School of Tomorrow สร้างผู้นำรุ่นใหม่รับวันโลกเปลี่ยน-
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ ร่วมกับมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท ประจำประเทศไทย และบริษัท ดิ วันโอวัน เปอร์เซนต์ จำกัด เปิดตัวโรงเรียนอนาคต (School of Tomorrow)ที่จะสร้างประสบการณ์เรียนรู้แนวใหม่ เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่านการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ
“รศ.เกศินี วิฑูรชาติ” อธิการบดี มธ. กล่าวว่า โลกยุคดิจิทัลทำให้ทุกส่วนของโลกเชื่อมโยงกันผ่านเทคโนโลยี อีกทั้งการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบที่คาดการณ์ได้ยาก ซึ่งสังคมไทยจะก้าวต่อไป และสามารถแข่งกับประเทศต่าง ๆ ได้นั้น ต้องมีผู้นำรุ่นใหม่ที่พร้อมจัดการกับโลกแห่งความไม่แน่นอนในอนาคต จึงเป็นที่มาของวิสัยทัศน์ของ มธ. ที่จะสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้สังคมไทยและนานาชาติ โดยได้ตั้งเป้าหมายในการปลูกฝังบัณฑิตของ มธ. ให้มีคุณลักษณะ 6 ข้อ หรือเรียกว่า GREATS เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำแห่งศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย
หนึ่ง รู้เท่าทันโลกและสังคม (global mindset)
สอง มีความรับผิดชอบ (responsibility)
สาม สื่อสารอย่างสร้างสรรค์และทรงพลัง (eloquence)
สี่ มีสุนทรียะในจิตใจ (aesthetic appreciation)
ห้า เป็นผู้นำทีม (team leader)
หก มีจิตวิญญาณเพื่อรับใช้ประชาชนและสังคม (spirit of Thammasat)
การเปิดโครงการโรงเรียนอนาคตในครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนแปลงต้นกล้าที่จะบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ผู้นำรุ่นใหม่ในตัวของเยาวชน ผ่านประสบการณ์เรียนรู้รูปแบบใหม่ที่จะเปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกลและปลูกฝังวิธีคิดที่จะติดตัวเขาเหล่านั้นไปในอนาคต
“กิจกรรมในโครงการทั้งหมดที่จัดขึ้นจะช่วยให้เยาวชนดึงศักยภาพในตัวออกมา เพื่อนำเอาศักยภาพ และความสามารถไปใช้ในการพัฒนาสังคมไทยในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมทั้งยังจะเป็นเครือข่ายในการขับเคลื่อนสังคมไทยและนานาชาติ ซึ่ง มธ.ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างผู้นำรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนต้นกล้าเหล่านี้ไปเติบโต และขยายผลในทุกส่วนของสังคมไทย และสังคมโลกต่อไปในอนาคต”
“สตีเน่อ คลัพเพอร์” ผู้อำนวยการมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท (FES) ประเทศไทย มองว่า ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ FES ได้เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนอนาคต เนื่องจากเป้าหมายหลักของ FES ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1925 คือ การส่งเสริมคนรุ่นใหม่ในด้านการศึกษา และการมีส่วนร่วมทางสังคม เพราะเชื่อมั่นว่าทุกประเทศต้องการคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และโลก โดยกล้านำเสนอความคิดใหม่ ๆ ใส่ใจต่อส่วนรวม และไม่ได้สนใจเพียงแต่อนาคตของตัวเองเท่านั้น
“FES หวังว่าน้อง ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโรงเรียนอนาคตในปีแรก จะมีส่วนร่วมในการปลูกอนาคตสังคมไทย ซึ่งประสบการณ์จากโรงเรียนนี้จะเป็นสิ่งที่มีค่า และหาจากที่ไหนไม่ได้ เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้กับวิทยากรทั้งในและนอกแวดวงวิชาการแล้ว ยังจะมีโอกาสได้สะท้อนความคิดและคิดวิพากษ์องค์ความรู้ต่าง ๆ รวมถึงยังได้สร้างเครือข่ายในกลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่จากหลากหลายสาขา”
“ผศ.ปกป้อง จันวิทย์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิวันโอวัน เปอร์เซนต์ จำกัด และบรรณาธิการบริหารสื่อความรู้สร้างสรรค์ บริษัท ดิ วันโอวัน เปอร์เซนต์ จำกัด ขยายความเพิ่มเติมว่า จุดเด่นของโรงเรียนอนาคต คือ ความหลากหลายของนักเรียนที่เข้าร่วม ที่มีทั้งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จนถึงนิสิตและนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากหลากหลายคณะมาเรียนรู้ กิน นอนร่วมกัน 2 สัปดาห์เต็ม ระหว่างวันที่ 8-22 ก.ค. 2561ที่ มธ. ท่าพระจันทร์
โดยจะมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโลกด้านต่าง ๆ ผ่านการแลกเปลี่ยนถกเถียงกับนักวิชาการชั้นนำ การฝึกทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ผ่านการลงมือปฏิบัติการจริงกับตัวจริงในวงการต่าง ๆ ทั้งนักคิด นักเขียน ผู้กำกับ นักออกแบบ นักแสดง นักพูด นักเคลื่อนไหวทางสังคม
ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีการเปิดวงเสวนาเรื่องอนาคตของสังคม เศรษฐกิจ การเมืองไทย กับบุคคลที่สำคัญในวงการต่าง ๆ ของประเทศ ทั้งนักการเมือง นักวิชาการ และเอ็นจีโอ รวมถึงการเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์การเมืองไทยเรื่องสตาร์ตอัพและนวัตกรรมทางธุรกิจ ตลอดจนการตั้งวงสนทนาแบบไม่เป็นทางการหลังอาหารเย็นกับวิทยากรที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจทางความคิด
“เรามองว่าต่อไปโรงเรียนอนาคตจะเป็นตลาดวิชาที่เผยแพร่ความรู้สู่สังคมวงกว้างผ่านเว็บไซต์ ซึ่งจะมีทั้งคลิปการบรรยาย คลิปกิจกรรม เพื่อทำให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องความท้าทายของสังคมไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงกระบวนการเรียนรู้รูปแบบใหม่อีกด้วย”
ถึงตรงนี้ “ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มธ. กล่าวเสริมว่า โรงเรียนอนาคตถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกและสังคมไทยในปัจจุบัน โดยโรงเรียนนี้จะเชื่อมร้อยอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกัน
“โรงเรียนอนาคตจะทำให้นักเรียนเห็นที่มาที่ไป เข้าใจสภาวะที่ดำรงอยู่ และร่วมกันสำรวจหนทางใหม่ ๆ สำหรับอนาคต ผ่านแง่มุมความรู้ และทักษะที่หลากหลาย ตั้งแต่เศรษฐกิจ การเมือง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปะ ภาพยนตร์ สารคดี การเขียนเชิงสร้างสรรค์ เป็นต้น”
“ห้องเรียนนี้ยังมุ่งให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เปิดกว้างและเสรี กระตุ้นความคิดมุมมองใหม่ ๆ ตลอดจนเป็นพื้นที่ที่ทุกคนได้เรียนรู้จากกันและกัน เพื่อสรรค์สร้างวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ดังชื่อโรงเรียนอนาคต หรือ School of Tomorrow”
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
