ไทยผนึกกำลัง “อิสราเอล” เพิ่มสปีด “นวัตกรรม”-
“อิสราเอล” ประเทศที่มีความก้าวหน้าทางนวัตกรรมเบอร์ต้น ๆ ของโลก และเป็นที่หนึ่งในหลายด้าน ทั้งยังได้รับการยอมรับว่าเป็น “สตาร์ตอัพเนชั่น” มานานได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยยกระดับและติดสปีดนวัตกรรมไทยสู่ระดับนานาชาติได้เร็วขึ้น
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติไทย (NIA) กล่าวในงาน “ความร่วมมือไทย-อิสราเอล ในการพัฒนาระบบนวัตกรรมไทย” ระบุว่า NIA ได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมอิสราเอล (Israel Innovation Authority หรือ IIA) เพื่อพัฒนาระบบนวัตกรรมสู่ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ โดยเบื้องต้นจะเน้นที่ 4 ประเภท ได้แก่ ภาคการเกษตร, อาหาร, ความมั่นคงทางไซเบอร์ และ in-ternet of things (IOT) ซึ่งเชื่อว่าธุรกิจไทยจะได้ประโยชน์มากจากโมเดลของอิสราเอลในแง่ต่าง ๆ ขณะเดียวกัน บริษัทสตาร์ตอัพของอิสราเอลก็สามารถใช้ไทยเป็นเกตเวย์สู่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายวิเชียร สุขสร้อย รองผู้อำนวยการNIA ด้านเศรษฐกิจและสังคมอธิบายเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือในลักษณะนี้อิสราเอลเป็นประเทศที่ 2 ต่อจาก “ญี่ปุ่น” โดยกรอบความร่วมมือไทย-อิสราเอลมีระยะเวลาอยู่ที่ 3 ปี โดยมีเป้าหมายร่วมกันก็คือการจับคู่ธุรกิจให้กับภาคเอกชน 10 ราย โดยทาง NIA และ IIA จะให้การสนับสนุนเงินทุนแก่นักธุรกิจของตนราว 75% พร้อมเป็นที่ปรึกษาเพื่อนำไปสู่การลงทุนพัฒนาทางธุรกิจร่วมกันในระยะยาว
“ความน่าสนใจของโมเดลอิสราเอลก็คือ สินค้านวัตกรรม หนึ่งชิ้นที่ผลิตขึ้นมาจะต้องขายได้ทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในประเทศหรือภูมิภาคเท่านั้น และไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยนความรู้ทางนวัตกรรมที่ไทยจะได้จากอิสราเอล แต่ไทยจะได้ประโยชน์ในแง่ของไอเดียด้วย ซึ่งอิสราเอลถือว่าเป็นต้นแบบทางความคิดที่ดีที่สุดประเทศหนึ่ง”
รอง ผอ.กล่าวว่า ต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมที่ไทยจะได้เรียนรู้จากอิสราเอล คือ วิธีการดึงดูดให้บริษัทระดับโลกมาตั้งศูนย์วิจัยเพื่อทำงานร่วมกับนักวิจัยและสถาบันการศึกษา การสนับสนุนการเงินจากภาครัฐสู่ภาคธุรกิจ และผลักดันให้สตาร์ตอัพและธุรกิจนวัตกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมมีศักยภาพเข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดใหม่ ๆ ได้เทียบเท่ากับธุรกิจขนาดใหญ่
ดร.แดนนี่ ไบรัน รองประธานฝ่ายนานาชาติของ IIA กล่าวว่า รัฐบาลไทยมีความพยายามในการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่เวทีนวัตกรรมโลก รวมถึงการผลักดันเหล่าสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอีให้เติบโตเร็วขึ้น โมเดลอิสราเอลจะทำให้ไทยก้าวได้ถูกจุด กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงระบบนวัตกรรมในหลากหลายประเภท เช่น ความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งจำเป็นมากที่สุดแขนงหนึ่งในการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่ไทยยังมีการลงทุนดังกล่าวในสัดส่วนที่ต่ำ รวมถึงเทคโนโลยีการป้องกันประเทศที่ถือเป็นจุดแข็งของอิสราเอล
โดย 4 ปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการสร้างนวัตกรรมของอิสราเอล คือ 1) การให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์เพื่อให้เกิดการวิจัยและพัฒนามากขึ้น รวมทั้งการสร้างมาตรฐานของการวิจัยด้านไซเบอร์ ซึ่งประเทศไทยถือว่ามีการตั้งมาตรฐานด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยพัฒนาไว้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น 2) กระบวนการพัฒนาอุตสาหกรรมไซเบอร์ โดยมุ่งเน้นเรื่องนโยบายและกฎระเบียบต่าง ๆ 3) มุ่งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่พร้อมใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ และ 4) การสร้างผู้เชี่ยวชาญและสร้างองค์ความรู้ด้านไซเบอร์ให้มากขึ้น
“เน็ตเวิร์ก” สำหรับธุรกิจในอิสราเอลนั้นสำคัญมาก ปัจจุบัน IIA มีความร่วมมือลักษณะดังกล่าวกับอีก 70 ประเทศทั่วโลก มีโครงการวิจัยและพัฒนาร่วมกันกว่า100 โครงการต่อปี และแม้ว่าความร่วมมือกับไทยในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นแต่เชื่อมั่นว่าในอนาคตทั้งไทยและอิสราเอลจะได้ประโยชน์ต่อเนื่อง เพราะความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การสร้างเครือข่ายยังเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
