พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
พิธา ปาฐกถาสัมมนาพรรคประชาชน ปลุก สส.ท้อได้แต่ห้ามถอย-สร้างกระบวยรอตักน้ำ ชี้ต่างชาติยกเป็นต้นแบบพรรคยุคใหม่ เตือนเกาะติด 6 วิกฤตโลก-สภาพอากาศ ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกประเทศ ไม่จำกัดแค่ ‘สีน้ำเงิน’
พรรคประชาชน (ปชน.) จัดงานสัมมนา สส. และเครือข่ายสมาชิกพรรคประชาชน โดยภายในงานมีการหารือเกี่ยวกับปัญหา กระบวนการทำงาน รวมถึงการกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางของพรรคในอนาคต
โดยช่วงหนึ่งของงานสัมมนา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวปาฐกถาพิเศษและสะท้อนประสบการณ์จากการพบปะนักการเมืองและคนรุ่นใหม่ในหลายประเทศ ระหว่างการทำงานสอนในมหาวิทยาลัย ว่า พรรคประชาชน ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และถูกมองเป็นต้นแบบของพรรคการเมืองยุคใหม่ คนรุ่นใหม่ในหลายประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ชิลี และโคลอมเบียต่างแสดงความต้องการเห็นพรรคการเมืองแบบพรรคประชาชนในประเทศของตัวเอง
“สมาชิกพรรคอาจรู้สึกเหนื่อยหรือท้อแท้จากสถานการณ์ทางการเมือง แต่ขอให้มองความสำเร็จที่พรรคสร้างขึ้น ทั้งการได้ สส. เพิ่มในหลายพื้นที่ การขยายฐานการทำงานในกรุงเทพมหานคร และการมีประธานสภากรุงเทพมหานคร ผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย ทุกคนเหนื่อยได้ ท้อได้ แต่ห้ามถอย
ขอให้มีความมั่นใจว่าเมื่อจังหวะทางการเมืองมาถึง พรรคจะต้องมีความพร้อมเพียงพอที่จะเปลี่ยนโอกาสเป็นชัยชนะ พรรคต้องสร้างกระบวยให้ใหญ่พอ เพื่อให้สามารถตักน้ำได้มากที่สุดเมื่อถึงเวลาที่สถานการณ์เอื้ออำนวย”

นายพิธา กล่าวด้วยว่า สส. และสมาชิกพรรคประชาชน ควรติดตามประเด็นสำคัญจากเวทีต่างประเทศ ที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตแรงกดดันสองด้าน ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำรงชีวิต และการเสื่อมถอยของการเมืองภายในประเทศที่ทำให้รัฐบาลทั่วโลกขาดประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา ซึ่งจะเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสของพรรคฝ่ายค้านในการนำเสนอประเทศไทยในฐานะทางเลือกใหม่
นายพิธา กล่าวด้วยว่า หากประเมินช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะมีเหตุการณ์สำคัญระดับโลกต่อเนื่องทั้งการประชุมผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน การประชุมสหประชาชาติ การพบกันของสี จิ้นผิง กับโดนัลด์ ทรัมป์ การเลือกตั้งในอิสราเอลและบราซิล การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกา และการประชุม G20 ทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ต้นทุนค่าครองชีพ รวมถึงการดำเนินนโยบายของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่จะได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งความเสี่ยงเอลนีโญ น้ำท่วม ไฟป่า และคลื่นความร้อน ซึ่งจะกระทบต่อประชาชนโดยตรง ซึ่ง สส.พรรคประชาชน ต้องเตรียมข้อเสนอเชิงนโยบายล่วงหน้า เพื่อให้พรรคสามารถนำเสนอทางออกได้ก่อนรัฐบาล
นายพิธา กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสามัคคีภายในพรรคคือสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก ขอให้สมาชิกเชื่อใจกัน ทำงานเป็นทีม และยึดหลัก ‘Your problem is my problem’ หรือ ‘ปัญหาของคุณคือปัญหาของฉัน’ เพื่อร่วมกันผลักดันให้พรรคประชาชนเป็นพรรคที่มีวิสัยทัศน์ และเป็นทางเลือกของประเทศในอนาคต
“เป้าหมายที่เราหวังไว้ว่า เราจะเป็นพรรคที่มีวิสัยทัศน์ ที่โชว์ให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีทางเลือกมากกว่าสีน้ำเงินอย่างเดียว แล้วประชาชนจะให้เรากลับมาอย่างทวีคูณ ทำให้คนออกมาใช้สิทธิเยอะ เราก็มีโอกาสที่จะชนะ เข้าสู่อำนาจ เราก็จะได้มาเปลี่ยนประเทศไทยที่เราทุกคนรักไปด้วยกัน“ นายพิธา กล่าว

