จ่อชง ครม.ไฟเขียวแผนประหยัดพลังงาน-ซื้อ LNG มาเลย์ หลังคาดสู้รบยืดเยื้อ
สมช. ประเมินสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ส่อยืดเยื้อเกิน 1 เดือน หลัง 15 ประเทศที่ถูกอิหร่านโจมตีตอบโต้กลับ รับจ่อชง ครม.พิจารณามาตรการประหยัดพลังงาน-ซื้อ LNG จากมาเลเซีย ขณะที่ กองทัพบก ยืนยันการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ไม่มีสะดุด ส่วนใหญ่ถึงมือแล้ว ขณะที่อีกลอตรอชง ครม.อนุทิน 2
จากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แหล่งข่าวจากสภาความมั่นคงชาติ (สมช.) ประเมินสถานการณ์ว่าน่าจะมีการขยายวงกว้างเพิ่มขึ้น และส่อจะยืดเยื้อมากขึ้นเกินกว่า 1 เดือน เนื่องจากมีประเทศที่โดนอิหร่านโจมตีถึง 15 ประเทศ และประเทศเหล่านี้เริ่มที่มีท่าทีตอบโต้กลับอิหร่าน
ขณะที่พลังงานไทยก็มีความพร้อม เตรียมรับมือทุกมาตรการ ทั้งแหล่งทดแทนที่เริ่มดำเนินการแล้ว และการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งจะมีกองทุนน้ำมันฯเข้ามาอุดหนุน ราคาเพื่อตรึงราคาโดยเฉพาะน้ำมันดีเซล
นอกจากนี้จะยังมีการออกมาตรการประหยัด ยอมรับว่าการ work from home ถือเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 ด้วย นอกจากนี้ยังมีแนวคิดการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีขอลงนามสัญญาซื้อก๊าซ LNG จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งที่ผ่านมามีการนำเข้าจากประเทศกาตาร์เป็นหลัก
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมวานนี้มีการระบุว่าน้ำมันจะสามารถอยู่ได้ถึง 95 วันนั้น เชื่อว่าน้ำมันทดแทนน่าจะมาได้ภายใน 1 เดือน ซึ่งน่าจะพอที่จะดำรงได้ 40% จากที่อื่นมาทดแทนเพิ่มเติม
ส่วนการประเมินสถานการณ์ภายในประเทศไทย แหล่งข่าวระบุว่า มีเรื่องโซเชียลมีเดียที่จะสร้างความตระหนก และความกังวลในประเทศ แต่ยืนยันว่าทางการข่าวไม่มีการยอมให้สหรัฐใช้ฐานอย่างแน่นอน
ด้านแหล่งข่าวจากกองทัพบก ระบุถึงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่ทดแทนของเดิมในการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนยันว่า การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง ไม่มีเงื่อนไขในการจัดซื้อเพิ่มเติม และไม่มีอะไรสะดุด เพียงแต่ต้องรอตามระยะเวลาจัดส่งที่ระบุไว้ แต่ยอมรับว่ายุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่มาถึงแล้ว เพียงแต่การจัดซื้ออีกลอตต้องรอรัฐบาลใหม่ทีเดียว
ส่วนประเมินสถานการณ์จะยืดเยื้อหรือขยายวงกว้างหรือไม่นั้น แหล่งข่าวจากกองทัพบกประเมินว่า น่าจะไม่มีการขยายวงกว้าง เนื่องจากสหรัฐขณะนี้ยังไม่มีการประกาศระดมพล หรือใช้ทหารราบเข้า คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 1-2 เดือน แต่หากนำกำลังพลเข้ายึดครองประเทศก็จะยาว 6 เดือนถึง 1 ปี