มาห์เล (MAHLE) กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากเยอรมัน เปิดเผยรายงานผลประกอบการประจำปี 2568 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันที่รุนแรงจากจีน และความผันผวนของต้นทุน โดยบริษัทสามารถประคองผลการดำเนินงานให้เป็นบวกและยืนยันความสำเร็จในการพลิกฟื้นธุรกิจ

ในปี 2568 มาห์เลทำยอดขายรวมอยู่ที่ 11,300 ล้านยูโร แม้ตัวเลขดังกล่าวจะลดลงจากผลกระทบด้านอัตราแลกเปลี่ยนและการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ แต่เมื่อปรับปรุงปัจจัยเหล่านี้แล้ว ยอดขายปกติ (Organic Sales) ยังสามารถเติบโตได้ 0.6% ด้านกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EBIT) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 442 ล้านยูโร คิดเป็นอัตรากำไรที่ 3.9% สะท้อนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนที่สัมฤทธิ์ผล

สถานะทางการเงินโดยรวมมีความมั่นคงขึ้น โดยหนี้สินสุทธิลดลง 136 ล้านยูโร มาอยู่ที่ 1,030 ล้านยูโร ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 21.9% นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินผ่านการขยายวงเงินกู้ร่วม 1,200 ล้านยูโร จนถึงปี 2572
อาร์นด์ ฟรานซ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและซีอีโอของมาห์เล เน้นย้ำว่าบริษัทกำลังก้าวสู่เส้นทางการเติบโตที่มีกำไรตามยุทธศาสตร์ MAHLE 2030+ โดยให้ความสำคัญกับยานยนต์ไฟฟ้า การจัดการความร้อน และการรักษาจุดแข็งในเครื่องยนต์สันดาปภายใน

บริษัทยังคงรักษาระดับการลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนาไว้ที่ 5.4% ของยอดขาย โดยมีสิทธิบัตรและรายงานการประดิษฐ์ใหม่ประมาณ 860 รายการ ซึ่งกว่า 70% มุ่งเน้นเทคโนโลยีสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า อาทิ ระบบฮีทปั๊มและโซลูชันการจัดการความร้อนขั้นสูง อย่างไรก็ตาม ยอดสั่งซื้อนวัตกรรมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายังคงต่ำกว่าคาดการณ์เนื่องจากสภาวะตลาดในยุโรปและนโยบายในสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลง
เพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่คาดการณ์ได้ยาก มาห์เลได้ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ “Back on Track” โดยมีการปรับลดกำลังการผลิตและฐานการผลิตโดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาเหนือ ส่งผลให้จำนวนพนักงานทั่วโลกลดลงเหลือ 64,242 คน
ในส่วนของยอดขายของแต่ละภูมิภาค ยุโรปและจีนมีตัวเลขลดลง ขณะที่อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอินเดียเติบโตกว่า 20% ส่วนธุรกิจในกลุ่มโซลูชันอุตสาหกรรมและโซลูชันพิเศษได้เริ่มกระจายความเสี่ยงไปยังภาคส่วนอื่น เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดรถยนต์เพียงอย่างเดียว
อาร์นด์ ฟรานซ์ สรุปทิศทางในอนาคตว่า มาห์เลจะยังคงยึดมั่นในความน่าเชื่อถือและความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดกว้างทางเทคโนโลยีในยุโรปเพื่อปกป้องฐานการผลิตและการจ้างงานท่ามกลางความท้าทายที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง