เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘วัดพระมหาธาตุฯ นครศรีฯ’ ขึ้นมรดกโลกแห่งใหม่ ยูเนสโกยกย่องแห่งแรกภาคใต้
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘วัดพระมหาธาตุฯ นครศรีฯ’ ขึ้นมรดกโลกแห่งใหม่ ยูเนสโกยกย่องแห่งแรกภาคใต้
สทนช.เตือนฝนถล่ม 26-30 ก.ค. จับตาน้ำท่วม-น้ำป่า ก่อนน้ำทะเลหนุน 7 จังหวัดปลายเดือน
News สทนช.เตือนฝนถล่ม 26-30 ก.ค. จับตาน้ำท่วม-น้ำป่า ก่อนน้ำทะเลหนุน 7 จังหวัดปลายเดือน
เอกนิติ เผยผู้ได้บัตรสวัสดิการฯ ปี’69 เกินครึ่งเป็นวัยทำงาน ดันพัฒนาทักษะสร้างรายได้
Finance เอกนิติ เผยผู้ได้บัตรสวัสดิการฯ ปี’69 เกินครึ่งเป็นวัยทำงาน ดันพัฒนาทักษะสร้างรายได้
บุกทลายโรงงานโกโก้-กาแฟปลอม ยึดของกลาง 2.1 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 3 ล้าน
Economic บุกทลายโรงงานโกโก้-กาแฟปลอม ยึดของกลาง 2.1 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 3 ล้าน
ทูตจีนชู 3 ข้อเสนอ ยกระดับหุ้นส่วนไทย-จีน ดัน AI-พลังงานสะอาด-รถไฟเชื่อมภูมิภาค
Economic ทูตจีนชู 3 ข้อเสนอ ยกระดับหุ้นส่วนไทย-จีน ดัน AI-พลังงานสะอาด-รถไฟเชื่อมภูมิภาค
เกษตรฯ เตือน 26-30 ก.ค. ฝนถล่มอีสาน-อันดามัน เสี่ยงน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน เร่งเกษตรกรรับมือ
Economic เกษตรฯ เตือน 26-30 ก.ค. ฝนถล่มอีสาน-อันดามัน เสี่ยงน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน เร่งเกษตรกรรับมือ
น้ำนมดิบล้นตลาด-อ.ส.ค.ค้างจ่าย กดดันสหกรณ์โคนม “เกษตรฯ” งัด 4 มาตรการ เสริมสภาพคล่อง 350 ล้าน
Economic น้ำนมดิบล้นตลาด-อ.ส.ค.ค้างจ่าย กดดันสหกรณ์โคนม “เกษตรฯ” งัด 4 มาตรการ เสริมสภาพคล่อง 350 ล้าน
กขค. ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล สอบค่าธรรมเนียม-เงื่อนไขไม่เป็นธรรม รับคดีกักตุนน้ำมัน 2 เรื่อง
Economic กขค. ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล สอบค่าธรรมเนียม-เงื่อนไขไม่เป็นธรรม รับคดีกักตุนน้ำมัน 2 เรื่อง
ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
Tech ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
Economic พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
ดูทั้งหมด

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ จ่อท่วมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

18 ก.พ. 2569 | 12:43น.
electronic-waste-collection-center-subsequent-recycling-circular-economy
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จู่ ๆ ทางการมาเลเซียก็ออกประกาศฉบับใหม่ จัดหมวดหมู่ “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ให้เป็น “สินค้าต้องห้ามโดยสมบูรณ์” เป็นการยืนยันท่าทีแข็งกร้าวของประเทศตนอีกครั้งว่า ไม่ต้องการให้มาเลเซียกลายเป็น “ลานขยะของโลก” สำหรับให้นานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วในโลกตะวันตกนำเอาขยะพิษมาโยนทิ้งไว้ที่นี่อีกต่อไปแล้ว

