เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เขย่าพอร์ตไฟฟ้า GPSC ชู SMR ตอบโจทย์ 3 สมดุล
Economic เขย่าพอร์ตไฟฟ้า GPSC ชู SMR ตอบโจทย์ 3 สมดุล
ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ธปท. เร่งปิดทางเงินเทา เทรด USDT หลายแสนล้าน จ่อคุม Payment
Finance ธปท. เร่งปิดทางเงินเทา เทรด USDT หลายแสนล้าน จ่อคุม Payment
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.51% อยู่ที่ 84,750 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.51% อยู่ที่ 84,750 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
“การบินไทย” ประกาศ 3 ตุลาคม พร้อมให้บริการได้ครบทุกเที่ยวบิน
Business “การบินไทย” ประกาศ 3 ตุลาคม พร้อมให้บริการได้ครบทุกเที่ยวบิน
นายกฯ ชู 3 แนวทาง Zero Corruption แก้ทุจริตในระบบรัฐ ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่น
Politics นายกฯ ชู 3 แนวทาง Zero Corruption แก้ทุจริตในระบบรัฐ ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่น
ฮอนด้า หยุดผลิตรถยนต์ชั่วคราว หลังไทยเผชิญ ‘น้ำท่วม’
Automotive ฮอนด้า หยุดผลิตรถยนต์ชั่วคราว หลังไทยเผชิญ ‘น้ำท่วม’
“ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ” เปิดใจสวนสยามเผชิญมหาอุทกภัยใหญ่สุดในชีวิต 90 ปี เสียหายกว่า 500 ล้าน
Business “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ” เปิดใจสวนสยามเผชิญมหาอุทกภัยใหญ่สุดในชีวิต 90 ปี เสียหายกว่า 500 ล้าน
MaxValu จัดโปรปิดตำนาน 42 ปี ลดสูงสุด 70% ก่อนเปลี่ยนเป็น ”ท็อปส์” 16 ต.ค.นี้
Business MaxValu จัดโปรปิดตำนาน 42 ปี ลดสูงสุด 70% ก่อนเปลี่ยนเป็น ”ท็อปส์” 16 ต.ค.นี้
ดูทั้งหมด

เจาะ 7 อินไซต์ เศรษฐกิจดิจิทัล “ไทย” 1.8 ล้านล้าน จาก e-Conomy SEA 2025

27 พ.ย. 2568 | 14:25น.
e-Conomy SEA 2025

สำรวจ 7 อินไซต์ เศรษฐกิจดิจิทัล “ไทย” มูลค่า 1.8 ล้านล้านบาท จากรายงาน e-Conomy SEA 2025 โดย Google, Temasek และ Bain & Company

กูเกิล (Google), เทมาเส็ก (Temasek) และ Bain & Company เปิดตัวรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (e-Conomy SEA Report) ฉบับครบรอบ 10 ปี ที่มีชื่อว่า “From Digital Decade to AI Reality : Accelerating the future in ASEAN”

รายงานฉบับดังกล่าวระบุรายละเอียดเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลของ “ไทย” ในแง่มุมที่น่าสนใจ 7 ประเด็น ได้แก่

เศรษฐกิจดิจิทัลไทยแตะ 1.8 ล้านล้านบาท

เศรษฐกิจดิจิทัลไทยยังคงใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้จะมีอุปสรรคทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น การบริโภคภายในประเทศที่ซบเซาและภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่เศรษฐกิจดิจิทัลไทยก็ยังคงเติบโตได้ดี

คาดการณ์ว่ามูลค่าสินค้ารวม (Gross Merchandise Value หรือ GMV) จะสูงถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.8 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 ซึ่งโตขึ้น 16% จาก 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.5 ล้านล้านบาท) ในปี 2567 โดยมีภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

“วิดีโอคอมเมิร์ซ” มาแรง

อีคอมเมิร์ซยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย และมีการเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค (โตขึ้น 22% จากปีที่ผ่านมา) โดยคาดว่าจะแตะ 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 ซึ่งปัจจัยสำคัญของการเติบโตนี้คือ “วิดีโอคอมเมิร์ซ” ที่กำลังเฟื่องฟู โดยพบว่ามีผู้ขายสินค้าผ่านวิดีโอมากถึง 850,000 ราย ซึ่งพุ่งสูงขึ้นถึง 175% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยเป็นตลาดที่มีจำนวนผู้ขายสินค้าผ่านวิดีโอที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค

ปัจจุบันไทยเป็นตลาดวิดีโอคอมเมิร์ซที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค ด้วยปริมาณธุรกรรมที่สูงถึง 1.3 พันล้านครั้ง โดยปัจจัยหนุนหลักของการเติบโตนี้ คือกลุ่มสินค้าที่ได้รับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคสูง เช่น สินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับ ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็น 21% ของมูลค่าสินค้ารวมของวิดีโอคอมเมิร์ซ การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ และเปิดช่องทางใหม่ ๆ ให้กับผู้ขาย แพลตฟอร์ม และแบรนด์ต่าง ๆ ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคอีกด้วย

“ท่องเที่ยวออนไลน์” ยังเติบโต

การท่องเที่ยวออนไลน์คาดว่าจะโตขึ้น 6% และมูลค่าสินค้ารวมจะแตะ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.5 แสนล้านบาท) ในปี 2568 แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวช้า แต่ไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดการท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การสนับสนุนด้านนโยบายจากภาครัฐเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงและขยายกลุ่มลูกค้าให้หลากหลายขึ้นนอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าชาวจีน ซึ่งรวมถึงการขยายโครงการยกเว้นวีซ่าให้ครอบคลุม 93 ประเทศโดยอนุญาตให้พำนักได้สูงสุด 60 วัน เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น อินเดียและตะวันออกกลาง ก็เป็นปัจจัยกระตุ้นการเติบโตนี้โดยตรงเช่นกัน

