เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เลื่อนยาวไปช่วงโลว์ซีซั่นเมษายน 2570
Economic ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เลื่อนยาวไปช่วงโลว์ซีซั่นเมษายน 2570
MBK ส่งบริษัทลูก PRG เข้าถือหุ้น รพ.วิชัยเวช 20.03% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
Finance MBK ส่งบริษัทลูก PRG เข้าถือหุ้น รพ.วิชัยเวช 20.03% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
‘เอกนิติ’ เผยสื่อนอก อาจเก็บภาษี ‘อีวีนำเข้าทั้งคัน’ ราว 30 %
Finance ‘เอกนิติ’ เผยสื่อนอก อาจเก็บภาษี ‘อีวีนำเข้าทั้งคัน’ ราว 30 %
“อมตะ” ดึงทุนจีน Homa ทุ่มลงทุน 3.1 พันล้าน ปักฐานการผลิตตู้เย็นในชลบุรีป้อนตลาดยุโรป
Economic “อมตะ” ดึงทุนจีน Homa ทุ่มลงทุน 3.1 พันล้าน ปักฐานการผลิตตู้เย็นในชลบุรีป้อนตลาดยุโรป
ยอดขอไฟ Data Center 35 GW เป็นดีมานเทียม กระทรวงพลังงานใส่ PDP 2026 แค่ 8.8 กิกะวัตต์
Economic ยอดขอไฟ Data Center 35 GW เป็นดีมานเทียม กระทรวงพลังงานใส่ PDP 2026 แค่ 8.8 กิกะวัตต์
One Bangkok เติมแมกเน็ตค้าปลีกรับโค้งท้าย’69 
Business One Bangkok เติมแมกเน็ตค้าปลีกรับโค้งท้าย’69 
พริษฐ์ ชำแหละ กกต.จงใจไม่เห็นช้าง 3 ตัว ใช้ดุลพินิจต่างตอบแทนช่วย ‘ภูมิใจไทย’
Politics พริษฐ์ ชำแหละ กกต.จงใจไม่เห็นช้าง 3 ตัว ใช้ดุลพินิจต่างตอบแทนช่วย ‘ภูมิใจไทย’
ต่ออายุ ไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลแจกใหม่ 2 เดือน “คนละครึ่ง”
Politics ต่ออายุ ไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลแจกใหม่ 2 เดือน “คนละครึ่ง”
โฉมใหม่ ‘ROYS HOTEL’ จาก Royal Suite สู่ Lifestyle Design Hotel
Biz Movement โฉมใหม่ ‘ROYS HOTEL’ จาก Royal Suite สู่ Lifestyle Design Hotel
ดูทั้งหมด

พริษฐ์ ชำแหละ กกต.จงใจไม่เห็นช้าง 3 ตัว ใช้ดุลพินิจต่างตอบแทนช่วย ‘ภูมิใจไทย’

16 ก.ย. 2569 | 13:35น.
พริษฐ์ วัชรสินธุ

พริษฐ์ ชำแหละรายงาน กกต. โยงมติคดีฮั้ว สว. จงใจไม่เห็นช้าง 3 ตัว ขบวนการโกง-เชื่อมโยง ภูมิใจไทย-ไม่มีมาตรฐาน ใช้ดุลพินิจต่างตอบแทน เอื้อภูมิใจไทย

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม เข้าสู่วาระพิจารณารับทราบผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.และคณะ มาชี้แจงรายงานผลการดำเนินงาน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวก่อนอภิปรายว่า “ในที่สุดเราก็ได้เจอกันนะครับ เลขาฯ กกต.”

