Skip to content

สัมภาษณ์พิเศษ : รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช ‘สาธารณรัฐกอทูเล’ รัฐจริง หรือ จินตภาพ

08 ม.ค. 2569 | 18:29น.
สัมภาษณ์พิเศษ : รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช ‘สาธารณรัฐกอทูเล’ รัฐจริง หรือ จินตภาพ
สัมภาษณ์พิเศษ: รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช 'สาธารณรัฐกอทูเล' รัฐจริง หรือ จินตภาพ

บทความสัมภาษณ์พิเศษ : รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำสาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษากองทัพบกด้านกิจการเมียนมา และที่ปรึกษาคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองเอเชีย (APRC) เกี่ยวกับ บทวิเคราะห์สถานการณ์การสถาปนา ‘สาธารณรัฐกอทูเล’

‘สาธารณรัฐกอทูเล’ กลยุทธ์ชิงพื้นที่สื่อประชาสัมพันธ์รัฐบาลใหม่ในช่วงเลือกตั้ง-คาดการณ์ออกบัตรประชาชนคานอำนาจรัฐบาลเมียนมา

การประกาศสถาปนา ‘สาธารณรัฐกอทูเล’ (Kawthoolei Republic) โดยกองกำลังกอทูเล (KTLA) ภายใต้การนำของ เนอร์ดา เมียะ สร้างความสนใจครั้งใหม่ในพื้นที่ชายแดนตะวันตกของไทย ประชาชาติธุรกิจร่วมพูดคุยกับ รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช์ เพื่อไขคำตอบว่าปรากฏการณ์นี้เป็น ‘รัฐจริง’ หรือ ‘รัฐในจินตภาพ’ และจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอำนาจในเมียนมา และนโยบายความมั่นคงของไทยอย่างไร

คำถาม : ในมุมมองกฎหมายระหว่างประเทศหรือทฤษฎีภาครัฐ การประกาศสาธารณรัฐกอทูเลถือเป็นรัฐได้จริงหรือไม่ ?

รศ.ดร.ดุลยภาค : หากไปดูตามโมเดลรอบโลก การประกาศรัฐเอกราชมีหลายเส้นทาง บางส่วนใช้กำลังทหาร บางส่วนเดินสายติดต่อต่างประเทศเพื่อให้รับรอง สำหรับกรณีสาธารณรัฐกอทูเลนั้น มีองค์ประกอบพื้นฐานความเป็นรัฐอยู่บ้าง คือมีการใช้พื้นที่ควบคุมของ KTLA เป็นตัวบ่งชี้ดินแดน มีประชากรในพื้นที่ และมีการตั้งรัฐบาลที่มีเนอร์ดา เมียะ เป็นประธานาธิบดี

แต่ประเด็นสำคัญคือ ‘อธิปไตย’ ยังไม่ชัดเจน เพราะเป็นการตั้งรัฐขนาดเล็กซ้อนรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งยังคงเป็นส่วนหนึ่งของพม่า ฉะนั้นมันก็ต้องดูว่ามีกลุ่มการเมืองหรือประชาชนชาวกะเหรี่ยงเขาให้การรับรองไหม ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้เห็นชัดเจน แล้วรัฐบาลเมียนมาเขายอมไหม ซึ่งก็คงจะยอมไม่ได้อยู่แล้ว”

ดร.ดุลยภาคชี้ว่า หากอยากสร้างรัฐเอกราชที่แท้จริง ยังต้องอาศัยกำลังทหาร มวลชน และการรับรองจากรัฐบาลต่างประเทศมากกว่านี้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ปรากฏให้เห็น

คำถาม : การเคลื่อนไหวครั้งนี้แตกต่างเชิงยุทธศาสตร์จากการต่อสู้ของกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมาที่ผ่านมาอย่างไร?

รศ.ดร.ดุลยภาค : ปกติกลุ่มชาติพันธุ์มีเป้าหมายแยกเอกราชมานาน แต่ไม่มีกลุ่มไหนประกาศตัวดัง ๆ อย่างเป็นทางการแบบนี้ แม้แต่ KNU ที่ทรงพลังที่สุด ตลอด 4-5 ปีหลังรัฐประหารก็ไม่ได้ชูเรื่องประกาศเอกราช แต่พูดถึงการตั้งรัฐบาลกอทูเลในรูปสหพันธรัฐที่ยังอยู่ในเมียนมาอยู่

สิ่งที่เนอร์ดา เมียะ ทำจึงถือว่า ‘เล่นใหญ่’ กว่าที่ KNU เคยทำ คือประกาศเอกราชทันที และไม่ได้อ้างสิทธิเฉพาะพื้นที่เล็ก ๆ ที่ควบคุมอยู่ แต่อ้างสิทธิในนามสาธารณรัฐกอทูเล ที่มีประชากรถึง 10 ล้านคน ฉะนั้นสิ่งที่เขาอ้าง เขาอ้างใหญ่เกินไป… แต่มันเป็นการชิงตั้งรัฐที่ยิ่งใหญ่ก่อนหน้าที่ KNU จะทำ โดยเป็นการนำแนวคิด ‘มหารัฐกอทูเล’ ในจินตภาพของนักปฏิวัติกะเหรี่ยงยุคก่อนมาประกาศให้เป็นจริงในเชิงวาทกรรม

คำถาม : ประชาชนกะเหรี่ยงในพื้นที่จะได้หรือเสียประโยชน์อย่างไร และมีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร ?

