พรรคประชาชน เปิดตัว รศ.ดร.มุนินทร์ อดีตคณบดีนิติ มธ.เป็นว่าที่ รมว.ยุติธรรม
พรรคประชาชน เปิดแคมเปญ The Professionals เปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลประชาชน คนแรก “มุนินทร์” อดีตคณบดี นิติศาสตร์ มธ. เป็นว่าที่ รมว.ยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชน ได้เปิดตัวแคมเปญเลือกตั้ง ใช้ชื่อซีรีส์ The Professionals เพื่อเปิดตัวแคนดิเดตรัฐมนตรี หรือที่เรียกว่า “ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน” ที่จะมาดูแลกระทรวงต่าง ๆ หากพรรคประชาชนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดย EP.1 ได้เปิดตัว รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
โดยในเฟซบุ๊กของพรรคประชาชน ระบุคำกล่าวของ รศ.ดร.มุนินทร์ ตอนหนึ่งว่า เรียนปริญญาตรีกฎหมายที่ธรรมศาสตร์เมื่อปี 2541 จบแล้วเป็นทนายความในสำนักงานกฎหมายของอังกฤษช่วงสั้น ๆ ก่อนเข้าเป็นอาจารย์ประจำที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2546 ช่วงที่เป็นนักศึกษากฎหมายจนถึงตอนเป็นอาจารย์สอนกฎหมายใหม่ ๆ เคสที่สอนกันในห้องเรียนเป็นปัญหาการใช้การตีความกฎหมายทั่ว ๆ ไป แต่ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงเกินความสามารถของกระบวนการยุติธรรมไทยในเวลานั้นที่จะจัดการ
ระบบการเมืองและกฎหมายเข้าสู่สภาวะถดถอยภายหลังการรัฐประหารปี 2549 ความกระเหี้ยนกระหือรือที่จะแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองด้วยอำนาจพิเศษและกลไกทางกฎหมายที่พิสดาร รวมถึงความไม่เชื่อมั่นในความเป็น ‘คนเท่ากัน’ ของคนไทยว่าจะมีความสามารถและเจตจำนงที่จะฝ่าฟันจากวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ได้ทำให้ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ปกติของไทยถูกตัดแต่งพันธุกรรมครั้งใหญ่ตั้งแต่รัฐธรรมนูญไปจนถึงระบบกฎหมายที่เกี่ยวข้องจนมีสภาพพิกลพิการมาจนถึงทุกวันนี้ การรัฐประหารปี 2557 และรัฐธรรมนูญ 2560 ซ้ำเติมการเมืองและกฎหมายไทยให้ยิ่งจมดิ่งลงไปในเหวลึก
“หลังรัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ ผมเฝ้ามองและวิพากษ์วิจารณ์ผลลัพธ์อันพิสดารของรัฐธรรมนูญและหายนะที่เกิดขึ้นกับระบบกฎหมายและกระบวนยุติธรรม เราเห็นการเลือกและปลดนายกรัฐมนตรี การยุบพรรคตัดสิทธินักการเมืองด้วยกลไกทางกฎหมายที่พิสดารไม่เหมือนใครในโลก เพื่อความสงบเรียบร้อยที่ฉาบฉวยซึ่งถูกใช้หลอกล่อผู้คนให้โหวตรับรัฐธรรมนูญ โดยไม่รู้ว่าต้องจ่ายราคาค่าตอบแทนที่สูงลิ่วในเวลาต่อมา ทั้งหมดนี้คือความอ่อนแออย่างที่สุดของระบบการเมืองและกฎหมาย”
“ซึ่งแน่นอน ถึงตอนนี้แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำแล้วว่ามันเป็นแค่ปัญหาของนักการเมืองและนักกฎหมาย ความอ่อนแอของการเมืองและกฎหมายไทยส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนทั่วไปที่สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยและปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกหย่อมหญ้า หลักการกฎหมายที่สอนในกันในมหาวิทยาลัยไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ความเป็นจริงของการเมืองและกฎหมายของไทยห่างไกลจากสิ่งที่สอนมากขึ้นทุกขณะ จนทำให้หลักการที่สอนกลายเป็นเพียงความเพ้อฝัน”
“แต่ความเพ้อฝันเหล่านี้เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงความหวังของคนเป็นอาจารย์ ความหวังที่จะเห็นการเมืองและกฎหมายที่ดีกว่านี้ เมื่อผมได้รับการทาบทามจากพรรคประชาชนให้เข้าร่วมทีมบริหารเพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านกระบวนการยุติธรรม หากพรรคชนะการเลือกตั้งและมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล”
“ผมตัดสินใจตอบตกลงด้วยเหตุผลสามประการ ประการแรก นโยบายของพรรคโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกระบวนกระยุติธรรมสอดคล้องกับหลักการและจุดยืนที่ผมยึดถือ ประการที่สอง พรรคมีอุดมการณ์และมีความเชื่อมั่นศรัทธาในหลักการประชาธิปไตยและนิติธรรมอย่างเหนียวแน่น พรรคได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นประจักษ์แล้วว่า ไม่ว่าจะถูกทำลายกี่ครั้งก็ยังคงยืนหยัดในหลักการนี้อย่างมั่นคง”
“และประการสุดท้าย ผมมีครอบครัว มีลูก ๆ และผมมีความฝัน ความฝันที่จะเห็นสังคมไทยดีขึ้น ไม่ใช่แค่สำหรับผม แต่เป็นสังคมที่ดีสำหรับลูก ๆ และสำหรับทุก ๆ คน ผมไม่ได้อยากเห็นระบบการเมืองและกฎหมายที่พิเศษพิสดารใด ๆ แต่อยากเห็นแค่การเมืองที่แสนจะปกติธรรมดาภายใต้ระบอบประชาธิปไตย เป็นการเมืองที่เมื่อเกิดวิกฤตจะสามารถแก้ไขได้ด้วยเจตจำนงของประชาชนไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านผู้แทนของประชาชน”
“ผมอยากเห็นกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส เป็นธรรมและเป็นอิสระ ประชาชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสามารถต่อสู้คดีได้อย่างเป็นธรรม ไม่ต้องหวังพึ่งเส้นสายหรือเงินทองเพื่อให้ได้รับความยุติธรรม ผมและพรรคประชาชนมีความฝันอย่างเดียวกันในเรื่อง”
“ผมไม่รู้ว่าพรรคประชาชนจะชนะการเลือกตั้งและมีโอกาสได้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ แต่ขอแสดงเจตจำนงไว้ ณ ที่นี้ว่าพร้อมที่จะเดินออกจากห้องเรียนที่พร่ำสอนหลักทฤษฎี และร่วมกันขับเคลื่อนให้ความเพ้อฝันเป็นความจริง เพื่อการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยและระบบกฎหมายภายใต้หลักนิติธรรม”