จากนั้นประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า ส่วนการรับทราบการปฏิบัติงานของ กกต. ตนเห็นว่าภารกิจของ กกต.ในปี 2567 คงหนีไม่พ้นเรื่องการจัดการเลือก สว.ให้สุจริตและเที่ยงธรรม แต่ท่ามกลางหลักฐานมหาศาลเกี่ยวกับการโกง สว. แต่ กกต.มีมติเสียงข้างมากว่ามหากาพย์โกงครั้งนี้นั้นมีจำนวนคนที่ กกต.เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงและเห็นควรสั่งฟ้องไปที่ศาลเพียงแค่ 77 คน ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่เสนอให้สั่งฟ้อง 229 คน และน้อยกว่าความเห็นของรองเลขาธิการ กกต.ที่เสนอให้สั่งฟ้อง 140-200 คน

ซึ่งใน 77 คน ประกอบไปด้วย สว. 26 คน และแกนนำพรรคภูมิใจไทย คือรัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคเพียงแค่ 1 คน เท่านั้น ซึ่งมติเสียงข้างมากของ กกต.เป็นมติที่ขัดกับหลักการ หลักกฎหมายและหลักฐาน ที่ปรากฎต่อสาธารณะและต่อหน่วยงาน กกต. จนเรียกได้ว่าเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมติชอบของ กกต.

พริษฐ์ สรุปมติ กกต.ที่ยกมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ไม่ส่งแกนนำพรรคภูมิใจไทย 20 คน และบุคคลอื่น 1 คน (นายเนวิน ชิดชอบ) ไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ว่า เป็นการจงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัว

ช้างตัวที่ 1 ความเป็นขบวนการโกง สว. ที่ตีกรอบว่า ขบวนการโกงต่าง ๆ ไม่เกี่ยวกัน ต่างคนต่างโกง ขัดหลักฐานว่าการโกงทำเป็นขบวนการ มีทั้งโพยใบสั่ง 12 เวอร์ชั่น ที่มี สว. 130 กว่าคน อยู่ในโพย เป็นขบวนการเดียวกัน สถิติลงคะแนนระดับประเทศ ยืนยันมีการแลกคะแนนเป็นขบวนการ และศูนย์ทำโพยที่มีผู้สมัคร สว.ไปปรากฏตัวตามโรงแรมต่าง ๆ ใช้วิทยากรคนเดียวกันวนไปทำหน้าที่ตามที่ต่าง ๆ

รวมถึงมีการปฐมนิเทศ สว. หลังได้รับเลือก พบว่าวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 หลัง 200 สว.ได้รับการรับรองจากกกต. มี สว.หลายสิบคนไปประชุมที่โรงแรมพูลแมน เพื่อไปปฐมนิเทศ ตกลงจะเลือกใครเป็นประธานและรองประธานวุฒิสภา

ช้างตัวที่ 2 ความเชื่อมโยงไปถึงแกนนำ รัฐมนตรี สส.พรรคภูมิใจไทย แม้ กกต.ปัดตกคำให้การของนายเอกราช ช่างเหลา พยานคดีนี้ แต่หลักฐานที่โยงไปถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่แค่คำให้การของนายเอกราช แต่มีหลักฐานอื่น ๆ เช่น ประวัติการโทรศัพท์ โดยเฉพาะของนางรัตนา บ่อถ้ำ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของนายชรัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และยังเป็นเจ้าหน้าที่พรรคภูมิใจไทย จึงสงสัยหากพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวโกง สว. เหตุใดนางรัตนาจึงโทรคุยกับ สว. 19 คน 62 ครั้ง ในช่วงเวลา 80 วัน ที่คาบเกี่ยวกับการเลือก สว.

และช้างตัวที่ 3 ที่ กกต.จงใจมองไม่เห็นคือ มาตรฐานของ กกต.ในอดีต ซึ่งสังคมคาดหวังว่า กกต.จะใช้ดุลพินิจด้วยมาตรฐานเดียวกันกับทุกคดี จากการทำงานของ กกต.ปีก่อนมีการสั่งฟ้องคดีไปที่ศาล แม้มีหลักฐานเพียงข้อความแชตไลน์ไม่กี่ข้อความระหว่างผู้สมัคร 2 ราย ที่มีการจับคู่แลกคะแนนกัน แต่พอมาปีนี้ กกต.กลับไม่สั่งฟ้อง สว.130 กว่าคนที่อยู่ในโพยใบสั่ง ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชัดยิ่งกว่า โดยมีการคะแนนกันอย่างเป็นระบบ เมื่อเทียบกับแชตไลน์ 2 คน

