เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทีเส็บเฮ มาตรการภาษีไมซ์ หักรายจ่าย 200% ถึงสิ้นปี’70
Business ทีเส็บเฮ มาตรการภาษีไมซ์ หักรายจ่าย 200% ถึงสิ้นปี’70
“ปาลิโอ เขาใหญ่”แหล่งท่องเที่ยวดังในอดีต กำลังถูกจับตาจะฟื้นคืนชีพ หลังปล่อยร้างนาน 7 ปี 
Real Estate “ปาลิโอ เขาใหญ่”แหล่งท่องเที่ยวดังในอดีต กำลังถูกจับตาจะฟื้นคืนชีพ หลังปล่อยร้างนาน 7 ปี 
จับตา หนี้สาธารณะปริ่ม 70% รัฐเร่งแก้ ‘การคลัง’ เสี่ยง-จ้องรื้อภาษี
Finance จับตา หนี้สาธารณะปริ่ม 70% รัฐเร่งแก้ ‘การคลัง’ เสี่ยง-จ้องรื้อภาษี
‘วิทยุ-หลังสวน’ ย่านมหาเศรษฐี ‘ตระกูลใหญ่’ ผุดโปรเจ็กต์แสนล้าน
Real Estate ‘วิทยุ-หลังสวน’ ย่านมหาเศรษฐี ‘ตระกูลใหญ่’ ผุดโปรเจ็กต์แสนล้าน
เสก โลโซ x เนเน่ คอนเสิร์ตข้ามรุ่น @ราชมังฯ
Biz Movement เสก โลโซ x เนเน่ คอนเสิร์ตข้ามรุ่น @ราชมังฯ
หลบภัยหุ้น Domestic Play ผสานหุ้นเด่นรับ Golden Week-งานระดับโลก
Finance หลบภัยหุ้น Domestic Play ผสานหุ้นเด่นรับ Golden Week-งานระดับโลก
เจาะลึก ‘แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน’ คิวแน่นข้ามปี มองฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด ผ่านมิติ ‘เศรษฐกิจ-จิตวิทยา’
Interview เจาะลึก ‘แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน’ คิวแน่นข้ามปี มองฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด ผ่านมิติ ‘เศรษฐกิจ-จิตวิทยา’
‘ตลาดอสังหาฯ’ 4 จังหวัดอืดคอนโดเพชรบุรีขายหมด 19 ปี
Real Estate ‘ตลาดอสังหาฯ’ 4 จังหวัดอืดคอนโดเพชรบุรีขายหมด 19 ปี
ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
Politics ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
“อานันท์ ปันยารชุน” ย้อนรอย 35 ปี เจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น
Finance “อานันท์ ปันยารชุน” ย้อนรอย 35 ปี เจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น
ดูทั้งหมด

บิ๊ก “ไอที” ผูกขาดตลาดมะกัน คนตกงาน-เพิ่มความเหลื่อมล้ำ

09 ส.ค. 2560 | 23:32น.

เป็นที่แน่ชัดว่า ธุรกิจที่ไปได้สวยในตลาดอเมริกาปัจจุบัน คือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะบิ๊กไอที ทั้ง “กูเกิล” “เฟซบุ๊ก” รวมทั้ง “อเมซอน” ที่ต่างขยายธุรกิจไปในด้านต่าง ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

หนึ่งประเด็นที่ทั้งโลกถกเถียงกันคือ ในอนาคตเทคโนโลยีจะแย่งงานมนุษย์หรือไม่ แม้นักพัฒนาหรือซีอีโอในองค์กรขนาดใหญ่จะเห็นต่าง โดยเฉพาะเจ้าพ่อ “อาลีบาบา” อย่าง “แจ็ก หม่า” จะมองในแง่บวก ว่าเทคโนโลยีจะช่วยสร้างงานให้แก่มนุษย์

แต่ “รานา โฟรูฮาร์” คอลัมนิสต์ของเดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ เขียนบทวิเคราะห์เกี่ยวกับประเด็นนี้

ดยรายงานข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า ธุรกิจไอที หรือธุรกิจที่ปรับตัวหาเทคโนโลยีได้เร็วที่สุด จะสามารถดึงส่วนแบ่งการตลาดไปได้มากที่สุด และธุรกิจเหล่านี้สร้างงานได้ “น้อยลง” ด้วย โดยชี้ว่าทุก ๆ 25% ของกำไรบริษัท สามารถสร้างงานได้เพียง 4% เท่านั้น ถือเป็นจำนวนการสร้างงานที่น้อยกว่ายุคอุตสาหกรรมการผลิต ที่ค่ายรถยนต์ทั้งเจนเนอรัล มอเตอร์ส และเดมเลอร์จ้างงาน นอกจากนี้ยังสร้างงานได้น้อยกว่ายุคยักษ์ไอทีรุ่นก่อน ทั้ง “ไมโครซอฟท์” หรือ “ไอบีเอ็ม”

