Skip to content

ฮุนได ผลิตอีวีในไทย รับต้นทุนสูง ราคาไม่ถูก

11 ก.พ. 2569 | 07:05น.
ฮุนได ผลิตอีวีในไทย รับต้นทุนสูง ราคาไม่ถูก
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

หลังจากบริษัทแม่ ฮุนไดมอเตอร์ ตัดสินใจบุกเข้ามาทำตลาดในไทยอย่างเต็มตัว โดยตั้งบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ในเดือนเมษายน ปี 2566 เพียง 3 ปีให้หลัง ฮุนได เตรียมเปิดโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

ท่ามกลางการแข่งขันค่อนข้างสูงและมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้พูดคุยกับแม่ทัพใหญ่ “วัลลภ เฉลิมวงศาเวช” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจ และเหตุใดรถยนต์อีวี ฮุนไดจากโรงงานไทย “ราคาไม่ถูกลง” ไปติดตามกัน

ความคืบหน้าโรงงาน

โรงงานประกอบรถยนต์ “ฮุนได” คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมขึ้นไลน์ประกอบรถยนต์และแบตเตอรี่ได้ในช่วงปลายไตรมาสสอง หรือต้นไตรมาสสามของปีนี้ ภายใต้บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ที่ลงทุนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 28,500 ตารางเมตร ด้วยกำลังผลิตที่ 5,000 คันต่อปี สำหรับ 1 กะ และสามารถเพิ่มกำลังผลิตได้อีก

หากตลาดมีความต้องการบริษัทสามารถเพิ่มกำลังผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดภายในประเทศ และส่งออกได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะประเทศที่ใช้รถยนต์พวงมาลัยขวา

สาเหตุราคารถอีวีไม่ถูก

ต้องยอมรับว่า “ต้นทุน” ของเรายังสูงอยู่มากรถยนต์อีวี ฮุนได ไอโอนิค ที่จะประกอบจากโรงงานในไทย “ราคา” จำหน่ายจะไม่ถูกลงมาก ๆ คงเป็นไปไม่ได้เพราะฮุนไดใช้เป็นเทคโนโลยีชั้นสูง อีกทั้งการทำให้ได้โลคอลคอนเทนต์ใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ 40% นั้นถือเป็นการเพิ่มต้นทุนด้วย

“ฮุนได” พยายามทำการบ้านเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย

มองตลาดรถอีวี

รถยนต์ไฟฟ้า ยังคงมีความต้องการต่อเนื่อง เป็นผลมาจากโครงสร้างภาษีมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลไทยยังเอื้ออยู่จาก โดยเฉพาะรถอีวีที่ประกอบในประเทศภาษีสรรพสามิตแค่ 2% ด้วยโครงสร้างของภาษีช่วยสนับสนุนอยู่แล้ว

รถยนต์ไฟฟ้าที่ประกอบในปี 2569-2570 ยังมีการส่งเสริมอีก 50,000 บาท

เชื่อว่า 2 ปัจจัยนี้จะผลักดันให้ตลาดรถยนต์อีวีในไทยมีความต้องการอยู่ และราคารถที่ประกอบในประเทศจะถูกกว่ารถที่นำเข้ามา “พอสมควร”

ความมั่นใจว่าแข่งขันได้

ฮุนไดไม่ได้มองเรื่องการขายรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก (MassMarket) เพราะรถ ฮุนได ไอโอนิค เป็นรถอีวีที่มีเทคโนโลยีสูง ทั้งในแง่ของคุณภาพ และเพอร์ฟอร์มานซ์ เป็นรถอีวีพรีเมี่ยม ที่มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะ (Niche Market) รถใช้แบตเตอรี่ขนาด 800 โวลต์ เรานำเข้าเซลล์แบตเตอรี่มาประกอบเป็นโมดูล และประกอบใส่แพ็กแบตเตอรี่ ซึ่งถือเป็นบริษัทแรก ๆ ในไทยที่นำเสนอรูปแบบการประกอบแบตเตอรี่ครบวงจรถ้าแบตเตอรี่มีข้อผิดพลาด ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งแพ็ก เลือกเปลี่ยนเป็นโมดูลได้

อนาคตถ้าหมดวอร์แรนตีแบตเตอรี่แล้วยังสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นโมดูลได้เมื่อพ้นระยะเวลา 8 ปี 160,000 กม. รถยังคงมี “มูลค่า” อยู่ เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน และประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาดูแลในอนาคตหลังจากหมดวอร์แรนตี

ส่ง 3 รุ่นใหม่ลุยตลาด

ปีนี้ “ฮุนได” มีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อีก 3 รุ่น ทั้งในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า, รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในไว้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ปีนี้ ฮุนได ตั้งเป้ายอดขายไม่น้อยกว่า 3,000 คัน เพิ่มจากปี 2568 ที่ขายได้ 2,300 คัน เรามั่นใจว่าจะทำได้แน่นอน

ขยายเน็ตเวิร์กเข้าถึงลูกค้า

ฮุนได มีโชว์รูมและศูนย์บริการ 27 แห่งทั่วประเทศปีนี้จะเพิ่มอีกอย่างน้อย 5-7 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ควบคู่ไปกับการทำศูนย์บริการเคลื่อนที่ ไปยังจังหวัดที่มีลูกค้าอยู่ทุก ๆ ปีนี้จะทำ 60 แห่ง 60 ครั้ง ดังนั้นลูกค้าที่อยู่ในพื้นต่าง ๆ มั่นใจได้ว่า “ฮุนได” เราจะเข้าไปดูแลท่านอย่างทั่วถึงแน่นอน

ปรับตัวรับตลาดเปลี่ยน

ฮุนไดมีการปรับตัวเยอะมาก จากเดิมตลาดรถยนต์มีการแข่งขัน หลัก ๆ อยู่ในตลาดปิกอัพและอีโคคาร์ แต่วันนี้ตลาดเปลี่ยนไป มีรถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาเทียบเท่ารถอีโคคาร์เข้ามาเป็นตัวสอดแทรกในตลาด

อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป มอง “ราคา” เป็นจุดสำคัญ อาจเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจ และปริมาณการผลิตรถยนต์ที่เกินความต้องการ

รถยนต์ที่ “ราคาคุ้มค่า จับต้องได้” จะได้รับความนิยม ลูกค้ามีความอ่อนไหวด้านราคาสูงมาก ราคาที่ต่างกัน 2-3 หมื่นบาท อาจจะส่งผลต่อการจำหน่ายที่ต่างกันหลัก 1,000 คันได้ ดังนั้นเราต้องทำงานละเอียดขึ้น มองให้รอบด้านมาก ไม่เฉพาะแค่ฮุนได แต่หมายรวมถึงค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ด้วย