เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

‘ดร.อมรเทพ’ CIMB อ่านเทรนด์เงินบาท-เศรษฐกิจสงครามจบ-เฟดส่งซิกขึ้นดอกเบี้ย

20 มิ.ย. 2569 | 13:28น.
ดร.อมรเทพ จาวะลา

ดร.อมรเทพ จาวะลา

สถานการณ์โลกดูจะคลี่คลายขึ้นในมุมที่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากภาวะความขัดแย้งจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ จากการที่สหรัฐปิดดีลสันติภาพกับอิหร่านลงได้ และมีการลงนามข้อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รอบล่าสุดก็เพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรกของ “เควิน วอร์ช” ประธานเฟดคนใหม่ แม้ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย แต่ก็มีสัญญาณไปทางที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ “ดร.อมรเทพ จาวะลา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) ถึงแนวโน้มข้างหน้าและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งในมุมค่าเงินบาท และอื่น ๆ

เฟด Hawkish ส่งซิกขึ้นดอกเบี้ย

“ดร.อมรเทพ” กล่าวว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของประธานเฟดคนใหม่โทนออกมาเป็นทาง “Hawkish” หรือ “สายเหยี่ยว” จากการที่ “เควิน วอร์ช” ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนและตรงประเด็น ว่าต้องการคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ พร้อมกับรักษาการจ้างงานของสหรัฐ

“ตอนนี้เงินเฟ้อยังไม่ถึงกรอบ ซึ่งเขาบอกว่าต้องพยายามให้เต็มที่ นั่นหมายถึงการมองเรื่องของดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่สูง ทำให้ตลาดตีความให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้มากขึ้น”

ลุ้นสู้รบยุติ-เปลี่ยนมุมมองเฟด

อย่างไรก็ดี การประชุมเฟดรอบนี้ใช้ Data Dependent (ตัดสินใจตามข้อมูลที่ได้รับ) ซึ่งจะใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ยังไม่ได้รวมเรื่องดีลสหรัฐกับอิหร่านที่เพิ่งตกลงกันได้ล่าสุด ที่มีการลงนามสันติภาพเข้ามาพิจารณามาก ดังนั้นหากดีลสันติภาพนี้จบได้ แล้วราคาน้ำมันลดลงมากกว่า การประชุมเฟดรอบหน้าตัวเลขต่าง ๆ ก็จะเริ่มออกมา แล้วก็จะมีความชัดเจนขึ้น

“ตอนนี้ตลาดคิดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย อาจจะเดือน ก.ย. ปีนี้ครั้งหนึ่ง แล้วอีกครั้งเดือน ม.ค. ปีหน้า เพราะว่าเงินเฟ้อมาแรง สัญญาณออกมาในเชิงเหยี่ยว คนกังวล หุ้นตก แต่เนื่องจากยังไม่รวมผลของการสงบศึกในอิหร่าน ผมว่ากว่าจะประชุมครั้งต่อไปในช่วงปลายเดือน ก.ค. ก็คงเห็นพัฒนาการหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้น รอบหน้าก็อาจจะเปลี่ยนมุมมองได้”

คาด กนง. คงดอกเบี้ยถึงสิ้นปี

ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศ “ดร.อมรเทพ” กล่าวว่า เชื่อว่าการตัดสินใจดอกเบี้ยของเฟดไม่น่าจะมีผลต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งต่อไป (24 มิ.ย.) เพราะ กนง.น่าจะดูภาวะเศรษฐกิจในประเทศมากกว่า ซึ่งเศรษฐกิจไทยยังไม่ดี ต่างจากสหรัฐ ดังนั้นเชื่อว่าคงยังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ เพราะอัตราเงินเฟ้อไทยก็มาจากอุปทานเป็นส่วนใหญ่

“ผมคิดว่า กนง.ครั้งต่อไปก็คงดูสถานการณ์ ประเมินกันก่อน ก็น่าจะดูเรื่องพัฒนาการของราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ซึ่งก็คงคงดอกเบี้ย แต่ก็ต้องติดตามดูว่าจะสื่อสารอะไร และอาจจะรอดูผลของมาตรการทางการคลังที่ออกมาด้วย”

ทั้งนี้ “ดร.อมรเทพ” คาดว่า กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00% เท่าเดิมตลอดทั้งปี เพราะมองว่าเงินเฟ้อของไทยมาจากฝั่งอุปทาน จากราคาน้ำมัน ซึ่งเงินเฟ้อยังอยู่ในทิศทางที่จะขยับขึ้นจากปีที่แล้วอยู่ เพียงแต่อาจจะไม่ได้ขึ้นรุนแรงมากนัก รวมถึงมองว่าเป็นปัจจัยชั่วคราว