ไม่นานหลังการประกาศดังกล่าว เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำท่าเรือเกลังก็ตรวจจับขยะอิเล็กทรอนิกส์น้ำหนักเกือบ 200 ตัน ซุกซ่อนอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าจำนวน 7 ตู้ สินค้าภายในมีตั้งแต่ซากพรินเตอร์เก่า ซากเครื่องแฟกซ์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์เก่า รวมไปถึงซากของเสียที่ได้จากอุตสาหกรรมการหลอมอะลูมิเนียม ทั้งหมดเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้าประเทศตามกฎหมายของมาเลเซีย

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดถูกจัดส่งมาจากท่าเรือในสหรัฐอเมริกา 3 แห่ง ท่าเรือนิวยอร์ก, ลอสแองเจลิส และท่าเรือนอร์ฟอล์ก ในรัฐเวอร์จิเนีย มีเอกสารกำกับสินค้าอย่างดี โดยระบุตัวสินค้าชัดเจนว่าเป็นวัสดุสำหรับรีไซเคิล เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งถือเป็นสินค้าที่นำเข้ามาได้โดยถูกต้องตามกฎหมายในมาเลเซีย

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดถูกอายัด เก็บรักษาไว้รอวันถูกส่งกลับคืนไปยังท่าเรือต้นทางในที่สุด

ตามข้อมูลของทางการมาเลเซียในระหว่างปี 2021 ถึงปี 2025 มาเลเซียสามารถตรวจจับขยะอิเล็กทรอนิกส์ไว้ได้มากถึง 701 ตู้คอนเทนเนอร์ ในจำนวนนี้มี 428 ตู้ที่ถูกส่งกลับคืนไปยังจุดกำเนิดอันเป็นแหล่งที่มาของสินค้า แต่การตรวจจับครั้งล่าสุดแสดงให้เห็นว่าปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ไม่เพียงไม่สร่างซาลงเท่านั้น แต่ยังคงเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่โตมากขึ้นเรื่อย ๆ ของทั้งโลก

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นแหล่งทิ้งขยะมีพิษจากโลกตะวันตกมานานแล้ว ซากสินค้าจำพวกโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ ซากไมโครเวฟ ชิ้นส่วนที่ใช้งานไม่ได้ของโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ และซากโลหะที่เป็นขยะทั้งหลายล้วนหลั่งไหลข้ามน้ำข้ามทะเลมา โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ภูมิภาคส่วนนี้ของโลก

หว่อง ปุย อี้ นักวิจัยประจำเครือข่าย บาเซิล แอ็กชั่น เน็ตเวิร์ก (บีเอเอ็น) องค์กรที่เฝ้าระวังการขนถ่ายขยะอิเล็กทรอนิกส์มายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระบุว่า ทุก ๆ คนมีส่วนในการสมคบคิดกันเพื่อการนี้ ตั้งแต่คนเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ในสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงนายหน้า ตัวแทนผู้จัดส่ง ตัวแทนผู้นำเข้า และพ่อค้าแถวหน้าที่มีใบอนุญาตให้รีไซเคิลเป็นหน้าฉากกำบัง

กระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบดังกล่าวหมายความว่า ยิ่งนับวันจำนวนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกส่งมาให้กลายเป็นขยะพิษในภูมิภาคนี้ยิ่งจะทวีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งต่อความเป็นพิษไปยังกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดของภูมิภาค คือบรรดาผู้ที่ยังชีพอยู่กับขยะในลานทิ้งขยะ ซึ่งทำงานโดยปราศจากอุปกรณ์ป้องกันใด ๆ

ตามข้อมูลของสหประชาชาติ ขยะพิษเหล่านี้มีแต่จะทวีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ยูเอ็นระบุว่าในปี 2024 ทั่วโลกผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาราว 62 ล้านตัน แต่เชื่อว่าภายในปี 2030 ปริมาณดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นทะลุหลัก 82 ล้านตันอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน การตรวจสอบพบว่ามีเม็ดเงินระดับร้อยล้านพันล้านดอลลาร์ไหลเวียนในระบบการจัดการเพื่อนำขยะเหล่านี้มากลบฝัง จำแนกชิ้นส่วน หรือทำลายแบบผิด ๆ และเป็นอันตรายอย่างยิ่งในประเทศในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียเข้าจับกุมชาย 7 คนไว้ ในข้อหาดำเนินกระบวนการแปรรูปขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยผิดกฎหมายในพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐเคดะห์ หนึ่งในผู้ต้องหาเป็นชายสัญชาติจีน อีกรายถือสัญชาติบังกลาเทศ

