาชนจากสแกมเมอร์

ปูเสื่อรอลุ้นกันว่า ระหว่าง “ยุบสภา” กับ “อายัดเงินเทา”

อะไรจะเกิดก่อนกัน