เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

สรุปรวมบริษัทใหญ่เลิกจ้าง เทรนด์เลย์ออฟ 2025

29 ธ.ค. 2568 | 12:21น.

ในปี 2025 กระแสการเลิกจ้างในสหรัฐกำลังประทุขึ้นสูง โดยเว็บไซต์หางานในสหรัฐอย่าง Glassdoor เตือนถึง “การเลิกจ้างถาวร” ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ทยอยลดจำนวนพนักงานทีละเล็กทีละน้อยตลอดทั้งปี แม้ไม่ค่อยเป็นข่าวมากนัก แต่กลับสร้างความหวาดกลัวให้กับกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ประชาชาติธุรกิจรวมเทรนด์ การเลย์ออฟตลอดปี 2025

 

ชาเลนเจอร์ เกรย์ แอนด์ คริสต์มาส (Challenger, Gray & Christmas) บริษัทที่ปรึกษาด้านการจ้างงานในรัฐฟลอริดา สหรัฐ เผยแพร่รายงานการลดจำนวนพนักงาน (JOB CUT ANNOUNCEMENT REPORT) เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา ระบุว่า ตลอดทั้งปีจนถึงเดือนพฤศจิกายน นายจ้างในสหรัฐ ประกาศลดตำแหน่งงานไปแล้ว 1,170,821 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้น 54% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 761,358 ตำแหน่ง

โดยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทต่าง ๆ ประกาศลดตำแหน่งงาน 71,321 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 57,727 ตำแหน่ง แต่ลดลง 53% จากเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งมีการลดตำแหน่งงานถึง 153,074 ตำแหน่ง

จำนวนการเลิกจ้าง นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนพฤศจิกายน อยู่ในระดับสูงสุด รองจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2020 ซึ่งมีการประกาศเลิกจ้างงาน 2,227,725 ตำแหน่ง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และเป็นครั้งที่ 6 นับตั้งแต่ปี 1993 ที่จำนวนการเลิกจ้างงานจนถึงเดือนพฤศจิกายน สูงเกิน 1.1 ล้านตำแหน่ง

ฟอร์จูน (Fortune) นิตยสารธุรกิจระดับโลกสัญชาติสหรัฐ ซึ่งเชี่ยวชาญในหมวดธุรกิจระดับชาติ ระบุว่า อุตสาหกรรมในภาคเทคโนโลยี ยังคงเป็นอุตสาหกรรมภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีการประกาศลดตำแหน่งงาน มากกว่า 150,000 ตำแหน่งในปี 2025 เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ยังคงปรับลดจำนวนพนักงานลง หลังจากช่วงเศรษฐกิจเฟื่องฟู ซึ่งผ่านพ้นไปแล้ว อีกทั้งหันมาใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อย ๆ

ผู้ให้บริการโทรคมนาคม บริษัทด้านอาหาร บริษัทผู้ให้บริการ ร้านค้าปลีก องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และองค์กรสื่อ ต่างก็ปลดพนักงานออกเช่นกัน ในหลายเคสมีการปลดพนักงานในหลักหน่วยเปอร์เซ็นสองหรือสามหลัก 

 

เลย์ออฟแบบต่อเนื่อง ทีละเล็กทีละน้อย

แดเนียล จ้าว หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Glassdoor กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับฟอร์จูนว่า ตัวเลขการเลิกจ้าง 1,170,821 ตำแหน่งนี้ ต่ำกว่าความเป็นจริง โดยอ้างอิงข้อมูลจากแบบสำรวจและรายงานข้อมูลตำแหน่งงานว่าง (Job Openings and Labor Turnover Survey : JOLTS) โดยกรมแรงงานสหรัฐ ซึ่งระบุว่า มีประชากรถูกเลิกจ้างประมาณ 1.7 ล้านคน ในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน 2025

จ้าวกล่าวว่า สิ่งน่าสนใจที่พบในการวิจัยคือ รูปแบบของการเลิกจ้างงานกำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยแทนที่จะเป็นการเลย์ออฟครั้งใหญ่ครั้งเดียว แต่ขณะนี้กลับเป็นการเลย์ออฟแบบต่อเนื่องและการเลย์ออฟทีละน้อย ความกลัวในฟองสบู่ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เกิดขึ้นพร้อมกับความวิตกกังวลของแรงงานและความสิ้นหวังของวัยรุ่นเจน Z ซึ่งมีต่ออัตราการว่างงานที่สูงขึ้น รวมไปถึงการขาดแคลนตำแหน่งงานในระดับเริ่มต้น

ไมค์ วิลสัน นักวิเคราะห์จากมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนชั้นนำและให้บริการทางการเงินข้ามชาติ สัญชาติสหรัฐ เชื่อว่า “ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบต่อเนื่อง” กำลังทำลายล้างเซกเตอร์ต่าง ๆ ของเศรษฐกิจ และตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา การฟื้นตัวแบบต่อเนื่อง เริ่มขึ้น