ครั้งหนึ่งจีนเคยเป็นศูนย์รวมของการค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ จนกระทั่งมีคำสั่งห้ามอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2018 เพราะถือเป็นอันตรายในทางสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และนับตั้งแต่ปี 2023 เรื่อยมา มาเลเซียก็กลายเป็นแหล่งทิ้งขยะพิษใหญ่ที่สุดของโลกไปแทนที่ ต่อด้วยประเทศอย่างไทยและเวียดนาม

ทางการมาเลเซียระบุว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2025 เรื่อยมา มีการตรวจจับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมายมากกว่า 1,061 ตู้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,100 ล้านดอลลาร์ เจ้าหน้าที่เชื่อว่า หากมาเลเซียยังคงเข้มงวดกับการตรวจจับต่อไป ประเทศที่จะกลายเป็นลานขยะพิษแทนที่อาจจะเป็นประเทศอย่างอินโดนีเซีย

รายงานของบีเอเอ็นเมื่อ 16 ธันวาคม 2025 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือบาตัม บาตู อัมพาร์ ของอินโดนีเซีย ตรวจจับขยะอิเล็กทรอนิกส์ในตู้สินค้าได้มากถึง 822 ตู้ ส่วนใหญ่มีต้นทางมาจากสหรัฐอเมริกา โดยมีบริษัทอินโดนีเซีย 3 บริษัทปรากฏชื่อเป็นผู้นำเข้ามายังอินโดนีเซีย และถูกทางการบังคับให้จัดส่งสินค้าขยะพวกนั้นกลับไปยังต้นทาง

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่จะถูกนำเข้าโดยปลอมแปลงว่าเป็นวัสดุสำหรับรีไซเคิลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการแสดงให้เห็นว่า ในปี 2023 มาเลเซียนำเข้าขยะพลาสติกและเศษชิ้นส่วนพลาสติกเข้าประเทศมากถึง 610,000 ตัน ส่วนใหญ่นำเข้ามาเพื่อรีไซเคิลและนำกลับไปใช้ใหม่ในโรงงานเพื่อการผลิต จนกลายเป็นประเทศที่นำเข้าขยะพลาสติกและชิ้นส่วนพลาสติกที่ใหญ่ที่สุดในโลกแทนที่เนเธอร์แลนด์ไปในปีดังกล่าว

ในขณะเดียวกัน นับตั้งแต่ปี 2019 เรื่อยมา ทางการมาเลเซียตรวจจับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้ามาแบบผิดกฎหมายได้ถึง 267 ตู้คอนเทนเนอร์ จากประเทศอย่าง ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ขยะเหล่านี้ปลอมแปลงเอกสารกำกับเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายนับล้าน ๆ ตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้การตรวจจับทำได้ยากเย็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะตรวจเอกสารถี่ยิบ

อย่างไรก็ตาม ประเทศอย่างไทยก็ไม่อาจรอดพ้นจากชะตากรรมนี้ได้ อุทาหรณ์ที่ชัดเจนยิ่งก็คือ เมื่อ 4 กุมภาพันธ์เจ้าหน้าที่ตำรวจแอลเบเนียเข้าจับกุมผู้ต้องหา 20 ราย ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการลักลอบส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์จากแอลเบเนียมายังประเทศไทยในปี 2024 สินค้าทั้งหมดถูกส่งกลับแอลเบเนียไปในเวลาต่อมา

ข้อสังเกตของผู้เชี่ยวชาญก็คือ ทางการของหลาย ๆ ประเทศยังคงทำได้เพียงแค่ไล่ตามหลังกลุ่มอาชญากรไปเรื่อย ๆ เท่านั้น ในขณะที่แก๊งอาชญากรตรวจสอบ หา และใช้ช่องโหว่ใหม่ ๆ ของทางการอยู่ตลอดเวลา

นั่นหมายความว่า กระบวนการค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ก็จะยังคงอยู่คู่กับชาติยากจนทั้งหลายตลอดไป