พริษฐ์ แนะนำ กกต.ต้องทำมี 4 ข้อคือ

1.ต้องเปิดเผยมติของ กกต.ทุกคนว่า ใครลงมติว่าอย่างไร

2.กกต.ต้องส่งสำนวนสอบสวน รวมถึงความเห็นอนุกรรมการชุดที่ 26 และความเห็นของนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.ไปที่ศาลฎีกาทั้งหมด

3.ให้ยืนยันว่าจะเดินหน้าสอบคดีโกง สว.ที่ได้ปรากฏต่อสาธารณะไปแล้ว แต่ไม่ได้อยู่ในสำนวนนี้

4.หากกระบวนการไต่สวนของศาลฎีกาพบความเชื่อมโยงการโกง สว.มากกว่า 77 คน กกต.ต้องรื้อฟื้นคดีและสั่งฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหากมีหลักฐานปรากฏขึ้นมา

“เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว และความผิดสำเร็จแล้วจากการที่ กกต.เสียงข้างมากจงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัว หากตัดความเห็น 4 กกต.ที่มาจาก สว.สีน้ำเงิน จะเห็นว่า กกต. 3 เสียงข้างมากที่ให้สั่งฟ้องแกนนำภูมิใจไทย และนายอนุทินไปที่ศาลฎีกา ดังนั้นข้อเท็จจริงที่แกนนำภูมิใจไทยและนายอนุทินไม่ถูกสั่งฟ้อง เพราะการใช้ดุลยพินิจ 4 กกต.ที่มาจากการเลือกของ สว.สีน้ำเงิน ใช้ดุลยพินิจเป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหาที่ทำให้ กกต.4 คน ได้เป็น กกต.ในทุกวันนี้”

“หาก กกต.ใช้อำนาจที่ถูกตั้งคำถามต่างตอบแทนมากกว่าปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมาตามหลักกฎหมาย ก็กังวลใจแทน กกต.ว่าความน่าเชื่อถือของ กกต.ในสายตาประชาชน จะเหลือเท่าไรในการกลับมารายงานการปฏิบัติหน้าที่ต่อสภาฯในปีหน้า” นายพริษฐ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายพริษฐ์ กำลังอภิปราย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยประท้วงทันทีว่า นายพริษฐ์นำสำนวนที่เป็นความลับการสอบสวนของราชการมาเปิดเผย ขอให้ประธานควบคุมการประชุม ไม่ให้เอาของไม่ชอบ ของเถื่อน มาอภิปรายในสภา แต่นายโสภณวินิจฉัยให้นายพริษฐ์พูดต่อ

โดยนายพริษฐ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยเคยออกประกาศไม่ให้ลูกพรรคไปยุ่งเกี่ยวการเลือก สว. แต่การที่ กกต.ยังสั่งฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นได้ 2 ทางคือ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เรื่องในการกำชับลูกพรรคไม่ให้ยุ่งเกี่ยวการเลือก สว. 2.นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยร่วมกันโกงเลือก สว.

จากนั้นบรรยากาศการประชุมคุกรุ่นขึ้นทันที เมื่อ สส.พรรคภูมิใจไทยรุมประท้วงขอให้นายพริษฐ์ถอนคำพูด ขณะที่นายโสภณที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายพริษฐ์ถอนคำพูด เพราะเป็นการกล่าวหานายกฯ เนื่องจาก กกต.วินิจฉัยแล้ว ยืนยันว่านายอนุทินไม่เกี่ยวข้อง จึงไม่สั่งฟ้อง แต่ตนจะไม่ให้ถอนคำพูด แต่ต้องไม่พูดอีก ถ้าพูดจะไม่ให้อภิปราย

ก่อนให้นายพริษฐ์อภิปรายต่อว่า ช้างตัว 3 มาตรฐาน กกต.ที่ปีที่แล้วเคยสั่งฟ้องการโกง สว.ไปที่ศาล โดยมีหลักฐานแค่แชตไลน์ของ คน 2 คน ที่มีข้อความแลกเปลี่ยนคะแนนกัน แต่ปีนี้ไม่ฟ้อง สว.ร้อยกว่าคน ที่อยู่ในโพยใบสั่ง มีการแลกคะแนนเป็นระบบ ขัดกับมาตรฐานการสั่งฟ้องในอดีต