รศ.ดร.ดุลยภาค : ความเห็นค่อนข้างหลากหลาย บางส่วนชื่นชมเนอร์ดา เมียะ ในฐานะลูกชายนายพลโบเมียะ แต่หลายส่วนยังให้การยอมรับ KNU มากกว่า เพราะเป็นเผ่าใหญ่ มีการจัดการปกครองที่น่าเชื่อถือและมีมวลชนมากกว่า

อย่างไรก็ตาม การประกาศเอกราชที่ชัดเจนแบบนี้ก็ได้ใจชาวกะเหรี่ยงบางกลุ่มที่ต้องการเห็นเป้าหมายสูงสุดเรื่องประเทศเอกราชถูกทำให้ชัดเจนเสียที แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันคือการเพิ่มความแตกแยกทางการเมืองกะเหรี่ยงที่มีรอยปริแยกอยู่แล้วให้ทิ่มแทงลึกขึ้น มันลึกขึ้นในลักษณะที่ KNU จะต้องตอบคำถามด้วยเหมือนกันว่าตกลงคุณจะไม่เอาเอกราชแล้วใช่ไหม… ถ้ากะเหรี่ยงคนไหนอยากได้เอกราช เขาจะต้องเนอร์ดา เมียะ”

คำถาม : สำหรับประเทศไทย เหตุการณ์นี้มีนัยต่อความมั่นคงชายแดนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไร?

รศ.ดร.ดุลยภาค : ฝ่ายความมั่นคงและประชาชนไทยรู้จัก KTLA น้อยมาก เดิมเรารู้แค่ว่าเป็นกลุ่มแยกตัวจาก KNU เมื่อไม่กี่ปีมานี้ แต่พอเขาอัพเกรดตัวเองเป็นสาธารณรัฐ ความรับรู้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านสื่อ เพราะมีพื้นที่ติดแนวชายแดนหลายจังหวัดในไทยตั้งแต่ตาก ลงไปจนถึงชุมพร และไทยจะต้องเผชิญภาวะลักลั่นว่าจะติดต่อกับเขาในฐานะกลุ่มติดอาวุธทั่วไป (Warlord) หรือรัฐบาลกึ่งเอกราช

เบื้องต้นไทยคงไม่ยอมรับสถานะรัฐเอกราชนี้และยังยึด KNU เป็นตัวตั้งหลัก แต่มันกลายเป็นโจทย์ท้าทายว่าเราจะวางน้ำหนักความสัมพันธ์อย่างไรในพื้นที่ชายแดนตะวันตก ท่ามกลางรูปแบบรัฐที่หลากหลาย ทั้งโมเดลสหพันธรัฐของ KNU โมเดลสมาพันธรัฐของรัฐอาระกัน และล่าสุดคือ ‘รัฐเอกราชแบบไม่จริง’ ของกลุ่มเนอร์ดา เมียะ

คำถาม : การประกาศในช่วงที่มีการเลือกตั้งในเมียนมา ถือเป็นกลยุทธ์พิเศษหรือไม่ ?

รศ.ดร.ดุลยภาค : เป็นกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ที่สร้างจุดสนใจให้เกิดกระแสการตั้งรัฐคู่ขนานไปกับการเลือกตั้ง แม้พื้นที่ที่กลุ่มนี้ควบคุมจะมีขนาดเล็กและไม่ส่งผลกระทบต่อการเปิดสภาในสายตาทหารพม่า แต่สิ่งที่น่าจับตาในระยะยาวคือ ‘การออกบัตรประชาชน’ ให้กับชาวกะเหรี่ยง

“ถ้าเขาออกบัตรประชาชนได้มากกว่าพื้นที่ที่เขากำลังคุมอยู่… มันจะทำให้ Popularity ของเขาเพิ่มขึ้น และจะทำให้งานเลือกตั้งหรือสำมะโนประชากรในพื้นที่ที่มีชุมชนกะเหรี่ยง ทหารพม่าจะทำงานยากขึ้น”

ดร.ดุลยภาคทิ้งท้ายว่า แม้ประกาศจาก KTLA จะยังไม่สกัดกั้นการเลือกตั้งได้ในระยะนี้ แต่หากในอนาคต KNU หรือกลุ่มใหญ่อื่น ๆ ตัดสินใจประกาศเอกราชตาม ๆ กัน นั่นจะเป็นเรื่องใหญ่ที่สั่นคลอนเสถียรภาพของเมียนมาในอนาคตอย่างแน่นอน