“เรื่องดอกเบี้ยต้องมอง 2 มุม โดยมุมดอกเบี้ยนโยบายไม่ใช่ปัจจัยน่ากังวลนัก แต่จะมีเรื่องยีลด์ ที่จะปรับตัวในทิศทางเดียวกับยีลด์ของสหรัฐ โดยเฉพาะการที่ตลาดกังวล แล้วทำให้ยีลด์ปรับตัวขึ้น ก็อาจจะเห็นการลงทุนในพันธบัตร มีทั้งการเทขาย การสวิตช์จากตราสารหนี้ออกไป ทำให้นักลงทุนอาจจะขาดทุน จากการลงทุนในบอนด์อายุ 10 ปีหรือบอนด์ระยะยาวได้ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนก็ต้องลดการลงทุนตราสารหนี้ระยะยาว มาลงระยะสั้น 3-5 ปี ก็ยังน่าสนใจอยู่”

มองเทรนด์ค่าเงินบาททรงตัว

“ดร.อมรเทพ” กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนจะคลี่คลายในแง่ประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยหากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจะเป็นปัจจัยเชิงบวกสำหรับค่าเงินบาท การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไม่น่าจะเป็นปัญหาหลัก แล้วความกังวลก็น่าจะปรับดีขึ้น โดยเงินบาทน่าจะกลับมาทรงตัวหรือแข็งค่า แต่ปัจจัยเชิงลบที่เข้ามาต้านก็คือการที่เฟดส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ย ระยะสั้นค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่า

“ผมยังเชื่อว่าราคาน้ำมันมีผลมากกว่า หมายความว่าแนวโน้มเงินบาทน่าจะอยู่ในระดับทรงตัว มากกว่าจะแข็งหรืออ่อนค่าแรง โดยผมคิดว่าความกังวลเรื่องภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นตัวกดดันได้อยู่ แต่ไม่น่าจะรุนแรงมากนัก ซึ่งเรามองค่าเงินบาทจะแกว่งตัว 32.50-33.00 บาทต่อดอลลาร์”

ห่วงเอสเอ็มอีแบกต้นทุนอ่วม

ทั้งนี้ “ดร.อมรเทพ” กล่าวด้วยว่า เมื่อพูดถึงต้นทุนกลุ่มที่น่าห่วงคือ เอสเอ็มอี เพราะการที่ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันปรับขึ้นแล้วทำให้ราคาพลาสติก รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ขึ้นตาม แต่ผู้ประกอบการยังไม่สามารถขยับราคาสินค้าขึ้นได้ เพราะเศรษฐกิจยังไม่ดี ดังนั้นเอสเอ็มอีก็ยังเดือดร้อนอยู่ในวันนี้

“ผมว่าช่วงนี้อาจจะต้องติดตามกัน ว่าถ้าเศรษฐกิจ เงินเริ่มหมุนมากขึ้นจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส หรืออะไรต่าง ๆ ก็ต้องมาจับตากันว่าผู้ประกอบการจะเริ่มสามารถขยับราคาขึ้นกันได้ไหม ซึ่งหากขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ไม่ใช่การฉวยโอกาส แต่เป็นการสะท้อนภาพต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น”

หวั่นงัด ม.301 บี้ภาษีทุบส่งออก

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง “ดร.อมรเทพ” กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ปรับประมาณการตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจ เพราะยังดูสถานการณ์ อย่างไรก็ดีในช่วงครึ่งปีหลังนอกจากเรื่องอิหร่านแล้วที่หากคลี่คลายได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ขณะเดียวกันยังมีเรื่องสงครามการค้าที่ต้องให้น้ำหนักมากขึ้นด้วย เพราะการเก็บภาษีตามมาตรา 301 ของสหรัฐกำลังจะออกมา ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อภาคการส่งออกของไทยที่คาดว่าจะชะลอตัวลงในครึ่งปีหลัง

“ถ้าส่งออกเริ่มแย่ แต่นำเข้ายังสูง ที่อาจจะเป็นการนำเข้าสินค้าทุน ซึ่งมาพร้อมกับ FDI (การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ) ซึ่งก็เป็นเรื่องดี แต่จะทำให้ดุลการค้าของเราขาดดุล ดังนั้นก็ต้องจับตาปัจจัยต่างประเทศที่ยังเป็นตัวฉุดอยู่”