รัฐบาลปัดชงแก้กฎหมาย ‘ภาษีบาป’ หวังฮุบไทยพีบีเอส เทียบโมเดล สปสช.
โฆษกรัฐบาลปัด สส. ชงแก้กฎหมาย ‘ภาษีบาป’ หวังฮุบไทยพีบีเอส ยันไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างบริหาร ชี้รับงบทำให้โปร่งใส-เป็นกลาง เทียบโมเดล สปสช.
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งถูกเชื่อมโยงว่าจะเป็นการฮุบสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสให้เป็นสื่อของรัฐ ว่า กฏหมายที่สส.พรรคภูมิใจไทยเสนอ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานของหน่วยงานใดเลย
โดยเฉพาะไทยพีบีเอส ดังนั้นบอร์ดบริหารและเครือข่ายผู้ชมยังเป็นเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ วิธีการงบประมาณที่มีการเปิดเผยและเข้าสู่ระบบ ดังนั้นจะไม่มีกรณีที่ว่าไปให้เงินที่ปรึกษา 3 แสนบาทต่อเดือน หรือไปจ้างเครือข่ายที่ใกล้ชิดผลิตรายการ ตรงนี้จะมีการตรวจสอบ
นายเอกภพกล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนจะได้คือ ไทยพีบีเอสจะเป็นองค์กรที่ยึดโยงกับประชาชน และให้ข้อมูลที่ต้องการจริง ๆ และย้ำว่าไม่ได้เสนอแก้กฎหมายเพื่อแก้โครงสร้างไทยพีบีเอส
เมื่อถามกรณีมีคนตั้งข้อสังเกตว่า หากให้ไทยพีเอสรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะกระทบกับการนำเสนอข่าว นายเอกภพกล่าวว่า ประเทศไทยมีองค์กรมหาชนเยอะแยะไปหมด ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถควบคุมการดำเนินการได้ ยกตัวอย่างเช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน แต่ไม่มีอำนาจสั่งการเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่เราสามารถติดตามงบประมาณได้
เพราะ สปสช.ต้องเปิดเผยงบประมาณแต่ละปี ว่าโอนงบประมาณไปที่โรงพยาบาลใดบ้าง แต่กลับกัน ไทยพีบีเอส และ สสส. ไม่เคยมีการชี้แจงเรื่องเหล่านี้ ดังนั้น ประชาชนจะได้รับการเปิดเผยเรื่องนี้มากขึ้น