เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
ดูทั้งหมด

จับตา “ฟองสบู่เอไอ” ซีอีโอเจพีมอร์แกน-ผู้เชี่ยวชาญหวั่นซ้ำรอยวิกฤตการเงินปี 2008

26 ก.พ. 2569 | 16:54น.

ผู้เชี่ยวชาญและบุคคลสำคัญในวงการการเงินต่างเตือนว่า การครอบงำของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในเศรษฐกิจอาจนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นในปี 2008 หรือที่เรียกกันว่า วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ รวมถึงวิกฤตสินเชื่อซับไพรม ล่าสุดความกังวลในเศรษฐกิจสหรัฐมาจาก “เจมี ไดมอน” ผู้บริหารระดับสูงของ เจพีมอร์แกนเชส แต่คราวนี้อาจเกิดจากกลุ่มซอฟต์แวร์เพราะปัญญาประดิษฐ์ 

นายเจมี ไดมอน ซีอีโอเจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase & Co.) บริษัทธนาคารและบริการทางการเงินข้ามชาติสัญชาติอเมริกันกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเตือนว่า สภาพการณ์บางอย่างในตลาดการเงินกำลังทำให้นึกถึงช่วงหลายปีก่อนวิกฤตการเงินปี 2008 ที่เกิดกับภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ครั้งนี้อาจเป็นภาคซอฟแวร์เพราะปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

ตามรายงานของซีเอ็นบีซี (CNBC) ในงานวันพบปะนักลงทุนประจำปีของเจพีมอร์แกน เชส เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ ไดมอนระบุถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บรรยากาศตอนนี้คล้ายกับช่วง 3 ปีก่อนเกิดวิกฤตครั้งนั้นมาก

“กระแสน้ำขึ้นกำลังพัดพาเรือทุกลำขึ้นไป ทุกคนต่างทำเงินได้มากมาย ผู้คนต่างใช้ประโยชน์จากเงินกู้จนเต็มที่ ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้” ทั้ง “ราคาและปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์ที่สูง และคิดว่าเราไม่มีปัญหาอะไรเลย” ซีอีโอเจพีมอร์แกน เชสกล่าว

ในที่สุดแล้ว วงจรเศรษฐกิจจะพลิกผัน นำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ของผู้กู้จำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ให้กู้ในวงกว้าง และมักจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่คนส่วนใหญ่คาดไม่ถึง

ไดมอนกล่าวว่า “มักจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นในวัฏจักรสินเชื่อเสมอ” และบางภาคส่วนอาจดูมั่นคงกว่าที่เป็นจริงในช่วงก่อนที่จะเกิดวิกฤต

“ครั้งนี้ อาจเป็นซอฟต์แวร์ เพราะปัญญาประดิษฐ์” ไดมอนกล่าว “มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอยู่ข้างใต้ มันทำให้เกิดความท้าทายต่ออุตสาหกรรม”

สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้เห็นการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จนถึงจุดที่บริษัทขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีอนาคตผูกติดอยู่กับซอฟต์แวร์ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วนี้

ตัวอย่างเช่น Nvidia เป็นบริษัทที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากความเฟื่องฟูทางการเงินนี้ โดยกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกด้วยส่วนต่างที่มากพอสมควร และมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.4 แสนล้านบาท) ในเวลาเพียงสามปี ด้วยฮาร์ดแวร์สำคัญที่บริษัทผลิต

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน การพูดคุยมากมายเกี่ยวกับ AI กังวลว่า “ฟองสบู่” กำลังจะแตก เนื่องจากรายได้ไม่สอดคล้องกับการลงทุนที่บริษัทจำนวนมากได้ลงทุนไป และคำเตือนที่สำคัญอาจมาจากนักลงทุนที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของประเทศสหรัฐ

ตามรายงานของ LBC เผยแพร่เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2025 กรณีไมเคิล เบอร์รี นักลงทุนชื่อดัง ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่โด่งดังหลังจากทำนายวิกฤตทางการเงินปี 2008

