คพ.โต้ผลสำรวจสินบน กกร. ชี้ข้อมูลไม่รอบด้าน-ไม่ควรใช้จัดอันดับหน่วยงาน
กรมควบคุมมลพิษพร้อมรับการตรวจสอบทุจริต ยืนยันหากพบเจ้าหน้าที่ทำผิดลงโทษวินัยเด็ดขาด แต่ตั้งข้อสังเกตผลสำรวจ กกร. ที่ระบุ คพ. มีการเรียกรับสินบนสูงสุด เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ กลุ่มตัวอย่างจำกัด ไม่ครอบคลุมภาพรวมราชการไทย และไม่ควรใช้สรุปหรือจัดอันดับเฉพาะรายหน่วยงาน
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ หรือ คพ. เปิดเผยภายหลังแถลงผลการพิจารณาเอกสารงานวิจัยการสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. กรณีระบุว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่มีการเรียกรับสินบนสูงสุด โดยมีการเสนอ 102,160 บาทต่อครั้ง ว่า คพ. มีข้อสงสัยต่อผลสำรวจดังกล่าว เนื่องจากตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา คพ. ไม่เคยได้รับการร้องเรียนเรื่องการทุจริต
หลังทราบผลสำรวจ คพ. ได้เรียกประชุมผู้บริหารทั่วประเทศทันที และทำหนังสือเปิดผนึกถึง กกร. เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อขอให้ชี้แจงที่มาของข้อมูล วิธีการตรวจสอบ และส่งมอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 7 วัน เพื่อให้ คพ. ตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจริงหรือไม่
ต่อมา กกร. ได้ส่งหนังสือชี้แจงหลักการและระเบียบวิธีการสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐให้ คพ. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พร้อมเอกสาร 3 รายการ ได้แก่ สรุประเบียบวิธีการสำรวจ 13 หน้า ตัวอย่างแบบสำรวจ 8 หน้า และเอกสารประกอบการแถลงข่าวและข่าวประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 จำนวน 22 หน้า
ดร.สุรินทร์กล่าวว่า คพ. ไม่ปฏิเสธการตรวจสอบเรื่องการต่อต้านทุจริต และยินดีให้ตรวจสอบ เพราะปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และประชาชน พร้อมยืนยันว่าหากพบเจ้าหน้าที่กระทำผิด จะดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น
ทั้งนี้ คพ. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกระแสข่าวที่เกิดขึ้น โดยได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาทบทวนมาตรการและแนวทางปฏิบัติราชการทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันการทุจริต พร้อมออกหนังสือแจ้งเวียนกำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส
นอกจากนี้ คพ. ยังเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ
จากการทบทวนภารกิจและโครงการต่าง ๆ พบว่า กระบวนงานการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษ เป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตด้านการใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา คพ. ได้ร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ท. นำระบบบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต หรือ CRMS และมาตรการควบคุมมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ คพ. ได้รับผลประเมินเชิงคุณภาพระดับ “ดีเยี่ยม” หรือ Excellent ต่อเนื่อง 3 ปี
ขณะเดียวกัน คพ. ยังเดินหน้ายกระดับคู่มือปฏิบัติงาน หรือ Work Manual ไปสู่มาตรฐาน SOP หรือ Standard Operating Procedure เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความโปร่งใสตามนโยบายของรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง
ดร.สุรินทร์กล่าวว่า คพ. ได้ประสานขอความชัดเจนและรายละเอียดข้อมูลการสำรวจของ กกร. เนื่องจากการเผยแพร่ข่าวในลักษณะว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่มีการเรียกรับสินบนต่อครั้งเป็นอันดับ 1 ทำให้กรมได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง และข้าราชการเสียขวัญกำลังใจในการทำงาน
หลังได้รับเอกสารจาก กกร. แล้ว คพ. มีข้อสังเกตต่อกระบวนการจัดทำวิจัยหลายประเด็น เช่น การสำรวจหน่วยงานภาครัฐเพียง 26 หน่วยงาน จากหน่วยงานระดับกรม 162 หน่วยงาน จึงไม่ครอบคลุมภาพรวมระบบราชการไทยทั้งประเทศ และไม่สามารถนำผลไปใช้กำหนดนโยบายภาพรวมได้ในเชิงวิชาการ
นอกจากนี้ แบบสอบถามยังอ้างอิงแนวทางของธนาคารโลกปี 2542 ซึ่งเป็นข้อมูลเก่า ขณะที่หลายหน่วยงานมีการปรับบทบาทภารกิจตั้งแต่ปี 2545 ทำให้อาจไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน
อีกทั้งการศึกษามุ่งเน้นภาคเอกชนเพียงบางกลุ่ม ไม่ได้กระจายตัวอย่างไปยังภาคประชาชน ผู้รับบริการทั่วไป ภาควิชาการ หรือภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลายและมีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลผลการศึกษา
คพ. ยังตั้งข้อสังเกตว่า การใช้แบบสัมภาษณ์ทั้งออนไลน์และแบบเผชิญหน้า มีโครงสร้างแบบสอบถามแตกต่างกัน ทั้งจำนวนส่วนและข้อคำถาม ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง 401 รายทั่วประเทศ เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-10 เมษายน 2569 รวม 16 วัน อาจมีข้อจำกัดต่อการควบคุมมาตรฐานและคุณภาพการสำรวจ
ดร.สุรินทร์กล่าวว่า หากพิจารณาผู้ที่มีประสบการณ์ตรงจริงราว 184 คน เมื่อนำไปเชื่อมโยงกับ 26 หน่วยงาน อาจเหลือผู้ตอบเฉลี่ยเพียงประมาณ 7 คน หรือน้อยกว่าต่อหน่วยงาน จึงมีคำถามว่าข้อมูลเพียงพอสำหรับการสรุปหรือจัดอันดับการทุจริตรายหน่วยงานหรือไม่
นอกจากนี้ ยังพบว่าแบบสอบถามมีลักษณะคำถามที่อาจชี้นำ เช่น คำว่า “เป็นที่รู้กัน” หรือคำถามที่วัดความเชื่อ รวมถึงตั้งสมมติฐานเชิงลบ เช่น หากไม่จ่ายเงินเพิ่ม กระบวนการจะล่าช้าเกินกำหนดหรือไม่
ทั้งนี้ จากหนังสือชี้แจงของ กกร. ระบุว่า ระดับความเชื่อมั่นและค่าความคลาดเคลื่อนของกลุ่มตัวอย่าง เป็นการอ้างอิงกรอบตัวอย่างในภาพรวมของการสำรวจ ไม่ควรตีความเป็นการรับรองความแม่นยำในระดับรายหน่วยงานหรือรายประเด็นย่อยด้วยระดับเดียวกันทั้งหมด
ดร.สุรินทร์กล่าวว่า จากเหตุผลดังกล่าว คพ. เห็นว่าการที่ กกร. สรุปข้อมูลว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่มีการเสนอรับสินบนต่อครั้งเป็นอันดับ 1 จึงไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และอาจมีข้อคำถามด้านจรรยาบรรณการศึกษาวิจัย
ดร.สุรินทร์ย้ำว่า คพ. เห็นด้วยกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านกระบวนการที่ถูกต้องและเป็นธรรม แต่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการวิจัยของ กกร. ครั้งนี้ พร้อมเตือนผู้ประกอบการและประชาชนให้ระวังผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ คพ. หรือแอบอ้างผลตรวจวัดของ คพ. เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยสามารถร้องเรียนได้ที่ คพ. ผ่านช่องทางออนไลน์ ติดต่อโดยตรง หรือทางไปรษณีย์
