ยุทธศาสตร์
สมาคมการตลาดฯ เปิดตัวคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ วาระ 2569-2571 นำโดย ผศ.ดร.เอกก์ พร้อมประกาศบทบาท “Marketing Accelerator” มุ่งเร่งศักยภาพการตลาดและนักการตลาดไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก งบฯการตลาดที่หดตัว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงจาก AI เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ผ่านมา สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และเครือข่ายวิชาชีพด้านการตลาดของประเทศมาโดยต่อเนื่อง มีผู้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของสมาคมมากกว่า 60,000 คน สมาชิกกว่า 5,000 คน รวมถึงเครือข่ายนักการตลาดรุ่นใหม่ผ่าน JMAT อีกกว่า 2,700 คน
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและเทคโนโลยี บทบาทของสมาคมจำเป็นต้องขยับจากการเป็นเพียงศูนย์กลางองค์ความรู้ ไปสู่การเป็นกลไกเร่งศักยภาพการตลาดของประเทศ
“หน้าที่ของเราคือเร่งอยู่ 2 เรื่อง คือเร่งการตลาด และเร่งนักการตลาด เพื่อให้ประเทศแข่งขันได้ดีขึ้น”
5 เสาหลักขับเคลื่อนการตลาด
ผศ.ดร.เอกก์ระบุว่า เพื่อผลักดันบทบาท “Marketing Accelerator” สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยกำหนดยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ประกอบด้วย Partnership สร้างความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายการตลาดระดับโลก, Platform พัฒนาสมาคมเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมและโครงการ Thailand Marketing Map, Planet ยกระดับจริยธรรมทางการตลาดผ่านประมวลจริยธรรมการตลาดไทย, People พัฒนาศักยภาพนักการตลาดผ่าน MAT Academy และ JMAT และ Profession ศึกษาระบบ Certification เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพการตลาดไทย
ศก.ชะลอ งบฯ การตลาดหดตัว
การประกาศยุทธศาสตร์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย โดยผลสำรวจของ MAT พบว่านักการตลาดประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโตเพียง 0.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่สมาคมเคยจัดทำการคาดการณ์ ขณะที่กว่า 70% ของนักการตลาดมีแผนชะลอหรือลดงบฯ ประมาณ
ส่งผลให้งบการตลาดรวมของประเทศมีแนวโน้มติดลบ 1% เป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 14 ปี นอกจากนี้ MAT ยังพบว่าผู้บริโภคออนไลน์กว่า 75% มีพฤติกรรมทิ้งสินค้าไว้ในตะกร้าโดยไม่ตัดสินใจซื้อ สะท้อนความท้าทายใหม่ที่นักการตลาดต้องเผชิญในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทั้งการใช้ Generative AI เพิ่มขึ้น กำลังท้าทายแนวทางการตลาดแบบเดิม
ชู 5 ม. สูตรรับมือ Shockwaves
ผศ.ดร.เอกก์กล่าวว่า ท่ามกลาง “Shockwaves” ทางเศรษฐกิจและการตลาด เสนอแนวทางรับมือผ่านหลัก“5 ม.” ได้แก่ การตลาดแม่น การตลาดหมอบ การตลาดมุ่ง การตลาดมิตร และการตลาดมอบ โดยเน้นใช้ข้อมูลและ AI เพิ่มประสิทธิภาพการตลาด ลงทุนอย่างคุ้มค่า เจาะตลาดศักยภาพ สร้างความร่วมมือ และคำนึงถึงความยั่งยืน
“การตลาดในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างยอดขายอีกต่อไป แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ และช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถก้าวผ่านความผันผวนได้”
ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย การตลาดจึงถูกวางบทบาทให้เป็นมากกว่ากิจกรรมส่งเสริมการขาย แต่เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการยกระดับความสามารถการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว