เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เลื่อนยาวไปช่วงโลว์ซีซั่นเมษายน 2570
Economic ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เลื่อนยาวไปช่วงโลว์ซีซั่นเมษายน 2570
MBK ส่งบริษัทลูก PRG เข้าถือหุ้น รพ.วิชัยเวช 20.03% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
Finance MBK ส่งบริษัทลูก PRG เข้าถือหุ้น รพ.วิชัยเวช 20.03% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
‘เอกนิติ’ เผยสื่อนอก อาจเก็บภาษี ‘อีวีนำเข้าทั้งคัน’ ราว 30 %
Finance ‘เอกนิติ’ เผยสื่อนอก อาจเก็บภาษี ‘อีวีนำเข้าทั้งคัน’ ราว 30 %
“อมตะ” ดึงทุนจีน Homa ทุ่มลงทุน 3.1 พันล้าน ปักฐานการผลิตตู้เย็นในชลบุรีป้อนตลาดยุโรป
Economic “อมตะ” ดึงทุนจีน Homa ทุ่มลงทุน 3.1 พันล้าน ปักฐานการผลิตตู้เย็นในชลบุรีป้อนตลาดยุโรป
ยอดขอไฟ Data Center 35 GW เป็นดีมานเทียม กระทรวงพลังงานใส่ PDP 2026 แค่ 8.8 กิกะวัตต์
Economic ยอดขอไฟ Data Center 35 GW เป็นดีมานเทียม กระทรวงพลังงานใส่ PDP 2026 แค่ 8.8 กิกะวัตต์
One Bangkok เติมแมกเน็ตค้าปลีกรับโค้งท้าย’69 
Business One Bangkok เติมแมกเน็ตค้าปลีกรับโค้งท้าย’69 
พริษฐ์ ชำแหละ กกต.จงใจไม่เห็นช้าง 3 ตัว ใช้ดุลพินิจต่างตอบแทนช่วย ‘ภูมิใจไทย’
Politics พริษฐ์ ชำแหละ กกต.จงใจไม่เห็นช้าง 3 ตัว ใช้ดุลพินิจต่างตอบแทนช่วย ‘ภูมิใจไทย’
ต่ออายุ ไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลแจกใหม่ 2 เดือน “คนละครึ่ง”
Politics ต่ออายุ ไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลแจกใหม่ 2 เดือน “คนละครึ่ง”
โฉมใหม่ ‘ROYS HOTEL’ จาก Royal Suite สู่ Lifestyle Design Hotel
Biz Movement โฉมใหม่ ‘ROYS HOTEL’ จาก Royal Suite สู่ Lifestyle Design Hotel
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณบาทละ 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณบาทละ 68,900 บาท
ดูทั้งหมด

EIC : Overtourism ไทยจะรับมืออย่างไร?

25 ก.ค. 2561 | 12:08น.

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 10.3% ต่อปีระหว่างปี 2008-2017 ซึ่งสูงกว่าอัตราการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกที่ 4.1% ต่อปีในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยกลับกระจุกตัวเฉพาะในบางพื้นที่และล้นเกินขีดความสามารถในการรองรับ ซึ่งมีผลกระทบหลายด้าน เช่น ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่นและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น แน่นอนว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตอาจส่งผลบวกต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้ประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้รับด้อยคุณภาพลง และทำให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว

มาตรการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวและการจัดการการท่องเที่ยวที่เหมาะสมควรถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวล้นเกินในบางแหล่งท่องเที่ยว โดยควรประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทของแต่ละท้องถิ่น เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว

จำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกขยายตัวสูงในช่วงที่ผ่านมาจากต้นทุนการเดินทางที่ต่ำลง ข้อมูลการท่องเที่ยวที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการเดินทางระหว่างประเทศ

ข้อมูลจาก United Nations World Tourism Organization (UNWTO) แสดงให้เห็นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกขยายตัวเฉลี่ย 4.1% ต่อปี หรือจาก 917 ล้านคนในปี 2008 เป็น 1,322 ล้านคนในปี 2017 (รูปที่ 1) ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยขยายตัวสูงมากกว่าที่อัตราเฉลี่ย 10.3% ต่อปี หรือจาก 14.5 ล้านคนเป็น 35.4 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกัน การเติบโตนี้

มีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือการเกิดขึ้นของสายการบินต้นทุนต่ำหลังการเปิดเสรีอุตสาหกรรมการบินของไทย ทำให้ต้นทุนการสัญจรทางอากาศลดลงอย่างมาก ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาในตลาดสายการบินต้นทุนต่ำก็ช่วยผลักดันให้ต้นทุนดังกล่าวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินเฉลี่ยในทุกเส้นทางของสายการบินหลักในไทยลดลงราว 15-20% ระหว่างปี 2013-2017 อีกปัจจัยหนึ่งคือการเกิดขึ้นของสื่อโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์การจองที่พัก รีวิวและจัดอันดับแหล่งท่องเที่ยวที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านข้อมูลในการท่องเที่ยวและที่พัก นอกจากนี้ การที่สำนักงานวิจัยการท่องเที่ยวจีนอนุญาตให้พลเมืองจีนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้อย่างเสรีในปี 2011 และแนวโน้มการผ่อนคลายกฎเกณฑ์เรื่องวีซ่าเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในหลายประเทศทั่วโลกก็มีส่วนช่วยให้การท่องเที่ยวมีความสะดวกสบายมากขึ้นกว่าในอดีต และทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลก/หน่วย: ล้านคน

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก แต่กลับกระจุกตัวใน 8 จังหวัด

การขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในระดับสูงอย่างต่อเนื่องของไทยก่อให้เกิดปัญหาการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในบางพื้นที่ จากสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาบ่งชี้ว่าตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ทริปของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยกว่า 80% กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ 8 จังหวัดเท่านั้น (รูปที่ 2) ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวและการลงทุนในธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเกิดการกระจุกตัวและไม่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ การกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในบางพื้นที่จนเกินขีดความสามารถในการรองรับของแหล่งท่องเที่ยว (carrying capacity) จะส่งผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวหลายด้าน เช่น โครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอต่อการรองรับ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้รับความเสียหาย วัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นเปลี่ยนไป ค่าครองชีพของคนท้องถิ่นสูงขึ้น รวมถึงกระทบกับภาพลักษณ์และประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้รับจากการมาท่องเที่ยวในไทย เป็นต้น

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้รับความเสียหายและขยะมูลฝอยตกค้างคือตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นในไทย งานศึกษาวิจัยโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบว่าในปี 2008 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 14.8 ล้านคน ปะการังของไทยที่ได้รับความเสียหายมีสัดส่วนเพียง 30% ของปะการังทั้งหมด ต่อมาในปี 2017 นักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยเพิ่มขึ้นเป็น 35.4 ล้านคน ส่งผลให้สัดส่วนปะการังที่ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 77% ของปะการังทั้งหมด ส่งผลให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ต้องประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งอย่างไม่มีกำหนดเพื่อฟื้นฟูปะการังและระบบนิเวศน์ อีกปัญหาหนึ่งคือขยะมูลฝอยตกค้างในแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากระบบการกำจัดขยะไม่เพียงพอ โดยหากเปรียบเทียบปริมาณขยะในจังหวัดที่มีประชากรใกล้เคียงกันแต่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างกันอย่างกระบี่และชุมพร จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษในปี 2016 พบว่ากระบี่มีปริมาณขยะมูลฝอยมากกว่าชุมพรถึง 47% และมีขยะมูลฝอยตกค้าง ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว มลพิษและโรคระบาดในพื้นที่

นอกจากนี้ แหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติที่ได้รับความนิยมในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวก็มักพบปัญหาขยะตกค้างเนื่องจากความสามารถในการกำจัดขยะที่ไม่เพียงพอเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเกินขีดความสามารถในการรองรับได้เกิดขึ้นกับเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งในต่างประเทศมาแล้ว ดังนั้น การศึกษาและประยุกต์วิธีแก้ปัญหาการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวจากกรณีในต่างประเทศให้เข้ากับปัญหาที่เกิดขึ้นในไทยจะทำให้การจัดการผลกระทบทำได้ตรงจุดมากขึ้น

ไทยสามารถประยุกต์ใช้วิธีควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวจากกรณีของต่างประเทศได้หลายรูปแบบ ทั้งการจัดการด้านอุปสงค์และอุปทานการท่องเที่ยว เมืองท่องเที่ยวหลายแห่งในต่างประเทศมีมาตรการจัดการจำนวนนักท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ มาตรการจัดการด้านอุปสงค์หรือความต้องการท่องเที่ยว และมาตรการจัดการด้านอุปทานการท่องเที่ยว ดังนี้

