สมาคมการค้าพืชไร่ เข้าพบ รมว.พาณิชย์ เพื่อยื่นหนังสือให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เหตุมีการรับซื้อน้อย ประกอบกับรัฐบาลมีมติอนุมัติ เพิ่มโควตานำเข้าข้าวโพด 1 ล้านตัน กดดันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ พร้อมเสนอ 8 แนวทางแก้ไข
นายเทอดศักดิ์ ลาภจิตรกุศร นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวว่า สมาคมเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ครั้งนี้ (13 พ.ย. 2568) ที่ผ่านมา เพื่อต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคาตามที่กระทรวงพาณิชย์ ประกาศราคารับซื้อไว้ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 9.80 บาท เนื่องจากที่ประกาศนั้นมีผู้ประกอบการอาหารสัตว์รับซื้อน้อยมาก ส่วนใหญ่รับซื้อ กก.ละ 9.10-9.30 บาท อาจเพราะมีตัวเลือกจากการปล่อยให้นำเข้าวัตถุดิบทดแทน จึงทำให้การซื้อขายในประเทศน้อยลงมาก
นายพรเทพ ปู่ประเสริฐ อุปนายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาการนำเข้าวัตถุดิบทดแทนจากต่างประเทศ มีปริมาณค่อนข้างมาก อย่างข้าวสาลี ซึ่งเป็นวัตถุดิบผสมชนิดหนึ่ง หากตามสัดส่วน 3/1 ที่ให้ซื้อในประเทศก่อน ควรมีปริมาณแค่ 1.6 ล้านตัน แต่พบว่าช่วงปี 2566-67 ตัวเลขนำเข้าถึง 2.1-2.5 ล้านตันต่อปี เป็นการกดดันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ ยิ่ง ครม. มีมติอนุมัติกรอบเพิ่มโควตานำเข้าข้าวโพด 1 ล้านตัน ยิ่งเป็นแรงกดดันสภาวะตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศอย่างมาก ราคาจะยิ่งตกหนัก
“ปัจจุบันราคาในประเทศมีความตึงเครียด สภาพคล่องทางการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศแย่มาก กำลังส่งผลเป็นวงกว้าง ตั้งแต่ผู้ประกอบการท้องถิ่น เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไปจนถึงชาวนา ซึ่งมีปลายข้าวเป็นส่วนผสม”
ทั้งนี้ ในหนังสือที่สมาคมการค้าพืชไร่ ยื่นต่อที่ประชุมหารือกับนางศุภจี ขอให้ยกเลิกมติ นบขพ. ที่ให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 ล้านตัน รวมถึงเสนอแนวทาง ดังนี้
1. ยกระดับการกำกับดูแลให้โรงงานอาหารสัตว์ไทยใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และมีเงื่อนไขการรับซื้อให้เกิดสภาพคล่องทางการค้า เพื่อแก้ปัญหาวัตถุดิบภายในประเทศก่อน และมีมาตรการช่วยเหลืออุดหนุนชาวไร่ชาวนาไทยเพื่อแก้ปัญหารายได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
2. ประสานยกเลิกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดพืชจากแหล่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้น และเงื่อนไข ตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2553 ข้อ 5 ข้อยกเว้นและเงื่อนไข ข้อ 5.2 ข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ หรืออาหารสำหรับมนุษย์หรือใช้เพื่อการอุตสาหกรรม
3. กำหนดกฎระเบียบการกำกับดูแลให้ธุรกิจอาหารสัตว์ไทยต้องใช้วัตถุดิบภายในประเทศมาใช้ผลิตอาหารสัตว์
4. ให้ระบุที่บรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์ หรือร้านค้าเนื้อสัตว์ว่า เนื้อสัตว์ที่นำมาขายถูกเลี้ยงด้วยอาหารสัตว์ที่ประกอบด้วยวัตถุดิบจากแหล่งใดบ้าง
5. สนับสนุนให้อาหารสัตว์ไทยหันมาใช้ข้าวเปลือกไทยแทนการใช้ข้าวสาลีจากต่างประเทศ
6. ขอให้รัฐบาลทำการลงทะเบียนเกษตรกร และให้มีการจัดทำข้อมูลพื้นที่การเกษตร และปริมาณผลผลิต ให้ครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพ
7. ชะลอการนำข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์หมวดพลังงานจากต่างประเทศและบริหารกำกับดูแลภายในประเทศเพื่อลดปริมาณอุปทานที่ล้นตลาดภายในประเทศ
8. คงมาตรการกำหนดให้โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดแห้ง 14.5% ที่ราคา 9.80 บาท/กก. และความชื้น 30% ที่ 7.05 บาท/กก. หน้าโรงงานอาหารสัตว์ที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อถ่วงดุลปัญหาการกดราคารับซื้อที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก
“อยากให้ทางส่วนราชการกับภาคเอกชนที่อยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรม ที่จะสามารถพอจะซัพพอร์ตผลผลิตเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรภายในประเทศไทย”