พีเจ้น เดินหน้าสร้างห้องให้นมแม่ ปีที่ 35
จากข้อมูลของ WHO และ UNICEF ระบุว่า ในประเทศไทยมีทารกเพียงร้อยละ 46 เท่านั้นที่ได้กินนมแม่ตั้งแต่ชั่วโมงแรกของชีวิต และมีทารกเพียง 12% ที่ได้กินนมแม่ถึงช่วงอายุ 6 เดือน ซึ่งจากข้อมูลนี้ถือได้ว่าเป็นอัตราส่วนที่ต่ำมาก ทั้งที่นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดที่แม่จะมอบให้แก่ลูกได้ในช่วงหกเดือนแรกของชีวิต และการพลาดโอกาสในช่วงที่สำคัญต่อพัฒนาการนี้ไปอาจไม่สามารถทดแทนได้จากสิ่งอื่น โดยสาเหตุหลักของการที่แม่ในประเทศไทยไม่สามารถให้นมลูกได้อย่างเต็มที่ คือการใช้ชีวิตของผู้หญิงในยุคปัจจุบันที่จะต้องทำงานนอกบ้าน และรับผิดชอบงานในหลาย ๆ ด้าน จนสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถให้นมลูกได้เอง อีกทั้งพื้นที่สำหรับการให้นมลูกหรือพื้นที่ที่จะสามารถปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูกยังถือว่ามีน้อยมากในสังคมไทย ดังจะไม่สามารถพบเห็นได้อย่างทั่วไป หรือไม่สามารถพบเห็นได้บ่อยครั้งเมื่อเทียบกับพื้นที่สาธารณะอื่น ๆ
ด้วยความสำคัญของการให้นมแม่กับทารก “พีเจ้น” ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก จึงเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ในการสนับสนุนการให้นมแม่เป็นปีที่ 35 เพื่อสร้างสุขภาพและสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง อันเป็นก้าวแรกของการสร้างสังคมคุณภาพ โดยครั้งนี้ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลวิภาวดี สร้างห้องให้คำปรึกษาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ Pigeon Breastfeeding Consultation Room ห้องที่ 30 ของโครงการ เพื่อมอบให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน โดยจะเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้ ถูกสุขลักษณะสำหรับการให้นมอย่างมีคุณภาพ เพื่อเป็นอีกหนึ่งโครงการในการเพิ่มพื้นที่คุณภาพสำหรับแม่และลูกในโรงพยาบาลให้กับสังคมไทยที่ทางพีเจ้นได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง

“สุวรรณา โชคดีอนันต์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก พีเจ้น เปิดเผยว่า การให้ความสำคัญในการให้นมแม่อย่างถูกต้องและปลอดภัยคือเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ของบริษัท โดยได้มีการศึกษาและสำรวจถึงความต้องการอย่างแท้จริงของแม่และเด็ก จนเกิดเป็นโครงการสร้างห้องให้คำปรึกษาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของพีเจ้น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเป็นอย่างดี
โครงการดังกล่าวอยู่บนแนวคิดการสร้างพื้นที่สำหรับแม่และลูกน้อย ที่จะเป็นสถานที่ที่จะให้คุณแม่และลูกน้อยได้มีช่วงเวลาอบอุ่น ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย มีอุปกรณ์และเครื่องมือที่สนับสนุนการให้นมแม่อย่างมีประสิทธิภาพครบครัน รวมไปถึงการมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ให้ความรู้อย่างใกล้ชิดและถูกต้องแก่คุณแม่
“เรามีเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างสรรค์สังคมให้มีคุณภาพสำหรับแม่และเด็กในประเทศไทยมายาวนานกว่า 35 ปี โดยโครงการสร้างห้องให้นมแม่เป็นการทำงานเชิงรุกที่บริษัทได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งมีการเพิ่มจำนวนห้องทุกปีในโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เป็นการสร้างคุณภาพในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำหรับแม่และเด็กที่สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากคุณแม่ที่ต้องให้นมลูกล้วนต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ สถานที่ที่สะอาด และมีบรรยากาศเอื้อต่อการให้นม เด็กแรกเกิดไปจนถึง 6 เดือนมีความจำเป็นและต้องการดื่มนมแม่ในทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง และจะดื่มนมแม่นานครั้งละประมาณ 5 นาที ห้องให้นมแม่จึงเป็นสถานที่สำคัญ”
โดยครั้งนี้ถือเป็นการสร้างห้องให้นมแม่ห้องที่ 30 ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดีจากโรงพยาบาลวิภาวดี ในการสานต่อเจตนารมณ์อย่างมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคม และเป็นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณแม่และลูก
“พิจิตต์ วิริยะเมตตากุล” กรรมการรองผู้จัดการโรงพยาบาลวิภาวดี กล่าวว่า โรงพยาบาลวิภาวดีให้ความสำคัญในเรื่องการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาตลอดอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นให้ความรู้แก่คุณแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ และหลังคลอด เพื่อให้คุณแม่สามารถให้นมลูกได้ด้วยตนเองหลังจากออกจากโรงพยาบาล

“การสร้างห้องให้นมแม่ครั้งนี้ ถือเป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์และมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อคุณแม่และเด็กที่ใช้บริการโรงพยาบาลและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งภายในห้องให้นมแม่แห่งนี้จะมีทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาแก่คุณแม่เกี่ยวกับการให้นมอย่างถูกวิธี โดยพีเจ้นได้สนับสนุนด้านการสร้างพื้นที่และอุปกรณ์ที่ครบครัน ส่วนโรงพยาบาลวิภาวดีได้ตอบรับด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญให้มาประจำที่ห้องให้นมแม่ตลอดเวลาทำการ”
ความร่วมมือครั้งนี้จะก่อให้เกิดความตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อันเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่จะก่อให้เกิดภาพสมบูรณ์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสังคมไทย