อัจฉริยะ ดาโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เล่าว่า SME ไม่จำเป็นต้องใช้ AI ทุกอย่าง แต่ควรให้ AI รับหน้าที่เป็น “ผู้ช่วย” แก้ปัญหาที่ทำให้เสียเวลาในการทำงานประจำ ตัวอย่างเช่น การใช้ Manus AI ช่วยจัดการเอกสาร ตอบอีเมล ค้นข้อมูล หรือวางตารางงาน ทำให้ผู้ประกอบการมีเวลาไปโฟกัสงานขายและงานสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อนเหมือนเดิม
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า SME สามารถใช้เครื่องมือ AI หรือ AI Tools วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อให้รู้ว่า “ลูกค้าต้องการอะไรจริงๆ” ผ่านเครื่องมืออย่าง NotebookLM หรือ Gemini Deep Research ที่ช่วยประมวลผลข้อมูลตลาด คู่แข่ง จุดขาย และราคาที่เหมาะสม ทำให้การออกสินค้าใหม่ไม่ใช่การเดา แต่เป็นการตัดสินใจบนฐานข้อมูลจริง เหมาะกับ SME ที่ต้องการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าแบบตรงเป้า
ขณะเดียวกัน AI Tools จำนวนมากในปัจจุบัน ยังสามารถช่วย SME ทำสื่อได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่เขียนโพสต์ ทำภาพ ทำโลโก้ จัดวางเว็บไซต์ ไปจนถึงทำวิดีโอสั้นโปรโมตสินค้า เช่น ใช้ HeyGen ทำวิดีโอ ใช้ Canva AI ออกแบบเว็บไซต์ และใช้ Gramma.App ทำสไลด์พรีเซนต์ ลดต้นทุนงานครีเอทีฟที่เคยต้องจ้างทีมใหญ่ให้เหลืองานที่ SME สามารถทำได้เองในระดับมืออาชีพ
อย่างไรก็ดี แม้จะมีข้อมูลการวิเคราะห์จาก AI ที่แม่นยำเพียงใด หากพื้นที่การทำงานกดทับพลังใจ ทำให้ขาดสมาธิ เครียด หรือคิดงานไม่ออก ประสิทธิภาพก็ลดลงทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2569 ที่เข้าสู่ฮวงจุ้ยยุค 9 หรือยุคธาตุไฟ และเป็นปีที่ไฟร้อนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี มนุษย์อาจมีความเสี่ยงด้านอารมณ์ ความเร่งรีบ ความขัดแย้ง และเหตุการณ์เกี่ยวกับ “ความร้อน” เช่น ไฟไหม้หรือปัญหาสุขภาพ SME จึงสามารถใช้ AI เพิ่มความแม่นยำในการทำงาน พร้อมจัดสภาพแวดล้อมให้สมดุลเพื่อลดความตึงเครียดในองค์กร