อย่างไรก็ตาม เขากลับมาเป็นข่าวอีกครั้งหลังจากการลงทุนที่อาจสั่นสะเทือนเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยเขาได้ทุ่มเงินประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 34,000 ล้านบาท) ไปกับการคาดการณ์ว่าทั้ง Nvidia และ Palantir บริษัทซอฟต์แวร์ จะมีมูลค่าหุ้นลดลง

การคาดการณ์ที่ว่า เบอร์รีกำลังส่งสัญญาณถึงภาวะฟองสบู่ได้รับการยืนยันแล้ว จากการที่บริษัทลงทุนของเขา “Scion Asset Management” ซื้อสัญญา “put” มูลค่า 912 ล้านดอลลาร์ (ราว 28,000 ล้านบาท) ใน Palantir พร้อมกับหุ้น Nvidia มูลค่า 187 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.8 พันล้านบาท)

สัญญาขาย (put contracts) อนุญาตให้นักลงทุนขายหุ้นของตนในราคาคงที่ตามที่ตำลงกันไว้ ตราบใดที่อยู่ภายในระยะเวลาที่จำกัด ซึ่งช่วยให้ชสามารถทำกำไรจากการลดลงของมูลค่าตลาดหลังจากที่ลงทุนไปแล้ว

การซื้อหุ้นจำนวนมากในบริษัทที่ได้รับผลกำไรอย่างมากจากการเติบโตของ AI บ่งชี้ว่า เบอร์รี มองเห็นการลดลงของราคาหุ้นที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า แม้ว่าจะไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามันจะเกิดขึ้นอย่างไรหรือเมื่อใด

กลับมาที่ซีอีโอเจพีมอร์แกน เชส ได้เคยเตือนเกี่ยวกับตลาดสินเชื่อเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว หลังจากที่สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ ตัดหนี้สูญ 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.2 ล้านล้านบาท) หลังจากการล้มละลายของสองบริษัทอเมริกันทั้งบริษัทปล่อยสินเชื่อรถยนต์และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ซับไพรม์อย่างไตรคัลเลอร์ (Tricolor) อีกทั้งการล้มละลายของเฟิร์สต์ แบรนด์ส (First Brands) ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ บ่งชี้ว่าอาจมีปัญหาด้านสินเชื่อเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ และยังมีอีกสองสามบริษัทที่เห็นว่าอยู่ในประเภทเดียวกัน ซึ่งทางเจพี มอร์แกนกำลังตรวจสอบ

“ตลาดสินเชื่อขาขึ้นมาเกือบตลอดปี 2010  เป็นสัญญาณเริ่มต้นว่าอาจมีสินเชื่อส่วนเกินอยู่บ้างเนื่องจากสถานการณ์นี้ หากเราเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย จะได้เห็นปัญหาด้านสินเชื่อเพิ่มขึ้นอีกมากมาย” ซีอีโอเจพีมอร์แกน เชส

ต่อมา นายแอนดรูว์ เบลีย์ (Andrew Bailey) ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษกล่าวต่อคณะกรรมาธิการสภาขุนนางเมื่อเดือนตุลาคมปี 2025 ว่า เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องพิจารณาถึงความล้มเหลวของสองบริษัทใหญ่สหรัฐ ได้แก่ เฟิร์ส แบรนด์ส  ซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนรถยนต์ และไตรคัลเลอร์ ผู้ให้บริการสินเชื่อซับไพรมอย่างจริงจัง และได้เปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับวิกฤตการเงินหรือวิกฤตซับไพรม

เบลีย์ย้ำว่า การล้มละลายของเฟิร์ส แบรนด์ส และไตรคัลเลอร์ ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับคุณภาพของข้อตกลงในตลาดสินเชื่อเอกชน ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทต่าง ๆ จัดหาสินเชื่อจากผู้ให้กู้ที่ไม่ใช่ธนาคาร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปัญญาประดิษฐ์ (AI)