คอลัมน์ : Market Move
ดองกิโฮเต้ (Don Quijote) หรือดองกิ (Donki) หนึ่งในเชนค้าปลีกรายใหญ่ของญี่ปุ่นและช็อปปิ้งเดสติเนชั่นยอดฮิตของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นผู้เล่นรายล่าสุดที่เข้าร่วมกระแสแพ็กเกจจิ้งมินิมอล-ขาวดำ เพื่อรับมือกับต้นทุนแพ็กเกจจิ้งที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์การขาดแคลนแนฟทา (Naphtha) วัตถุดิบสำหรับผลิตหมึกพิมพ์สี หลังก่อนหน้านี้ คาลบี้ (Calbee) และนิสชิน (Nissin) ต่างปรับแพ็กเกจจิ้งสินค้าฮิตของตนเป็นขาวดำ เพื่อคุมต้นทุน
สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย” รายงานว่า ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ “แพน แปซิฟิค อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้งส์” (Pan Pacific International Holdings-PPIH) ผู้บริหารเชนร้านดองกิโฮเต้ วางแผนเปิดตัวสินค้าไพรเวตแบรนด์ราคาประหยัด ซึ่งใช้บรรจุภัณฑ์ขาวดำเพื่อลดต้นทุน และรักษาจุดขายด้านราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในวงการค้าปลีกเอาไว้
โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป แพน แปซิฟิคฯ จะเปิดตัวแบรนด์สินค้าใหม่ภายใต้ชื่อ EDRP ซึ่งย่อมาจาก “Everyday Real Price” หรือสินค้าราคาจริง โดยจะมีสินค้าทั้งหมด 26 รายการ เช่น กระดาษทิสชูแพ็ก 5 กล่อง ราคา 196 เยน หรือประมาณ 40 บาท น้ำดื่มบรรจุขวด 500 มิลลิลิตร ราคา 40 เยน คิดเป็นประมาณ 82 บาท และเส้นสปาเกตตี 1 กิโลกรัม ราคา 214 เยน หรือประมาณ 44 บาท
ด้วยระดับราคานี้ จะทำให้ไลน์อัพ EDRP ไม่เพียงเป็นสินค้าปกติราคาถูกที่สุดของแพน แปซิฟิคฯ นอกเหนือจากช่วงจัดโปรฯ ลดราคาพิเศษ แต่ยังเป็นสินค้าราคาที่ต่ำที่สุดในบรรดาผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของญี่ปุ่น เช่น อิออน (Aeon) และเซเว่นแอนด์ไอโฮลดิ้งส์ (Seven & i Holdings) บริษัทแม่ของเซเว่นอีเลฟเว่นด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อเทียบกับ Topvalu Best Price ที่เป็นแบรนด์สินค้าราคาประหยัดของร้านค้าปลีกอิออนแล้ว ไลน์อัพ EDRP จะยังถูกกว่าถึงประมาณ 40%
ราคาสุดดึงดูดใจของสินค้าไลน์อัพ EDRP นี้ เป็นผลจากการเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ขาวดำซึ่งช่วยลดต้นทุนการพิมพ์ และเมื่อรวมกับการปรับปรุงด้านโลจิสติกส์และการประหยัดจากการผลิตจำนวนมาก หรือ Economies of Scale แล้ว แนวทางใหม่นี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มากถึงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับสินค้าไพรเวตแบรนด์ของแพน แปซิฟิคฯ ที่มีอยู่เดิม
ทั้งนี้ นอกจากการใช้เพียงสีขาว-ดำในการพิมพ์แล้ว ตัวฉลากของไลน์สินค้า EDRP ยังออกแบบสไตล์เรียบง่ายถึงขีดสุด โดยมีเพียง “ชื่อผลิตภัณฑ์” และ “โลโก้แบรนด์” ซึ่งอิงจากสัญลักษณ์เงินเยนของญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งการออกแบบที่เรียบง่ายนี้ สะท้อนถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันแนฟทาและหมึกพิมพ์อีกด้วย
ขณะเดียวกัน นอกจากการปรับแพ็กเกจจิ้งแล้ว อีกความเคลื่อนไหวของแพน แปซิฟิคฯ ที่ต้องจับตามองในครั้งนี้คือ ไลน์สินค้า EDRP จะถูกส่งไปวางขายในเชนร้านค้าปลีกอื่น ๆ ของแพน แปซิฟิคฯ อาทิ โรบินฮู้ด (Robin Hood) และร้านในเครือยูนี่ (UNY) อย่างอพิต้า (Apita), เพียโก (Piago) รวมกว่า 670 ร้านค้าทั่วญี่ปุ่น
ภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน บีบให้ผู้ค้าปลีกในญี่ปุ่นเริ่มเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สินค้า อาทิ ซูเปอร์มาร์เก็ตอิโตะ-โยกาโดะ (Ito-Yokado) เริ่มเปลี่ยนฝาพลาสติกสำหรับภาชนะบรรจุเนื้อสัตว์และซาชิมิเป็นแผ่นพลาสติกห่ออาหารตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม ส่วนร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท(FamilyMart) วางแผนเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สำหรับแซนด์วิชและสินค้าอื่น ๆ เป็นโลโก้ขาวดำในช่วงฤดูร้อนนี้ (มิ.ย.-ส.ค.)
ด้านอิออนพยายามลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ของสินค้าไพรเวตเลเบลของตนเองด้วยเช่นกัน โดยยกเลิกการใช้ถาดพลาสติกสำหรับใส่ปูอัด ช่วยให้บริษัทลดการใช้พลาสติกลงได้ประมาณ 43% ในขณะที่ยังคงปริมาณและราคาขายปลีกไว้ที่ 192 เยนเท่าเดิมไว้ได้
จากนี้ต้องรอดูกันว่า ผู้ค้าปลีกญี่ปุ่นจะมีไอเดียเด็ด ๆ สำหรับปรับตัวรับมือสถานการณ์ขาดแคลนแนฟทาแบบไหนออกมาอีกบ้าง