“โฟรูฮาร์” สรุปความเห็นว่า อัตราการว่างงานที่เกิดขึ้นในสหรัฐในปัจจุบันที่เริ่มก้าวสู่ระดับวิกฤต ส่วนหนึ่งเกิดจากการขยายตัวของธุรกิจไอทีที่ผูกขาดตลาดมากขึ้นนั่นเอง

ขณะที่สำนักวิจัย “แม็คคินซี โกลบอล” ระบุว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลสหรัฐอยู่ในภาวะที่ “มีและมีมากขึ้นเรื่อย ๆ” มีการขยายอาณาจักร ผูกขาด ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีการเงินหรือข้อมูล ทำรายได้มาก แต่สร้างงานน้อย

ในขณะที่อุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานมาก ไม่ว่าจะเป็นค้าปลีก การศึกษาและกิจการของรัฐบาล ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตรงกันข้าม ซึ่งอาจจะทำให้โลกอนาคตเศรษฐกิจจะเหลืออยู่แค่ 2 ลำดับชั้น คือ “ชั้นบนสุด” ที่การผลิตที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ร่ำรวยมาก แต่สร้างงานน้อย และ “ชั้นล่างสุด” ซบเซาสุด ๆ เช่นกัน

แม้เทคโนโลยีจะอำนวยความสะดวกแก่มนุษย์ แต่ก็มาแทนที่มนุษย์ได้อย่างเหลือเชื่อ และลดความซับซ้อนของงานลงไปได้มาก อย่างกรณีรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ค่าย “เทสล่า” ที่เตรียมส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกให้ลูกค้าในปี 2017 นี้

ด้วยยอดพรีออร์เดอร์ถึงสี่แสนคัน มีอะไหล่ประกอบเพียง 6,000-7,000 ชิ้นเท่านั้น ขณะที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป มีอะไหล่มากถึง 30,000 ชิ้น กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะเข้ามาครองตลาดแทนรถยนต์เชื้อเพลิงแบบเก่า จะตัดทอนวงจรซัพพลายเออร์ธุรกิจรถยนต์ไปจำนวนมาก

ทั้งนี้ ปัญหาการว่างงานในสหรัฐมีมาต่อเนื่องเกือบทศวรรษแล้ว เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับอัตราดอกเบี้ยให้โตอย่างเชื่องช้า ดังนั้นหนึ่งในนโยบายใหญ่ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี คือคำสัญญาที่ว่าจะสร้างงานเพิ่มให้กับชาวอเมริกัน

เขาถึงกับกดดันบริษัทใหญ่ที่จะย้ายฐานผลิตออกนอกประเทศด้วยการขึ้นภาษีนำเข้า ทำให้ในที่สุดค่ายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นเจนเนอรัล มอเตอร์ส โตโยต้า มาสด้า ฯลฯ ตัดสินใจขยายโรงงานเพิ่มในอเมริกาแทน

แต่อาจจะไม่ถูกเสมอไป เพราะค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ที่เข้ามาตั้งฐานทัพใหม่ในสหรัฐนั้น ยังคงผลิตรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปอยู่ ในระยะหลัง ยอดขายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปลดลง เนื่องจากผู้คนเริ่มมองหารถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด หรือรถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น ตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้บรรดาค่ายรถยนต์ใหญ่วางแผนจะขายรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2019-2020 ซึ่งจะทำให้ไลน์การผลิตรถยนต์ในอนาคตสั้นลงอีก

คอลัมนิสต์ “โฟรูฮาร์” ได้เสนอทางออกในบทความของเธอว่า การที่จะลดอัตราการว่างงานลงได้นั้น บริษัทไอทีในสหรัฐไม่ควรทำตัวเป็น “winner-takes-all” หาผลประโยชน์ทุกด้าน แต่ควรจะส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจให้ขยายตัว กล่าวคือ การสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและเล็กให้สามารถลืมตาอ้าปากได้ ซึ่งจะสร้างงานให้ผู้คนได้อย่างแท้จริง 

“ในประเทศจีน อาลีบาบาได้นำบรอดแบนด์เข้าไปติดตั้งในชนบทกว่า 1,000 แห่ง เพื่อให้ร้านค้าท้องถิ่นเข้าถึงดิจิทัลเทคโนโลยี ซึ่งเป็นปัจจัยในการสร้างรายได้ในทุกวันนี้ ธุรกิจใหญ่ ๆ ก็ควรทำแบบนี้ ยักษ์ไอทีในสหรัฐเองควรจะใส่ใจประเด็เหล่านี้ด้วย” โฟรูฮาร์ ระบุ