มาตรการจัดการด้านอุปสงค์การท่องเที่ยว หรือความต้องการเดินทางท่องเที่ยว เช่น

· การกำหนดเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำของผู้ที่ต้องการขอวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว เช่น ในช่วงต้นปี 2015 ประเทศญี่ปุ่นกำหนดรายได้ขั้นต่ำของคนจีนที่สามารถยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวแบบเข้าออกได้หลายครั้ง (multiple-entry visa) ไว้ที่ 100,000 หยวนต่อปีเพื่อจำกัดจำนวนและคัดกรองคุณภาพของนักท่องเที่ยวจีน ก่อนที่จะผ่อนคลายกฎเกณฑ์ดังกล่าวในเดือนพฤษภาคม 2017 เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและรายได้จากการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น

· การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละช่วงเวลา เช่น เมือง Dubrovnik ในประเทศโครเอเชียได้จำกัดโควตานักท่องเที่ยวภายในเมืองให้ไม่เกิน 8,000 คนต่อวันตั้งแต่เดือนมกราคม 2017 ตามคำแนะนำของ UNESCO เนื่องจากเกรงว่าโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภายในเมืองจะได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารของเมืองวางแผนจะลดโควตานักท่องเที่ยวให้เหลือเพียง 4,000 คนต่อวันภายในปี 2019 โดยการควบคุมปริมาณเรือสำราญและการขายแพ็คเกจทัวร์รายวัน เช่นเดียวกันกับเมือง Venice ที่ออกกฎระเบียบเพื่อควบคุมจำนวนและขนาดเรือสำราญที่สามารถจอดเทียบท่าได้ในเมืองเพื่อจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว

· การใช้ระบบจองตั๋วล่วงหน้าเพื่อจำกัดจำนวน เช่น เส้นทางปีนเขา Millford Track ในนิวซีแลนด์ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มนักปีนเขาทั่วโลกได้จำกัดจำนวนนักปีนเขาไว้ที่ 90 คนต่อวันเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์ที่นักปีนเขาจะได้รับ

· การปรับเปลี่ยนวิธีคิดราคาค่าเข้าชมให้สอดคล้องกับความนิยม เช่น ตึก Burj Khalifa ในนครดูไบได้ตั้งราคาค่าเข้าจุดชมวิวในแต่ละช่วงเวลาให้สอดคล้องกับความนิยมของนักท่องเที่ยว โดยปรับค่าเข้าชมให้สูงขึ้นในช่วงพระอาทิตย์ตกเพื่อลดจำนวนนักท่องเที่ยวในจุดชมวิวและสร้างรายได้เพิ่มเติม

มาตรการจัดการด้านอุปทานการท่องเที่ยว หรือการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ เช่น

· การโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่นิยม เช่น รัฐบาลประเทศ Iceland ได้จัดตั้งกองทุนเพื่อจ่ายเงินชดเชยให้กับสายการบินที่เปิดเส้นทางบินตรงมายังเมือง Akureyri ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งมีน้ำตกและบ่อน้ำร้อนที่มีทัศนียภาพสวยงามแต่ยังไม่ได้รับความนิยม หรืออย่างกรณีของเมือง Venice ที่ออกแคมเปญ “Detourism: Travel Venice Like a Local” ในปี 2014 เพื่อโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่นิยมภายในเมือง โดยการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวในหลายช่องทางทั้ง อีเมล์ จดหมายข่าว เว็บไซต์และสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วได้ล่วงหน้าในราคาโปรโมชั่น

· การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ เช่น เส้นทาง Dragon Route (Shoryudo) ในญี่ปุ่นซึ่งถูกพัฒนาขึ้นในปี 2012 โดยการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง พร้อมทั้งรวมกลุ่มและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิมด้วยวิธี PPP เพื่อให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม บ่อน้ำแร่ออนเซ็น ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก รวมถึงทำการประชาสัมพันธ์ในหลายช่องทางเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและลดความหนาแน่นของเส้นทาง Tokyo-Kyoto-Osaka ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนั้น

· การจำกัดจำนวนสถานพักแรมภายในเมือง ไม่ว่าจะเป็นที่พักแรมแบบทั่วไปอย่างโรงแรม รีสอร์ท หรือที่พักประเภท home-sharing ซึ่งกำลังได้รับความนิยม โดยมีหลายเมืองที่ใช้มาตรการนี้เพื่อจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวทางอ้อม เช่น เมือง Barcelona, Ibiza, Majorca ในสเปน เมือง New Orleans ในสหรัฐฯ และเมือง Paris ในฝรั่งเศส เป็นต้น

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่องเที่ยว