ขณะที่นักวิเคราะห์จากทั้งโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) และแบงก์ ออฟ อเมริกา รีเสิร์ช (Bank of America Research) ซึ่งเป็นสถาบันการเงินข้ามชาติและทีมวิเคราะห์ของธนาคาร ตามลำดับ ต่างตั้งข้อสังเกตว่า การฟื้นตัวดังกล่าวเป็นการฟื้นตัวทางการเงิน ซึ่งสะท้อนผ่านราคาหุ้นและกำไรที่พุ่งสูงขึ้น และยิ่งกว่านั้น คือความต้องการพนักงานในตำแหน่งงานระดับบริหารที่ลดลงเรื่อย ๆ

ยุคแห่งการเติบโตที่ปราศจากการจ้างงาน (jobless growth) ซึ่งกระบวนการทำงาน สำคัญกว่าทรัพยากรมนุษย์ เห็นได้ผ่านปรากฎการณ์การเลย์ออฟอย่างต่อเนื่อง

จากการวิเคราะห์เทรนด์ชีวิตการทำงาน ปี 2026 ของ Glassdoor (Glassdoor’s Worklife Trends) ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ซึ่งเปลี่ยนจากการลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่ทีเดียวแบบนาน ๆ ครั้ง ไปสู่การเลิกจ้างทีละน้อยแต่ถี่ โมเดลดังกล่าว ช่วยให้ผู้บริหารมีความยืดหยุ่นสูง ลดต้นทุนค่าชดเชยการเลิกจ้างและการปรับโครงสร้าง อีกยังตอบสนองต่อสภาวะตลาดและการนำเอไอมาใช้ โดยไม่กระทบต่อชื่อเสียงและขวัญกำลังใจที่เสื่อมลง จากการเลิกจ้างใหญ่เพียงครั้งเดียว

อย่างไรก็ดี แดเนียล จ้าว อธิบายว่า การกระทำดังกล่าว ทำให้พนักงานอยู่ในภาวะไม่แน่นอน โดยต้องกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในงานที่ทำอยู่ตลอดเวลา และไม่สามารถจดจ่อกับงานได้ ผลลัพธ์สุดท้ายคือ ผู้คนจะยอมรับกับงานใดก็ได้ แทนที่จะเป็นงานที่เหมาะสม

ข้อมูลของ Glassdoor แสดงให้เห็นว่า ปี 2025 พนักงานกล่าวถึงการเลิกจ้างและความไม่มั่นคง สูงกว่าในเดือนมีนาคม ปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงการระบาดของโควิด-19 เสียอีก ขณะที่รายงานของ Challenger พบว่า ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 นายจ้างประกาศแผนการจ้างงาน 497,151 ตำแหน่ง ลดลง 35% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010

ด้วยการจ้างงานที่ต่ำที่สุดในรอบทศวรรษและการเลิกจ้างที่กลายเป็นเรื่องปกติ ผู้หางานจำนวนมากจึงยอมรับงานที่เคยปฏิเสธ เพียงเพื่อที่จะได้มีที่ยืนในตลาดงานที่ไม่เอื้ออำนวยนัก

เบื้องหลังการลดจำนวนพนักงาน มีปัจจัยหลายอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจจัดหาบุคลากรในองค์กร โดยรายงานของชาเลนเจอร์แสดงให้เห็นว่า การปรับโครงสร้าง การปิดหน่วยธุรกิจ และสภาวะตลาดหรือเศรษฐกิจ เป็นสาเหตุหลักของการเลิกจ้างในปี 2025 โดยมีงานหลายหมื่นตำแหน่งที่เชื่อมโยงกับการนำเอไอมาใช้โดยตรง ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา นายจ้างล้วนระบุว่า เอไอเป็นสาเหตุของการลดจำนวนพนักงานมากกว่า 70,000 ตำแหน่ง เนื่องจากการใช้ระบบอัตโนมัติในการทำงานรูทีนและการปรับโครงสร้างทีมให้เข้ากับเครื่องมือใหม่อย่างเอไอ

 

รวมบริษัทใหญ่ เลิกจ้าง 2025

Intellizence บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติแคนาดา ซึ่งโฟกัสข้อมูลเชิงลึกของบริษัทและตลาด รวบรวมข้อมูลการเลิกจ้างและการลดขนาดองค์กร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 19 ธันวาคม 2025 มีบริษัทมากกว่า 5,296 แห่ง ซึ่งประกาศปลดพนักงานจำนวนมาก โดยประชาชาติธุรกิจคัดข้อมูลบริษัทขนาดใหญ่ที่ทำการเลย์ออฟพนักงาน ดังนี้

  • ไมโครซอฟต์ (Microsoft)

ในปี 2025 ไมโครซอฟต์ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ประกาศเลิกจ้างพนักงานหลายครั้ง รวมประมาณ 15,000 ตำแหน่ง เพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน และมุ่งเน้นไปที่เอไอ โดยในเดือนมกราคม มีการลดตำแหน่งงานตามผลการปฏิบัติงานในทุกแผนก เดือนพฤษภาคม ลดตำแหน่งงานประมาณ 6,000-7,000 ตำแหน่ง แผนกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือแผนกผลิตภัณฑ์และวิศวกรรม เดือนมิถุนายน ลดตำแหน่งงาน 300 ตำแหน่ง และเดือนกรกฎาคม ลดตำแหน่งงานอีกมากถึง 9,000 ตำแหน่ง นับเป็นการปลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดของปี ครอบคลุมหลายทีมและหลายสถานที่