ขณะเดียวกันประเทศไทยยังคงเสริมสร้างความเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับโลกโดยเน้นบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานระดับสากล และเดินหน้าเผยแพร่วัฒนธรรมไทยออกสู่สายตาชาวโลก

“Virtual Bank” เปลี่ยนเกมการเงินดิจิทัล

บริการด้านการเงินดิจิทัล (Digital Financial Services หรือ DFS) ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงหนุนจากความมั่งคั่งทางดิจิทัล (Digital Wealth) คาดการณ์ว่าจะเติบโต 29% และมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (Assets Under Management : AUM) แตะ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (8 แสนล้านบาท)

ขณะที่บริการสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Lending) คาดว่าจะมียอดสินเชื่อคงค้าง (Loan Book Balance) สูงถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (5.4 แสนล้านบาท) ในปี 2568 คิดเป็นอัตราการเติบโต 21% ด้านการชำระเงินดิจิทัล (Digital Payments) คาดว่าจะมูลค่าธุรกรรมรวม (Gross Transaction Value หรือ GTV) สูงถึง 1.63 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (5.2 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 โดยโตขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

นอกจากนี้ยังจะมีการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเงินดิจิทัล โดยคาดว่าจะมีธนาคารดิจิทัล 3 แห่งได้รับอนุมัติใบอนุญาตให้เริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2569 มุ่งเน้นไปที่กลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินและธุรกิจ SMEs ขนาดเล็ก ขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อก็ได้ปรับลดลงตามความต้องการสินเชื่อที่ลดลง และยังมีการเพิ่มความเข้มงวดของกฎเกณฑ์การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบเพื่อให้การปล่อยสินเชื่อเป็นธรรมยิ่งขึ้น

“T-Pop” จุดเทรนด์ระดับโลก

สื่อออนไลน์ ได้แก่ วิดีโอออนดีมานด์ เพลงออนดีมานด์ เกม และโฆษณา ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 8% โดยคาดว่ามูลค่าสินค้ารวมจะแตะ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.2 แสนล้านบาท) ในปี 2568

ภาคธุรกิจนี้ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง โดยได้รับแรงหนุนจากโฆษณาที่มาจากการขยายเครือข่ายสื่อค้าปลีก การเจาะตลาดเชิงลึกของวิดีโอคอมเมิร์ซ และการทำแคมเปญโฆษณาที่หลากหลายมากขึ้น ที่น่าสนใจคือกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคที่มีอิทธิพลในด้านต่าง ๆ ยังคงเป็นตลาดหลักที่สำคัญสำหรับการบริโภคเพลง และทำให้เกิดเทรนด์ระดับโลกด้วยเพลง T-Pop

“เรียกรถ-ดีลิเวอรี่” โต 15%

การขนส่งและบริการส่งอาหารออนไลน์ยังเป็นภาคส่วนสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดยโตขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีมูลค่าสินค้ารวมอยู่ที่ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.6 แสนล้านบาท) ในปี 2568 เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจาก 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9.6 หมื่นล้านบาท) ในปี 2566

หลังการแข่งขันที่ดุเดือด และการถอนตัวของผู้ให้บริการรายใหญ่ แพลตฟอร์มที่เหลือจึงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความสามารถในการสร้างผลกำไรด้วยการสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ แพลตฟอร์มต่าง ๆ จึงให้ข้อเสนอที่หลากหลายแก่ผู้บริโภคและสร้างช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ เช่น แพ็กเกจสมาชิก บัตรกำนัลรับประทานอาหารภายในร้าน และโฆษณาในแอป

ปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ ด้วย AI

ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ระดับโลก ประเทศไทยก็กำลังดำเนินกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรระดับประเทศอย่างแข็งขัน ผ่านโครงการริเริ่มของรัฐบาลที่ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อยกระดับทักษะของนักศึกษาและแรงงานสอดคล้องกับความต้องการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ AI ของคนไทย

เห็นได้จากจำนวนผู้ลงทะเบียนเรียนหลักสูตร Generative AI ในไทยที่เพิ่มขึ้นถึง 3.3 เท่า และการที่ภาคเอกชนนำ AI มาใช้จริงในอัตราที่รวดเร็ว ตั้งแต่การใช้ AI วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ในภาคสาธารณสุข ไปจนถึงการตรวจจับการฉ้อโกงในภาคการเงิน

ในด้านผู้ใช้ ประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของผู้ใช้ในระดับสูง โดย 76% ของผู้ใช้ชาวไทยโต้ตอบกับเครื่องมือ AI ทุกวัน ขณะที่ 56% ของผู้ใช้ชาวไทยสนทนากับแชตบอต AI

นอกจากนี้ ความต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังเห็นได้อย่างชัดเจน โดยพบว่าผู้ใช้จำนวนมาก (79%) กำลังเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้าน AI อยู่แล้ว ด้านแรงจูงใจหลักในการใช้ AI ได้แก่ ช่วยประหยัดเวลาในการค้นคว้าและเปรียบเทียบ (45%) เพิ่มความปลอดภัย (35%) และความพร้อมในการสนับสนุนลูกค้าทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง (33%)

โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2568 แอปที่มีฟีเจอร์ AI มีรายได้เติบโตขึ้นถึง 79% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2567

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Google กูเกิล เศรษฐกิจดิจิทัล