วันนอร์ มองไทยวางตัวเหมาะสมเป็นกลาง ปมสงครามตะวันออกกลาง
พิพัฒน์ พา วันนอร์ ขึ้นตึกไทยคุย นายกฯ หารือปมสงครามตะวันออกกลาง มองรัฐบาลวางตัวเหมาะสมเป็นกลาง เชื่อไม่มีปัญหาเพราะไทยหนุนสันติภาพ มองต้องเร่งตั้งรัฐบาล สร้างความน่าเชื่อถือ เดินหน้าแก้เศรษฐกิจ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ยังทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 08.47 น ทันทีที่นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงได้สักการะองค์นรสิงห์จำลอง ซึ่งปฏิบัติเป็นปกติทุกวัน
จากนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พานายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา เข้าพบนายกรัฐมนตรีพบตึกไทยคู่ฟ้า
โดยนายวันนอร์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี เชิญมาหารือถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม แต่อาจจะมีผลกระทบ ในฐานะที่พอจะรู้เรื่องประเทศมุสลิม นายกฯจึงเชิญมาหารือ ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
นายวันมูหะมัดนอร์ ยังระบุอีกว่า ชาวมุสลิมในประเทศไทยไม่ต้องกังวลอะไร เนื่องจากประเทศเรามีกำหนดท่าทีที่เป็นกลาง และเราพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงของสหประชาชาติ และอาเซียน เราไม่มีปัญหา เพราะสนับสนุนการการเจรจา เพื่อให้เกิดสันติภาพ
ส่วนประเมินสถานการณ์การสู้รบจะยืดเยื้อหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ไม่มีใครทราบได้ เพราะเป็นเรื่องของ 2-3 ประเทศ ที่เกี่ยวข้อง แต่การกำหนดท่าทีของรัฐบาลในการดูแลประชาชนในประเทศเหล่านั้นให้มีความปลอดภัย หรือประชาชนมีความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องรีบดูแล และมองว่าขณะนี้ทางอาเซียนมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศแล้ว และมีการวางท่าทีและบทบาทที่เหมาะสม รวมไปถึงเป็นประโยชน์ต่ออาเซียน
นายวันมูหะมัดนอร์ เชื่อว่า หลายประเทศพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือคนไทย เพราะทุกครั้งที่เกิดปัญหาทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่สันติสุขสันติภาพ และเราไม่มีปัญหากับประเทศใด เขาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ขณะเดียวกันนายวันมูหะมัดนอร์ ยังระบุอีกว่า คนไทยส่วนใหญ่ที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง 80% เป็นนิกายสุหนี่ แต่อิหร่านเป็นนิกายชีอะห์ กว่า 90% ว่าความเห็นในด้านศาสนาจะแตกต่างแต่ความเป็นอยู่ก็ใกล้เคียง ไม่ได้มีความขัดแย้งในทางนิกาย ที่จะนำไปสู่ความไม่สงบสุขได้ อยู่ด้วยกันได้ไม่มีปัญหา ซึ่งในประเทศไทยเองนิกายชีอะห์มีอยู่ประมาณ 10 %
ส่วนจะมีการหารือเรื่องงานสภาด้วยหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ กกต.รับรอง สส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่ อครบแล้ว นายวันมูหะมัดนอ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้มีการพูดคุย คุยกับนายกรัฐมนตรี แต่คิดว่างานสภาไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะขณะนี้ กกต.รับรอง สส. ครบถ้วน และพร้อมที่จะเปิดสภาแล้ว ซึ่งตามขั้นตอนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะทำหนังสือถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อกราบบังคมทูลฯ เปิดสมัยประชุม โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะต้องปฏิญาณตนก่อนปฎิบัติหน้าที่
เมื่อถามว่า พรรคประชาชาติ เข้าร่วมรัฐบาล จะมีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งอย่างไร นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่าเราฟังเสียงประชาชน และเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ประชาชนเลือกมากที่สุด มาเป็นอันดับหนึ่ง
จึงเป็นหน้าที่พรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล และมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และเมื่อภาวะสงครามตะวันออกกลางยิ่งต้องจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็ว เพราะการเจรจาในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการอาจจะลดความเชื่อถือลง
เมื่อถามว่า ไทม์ไลน์การเปิดประชุมสภานั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของสภากับรัฐบาลเนื่องจากต้องมีการกราบบังคมทูลฯ ไม่สามารถกำหนดเองได้