  • ดีเอชแอล (DHL)

วันที่ 6 มีนาคม ดีเอชแอล บริษัทด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ประกาศปลดพนักงานครั้งสำคัญ ประมาณ 8,000 ตำแหน่ง ในแผนกไปรษณีย์และพัสดุภัณฑ์เยอรมนี โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการประหยัดค่าใช้จ่ายครั้งใหญ่ “Fit for Growth” เพื่อประหยัดเงินกว่า 1 พันล้านยูโร (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) ภายในปี 2027

  • นิสสัน (Nissan)

วันที่ 12 พฤษภาคม นิสสัน บริษัทผู้ผลิตรถยนต์อันดับสามของญี่ปุ่น ประกาศแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ Re:Nissan ซึ่งรวมถึงแผนการลดจำนวนพนักงานราว 20,000 ตำแหน่งทั่วโลก หรือคิดเป็น 15% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด พร้อมทั้งเตรียมปิดโรงงาน 7 แห่ง จาก 17 แห่ง ภายในปี 2027 เนื่องจากประสบปัญหายอดขายอ่อนแอในสหรัฐและจีน ส่งผลให้ขาดทุนอย่างมหาศาล โดยขาดทุนสุทธิ 6.71 แสนล้านเยน (ราว 1.33 แสนล้านบาท) ในปีสิ้นสุดงบประมาณเดือนมีนาคม

  • อินเทล (Intel)

วันที่ 24 กรกฎาคม บริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่ อินเทล ประกาศว่า ได้ดำเนินการตามแผนลดจำนวนพนักงาน 15% หรือประมาณ 15,000 ตำแหน่ง ซึ่งประกาศไว้เมื่อไตรมาสก่อนหน้า เสร็จสิ้นเกือบหมดแล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างองค์กรที่เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว มีโครงสร้างที่เรียบง่ายและคล่องตัวมากขึ้น บริษัทตั้งเป้าที่จะมีพนักงานประมาณ 75,000 คน ภายในสิ้นปี 2025

  • เนสท์เล่ (Nestle)

วันที่ 16 ตุลาคม อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเนสท์เล่ ประกาศลดจำนวนพนักงานลง 16,000 ตำแหน่ง เนื่องจาก ฟิลิปป์ นาฟราทิล ซีอีโอคนใหม่ต้องการเร่งพลิกฟื้นบริษัท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริษัทกล่าวว่า จะลดตำแหน่งงานออฟฟิศ 12,000 ตำแหน่ง และจะลดลงอีก 4,000 ตำแหน่งในอีกสองปีข้างหน้า นาวราติลเขียนในโพสต์บน LinkedIn ว่า เรากำลังพัฒนาและจะทำให้องค์กรง่ายขึ้น และใช้ระบบอัตโนมัติในกระบวนการทำงาน

  • เมต้า (Meta)

วันที่ 22 ตุลาคม เมต้า บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก ซึ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีเอไอและสร้างโลกเสมือนจริง ประกาศเลิกจ้างพนักงานราว 600 คน ในหน่วยงานเอไอ เนื่องจากบริษัทต้องการลดขั้นตอนการทำงานและทำให้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

  • แอมะซอน (Amazon)

วันที่ 28 ตุลาคม แอมะซอน บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติสหรัฐ ประกาศเลิกจ้างพนักงานในส่วนคอร์ปอเรทกว่า 14,000 ตำแหน่ง เนื่องจากต้องการลดต้นทุนด้านอื่น ๆ และนำงบไปเพิ่มในด้านเอไอ แอนดี้ แจสซี่ ซีอีโอของแอมะซอนกล่าวเมื่อเดือนมิถุนายนว่า การเพิ่มการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) น่าจะนำไปสู่การลดตำแหน่งงานลงอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานรูทีน และงานที่ทำซ้ำ ๆ โดยอัตโนมัติ

  • ยูไนเต็ด พาร์เซล เซอร์วิส (United Parcel Service : UPS)

วันที่ 28 ตุลาคม ยูไนเต็ด พาร์เซล เซอร์วิส หรือยูพีเอส บริษัทขนส่งพัสดุเอกชนขนาดใหญ่ ประกาศลดจำนวนพนักงานลงรวม 48,000 คน ในปี 2025 โดยแบ่งเป็น 34,000 ตำแหน่ง ในระดับพนักงานปฏิบัติการ และอีก 14,000 ตำแหน่ง ในระดับผู้บริหาร

  • พาราเมาต์ (Paramount)

วันที่ 29 ตุลาคม พาราเมาต์ บริษัทสื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ประกาศเลย์ออฟพนักงานประมาณ 2,000 คนทั่วทั้งบริษัท โดย เดวิด เอลลิสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า การเลิกจ้างครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ การจัดการความซ้ำซ้อน ในบริษัท และเพื่อปรับตัวให้เข้ากับลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไป

 

 อ้างอิง : Fortune, CNBC, Challenger, Gray & Christmas, Intellizence