Skip to content

เมื่อ AI ทำงานแทนได้เกือบหมด แล้วมนุษย์จะชนะด้วยอะไร ?

08 พ.ค. 2569 | 13:03น.
เมื่อ AI ทำงานแทนได้เกือบหมด แล้วมนุษย์จะชนะด้วยอะไร ?
คอลัมน์ : SD TALK
ผู้เขียน : พิชญ์พจี สายเชื้อ

วันนี้อยากชวนคุยเรื่อง AI ค่ะ เพราะผลสำรวจ WEF Future of Jobs 2026 ระบุว่า 40-60% ของงานทั่วโลกจะเปลี่ยนรูปแบบภายใน 2 ปี และ 44% ของทักษะที่คนทำงานต้องใช้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

หลายคนจึงอาจคิดว่า “เราจะรอด (ตกงาน) มั้ยเนี่ย” เพราะ AI ดูเหนือกว่าแทบทุกด้าน ทั้งเร็วกว่า ถูกกว่า และไม่เหนื่อย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในหลายองค์กรกลับทำให้ต้องมองใหม่ เพราะแม้ AI จะเก่งขึ้นทุกวัน แต่งานจำนวนมากยัง “ต้องใช้มนุษย์” และ “ขาดมนุษย์ไม่ได้”

ลองคิดดูนะคะ-ถ้า AI ทำงานแทนได้เกือบหมดจริง ทำไมองค์กรที่ใช้ AI หนักที่สุดในโลกยังต้องการคนเก่งมากขึ้นกว่าเดิม ตัวอย่างเช่น บริษัทอย่าง Microsoft ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่ลงทุนด้าน AI หนักที่สุดในโลก แต่ยังเปิดรับคนเพิ่มในงาน Product Strategy, Responsible AI และ Human-Centered Design เพราะแม้ AI จะเก่งแค่ไหน การตัดสินใจว่า “ควรใช้เพื่ออะไร และอย่างไรให้เกิดคุณค่าสูงสุด” ยังต้องเป็นของมนุษย์ มนุษย์ไม่ได้สู้ด้วยความเร็ว แต่สู้ด้วยความเป็นมนุษย์ ที่มีความเข้าใจที่มาที่ไป มีการวิเคราะห์ด้วยข้อมูลประกอบกับการสังเกตการณ์สภาพแวดล้อม (ที่ไม่ใช่ข้อมูล) และนำมาซึ่งความสามารถในการตัดสินใจที่ถูกต้อง ซึ่ง AI เองยังทำไม่ได้

แม้ AI จะเก่งมากด้านความแม่นยำและข้อมูลจำนวนมหาศาล แต่ยังไม่สามารถทำเรื่องสำคัญเหล่านี้แทนมนุษย์ได้ทั้งหมด เช่น การอ่านความรู้สึกของลูกค้า AI ตอบแชตได้เร็ว แต่ไม่รู้ว่าลูกค้ากำลังโกรธ สับสน หรือแค่อยากให้มีคนรับฟัง หรือการตัดสินใจท่ามกลางความไม่ชัดเจน AI วิเคราะห์ข้อมูลได้ แต่ไม่รู้ว่าองค์กรควร “เร่ง” หรือ “ชะลอ” เมื่อความเสี่ยงเกิดขึ้น หรือการประเมินผลกระทบด้านจิตใจ AI อาจแนะนำลดต้นทุน แต่ไม่เข้าใจว่าการตัดสินใจนั้นจะกระทบขวัญและกำลังใจของทีมอย่างไร (ซึ่งการตัดสินใจลดต้นทุน อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องทั้งหมด) ที่เล่ามานี้คือ “พื้นที่ของมนุษย์” ที่ยังสำคัญมาก แม้โลกจะเต็มไปด้วย AI

ดิชั้นขอยกตัวอย่างเรื่องที่ทำให้มนุษย์ยังชนะ AI ได้ ลองนึกถึงร้านกาแฟที่ใช้เครื่องชงอัตโนมัติ ระบบสั่งผ่านแอป และระบบแนะนำเมนูจากข้อมูลลูกค้า แต่ร้านที่ลูกค้ากลับมาซ้ำ ไม่ได้ชนะเพราะเครื่องจักร หากชนะเพราะ “บาริสต้าที่เข้าใจมนุษย์” และนี่คือความได้เปรียบในความเป็นมนุษย์ ที่ AI ยังเลียนแบบไม่ได้ ทั้งในเรื่อง Judgment-การตัดสินใจแม้ข้อมูลไม่ครบ บาริสต้ารู้ว่าลูกค้าคนนี้รีบหรือไม่ รีบแค่ไหน และควรปรับเมนูให้เหมาะกับอารมณ์อย่างไร

หรือเรื่องการมี Empathy-ความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง บางครั้งลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่กาแฟ แต่ต้องการความรู้สึกดีจากการถูกทักทาย หรือการมี Creativity-การคิดสิ่งใหม่จากสถานการณ์จริง เมนูพิเศษหลายอย่างเกิดจากการสังเกต ไม่ใช่จากข้อมูลในอดีต หรือและถ้ามองในโลกธุรกิจ ก็มีตัวอย่างที่ชัดเจนเช่นกัน บทเรียนจากโลกธุรกิจ Netflix เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนขององค์กรที่ใช้ AI เก่ง แต่ชนะด้วยมนุษย์ AI วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ชมว่าใครดูอะไร เวลาไหน ดูจบหรือไม่ แต่การตัดสินใจสร้างคอนเทนต์ยังเป็นของมนุษย์ ทีมครีเอทีฟเป็นผู้เลือกว่าควรสร้างเรื่องใด หยุดเรื่องใด และอะไรมีโอกาส “ดังในอนาคต” เพราะ AI บอกได้แค่ว่า “คนเคยดูอะไร” แต่ไม่เคยรู้ว่า “คนจะอยากดูอะไรต่อไป”

สรุปสั้น ๆ ก่อนจบค่ะ AI คือ “เครื่องมือ” ที่ทำให้องค์กรเก่งขึ้น เร็วขึ้น และแม่นยำขึ้น แต่ “มนุษย์” คือ “หัวใจ” ที่ทำให้องค์กรชนะ องค์กรที่ไม่ใช้ AI คือองค์กรที่เสี่ยง แต่องค์กรที่ไม่พัฒนาคน คือองค์กรที่แพ้แน่นอน เพราะในโลกที่ AI ทำงานแทนได้เกือบหมด สิ่งที่แยก “องค์กรที่อยู่รอด” ออกจาก “องค์กรที่หายไป” ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ล้ำกว่า แต่คือ “คุณค่าที่มนุษย์สร้างขึ้น” ต่างหากค่ะ ขอให้เป็นผู้ชนะกันทุกองค์กรนะคะ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI ทำงาน ผลสำรวจ