เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
Tech เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
Politics 60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
Economic ‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
Business เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เปิดจองพันธบัตร ‘ออมพลัส’ 7 ก.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8%
Finance เปิดจองพันธบัตร ‘ออมพลัส’ 7 ก.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8%
จัดเต็มงานแฟร์ “MARRY ME AT MARRIOTT” ชวนคู่รักเนรมิตงานแต่งในฝันทั่วไทย
Biz Movement จัดเต็มงานแฟร์ “MARRY ME AT MARRIOTT” ชวนคู่รักเนรมิตงานแต่งในฝันทั่วไทย
กรุงศรี จับมือ MUFG เชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ร่วมเป็นคู่ค้า
Finance กรุงศรี จับมือ MUFG เชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ร่วมเป็นคู่ค้า
ปกรณ์ แจง 11 ข้อหลัก กม. ยันคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้ทันที
Politics ปกรณ์ แจง 11 ข้อหลัก กม. ยันคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้ทันที
‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ แก้โจทย์ต้นทุน พัฒนาคน-AI บริหารอสังหาฯ พรีเมี่ยม
Real Estate ‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ แก้โจทย์ต้นทุน พัฒนาคน-AI บริหารอสังหาฯ พรีเมี่ยม
ดูทั้งหมด

ภราดร : ระบอบพรรคสีน้ำเงิน โต หรือ แตก อยู่ที่องคาพยพรัฐบาล

24 มิ.ย. 2569 | 10:11น.
ภราดร ปริศนานันทกุล
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ กรัณยโสภณ, วิรวินท์ ศรีโหมด

ภราดร ปริศนานันทกุล หรือ “ลูกแบด” ทายาทบ้านใหญ่ “ปริศนานันทกุล” แห่งเมืองอ่างทอง

เป็นนักการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 2 ทศวรรษ นับแต่การเลือกตั้ง 2550 ยังไม่เคยสัมผัสคำว่า “สอบตก” 

“ภราดร” ยังเคยนั่งเก้าอี้รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ก่อนขึ้นสู่ทำเนียบรัฐมนตรี ในยุครัฐบาลอนุทิน 1 และอนุทิน 2 ถูกวางตัวเป็น “ตัวเชื่อม” การทำงานระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร  ในฐานะ “รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” เขายังกำกับดูแลสำนักงบประมาณ 

เขาคือหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาคดีสำคัญอย่าง “ฮั้ว สว.” ถึงขั้นวงนินทาการเมืองระบุว่าตัวเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการ Hack ระบบ 

“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ “ภราดร” ถึงฉากชีวิตการทำงานการเมือง ในวันที่ “ระบอบสีน้ำเงิน” กำลังถูกรุกไล่ เขาเชื่อว่าไม่มีอะไรทำให้พรรคภูมิใจไทยสั่นไหว 

จุดเริ่มต้นการเมือง 

ภราดรเล่าชีวิตวัยเด็กว่า “ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง อยู่ในครอบครัวการเมืองที่ได้เห็นพ่อเป็นนักการเมืองมาตั้งแต่อายุน้อย ๆ ได้ซึมซับการปฏิบัติหน้าที่ ได้เห็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน เวลาน้ำท่วม ฝนแล้ง ราคาข้าวตกต่ำ ในมุมของวันที่เติบโตมาเป็นนักการเมือง เนื่องจากเป็นเส้นทางที่เราเห็นมาตั้งแต่เด็ก จึงเอาสิ่งที่เราเห็นมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย” 

“แต่หัวใจสำคัญของการเป็นนักการเมืองคือ ต้องรับฟังความคิดเห็นและรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อนำมาแก้ไขปัญหา”  

“ผมไม่ได้ชอบ หรือว่าเลือกเส้นทางการเมืองตั้งแต่เด็ก เพราะตอนเป็นเด็กยังไม่ค่อยเข้าใจด้วยซ้ำว่าพ่อเราทำไมไม่เหมือนคนอื่นที่มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือไปเที่ยวกันเป็นครอบครัว เรานาน ๆ ถึงได้มีโอกาสไปสักที”

แต่หลังจากจบ ม.6 “ภราดร” เข้าเรียนปริญญาตรี สาขาสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำกิจกรรม ทำให้เขาเริ่มต้นสนใจการเมือง กระทั่งจบปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์ จาก Warwick University ประเทศอังกฤษ  

แล้วในการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 “ภราดร” เข้าสู่สนามการเมือง เป็น สส.อ่างทอง สมัยแรกนับแต่นั้น

บทบาทเชื่อมทำเนียบ – สภา 

ภราดรวนเวียนอยู่ในสภาเกือบ 20 ปี ก่อนจะก้าวสู่เก้าอี้รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  

หน้าที่ของ “ภราดร” คือการเป็น “ข้อต่อ” เชื่อมระหว่างฝ่ายบริหาร กับฝ่ายนิติบัญญัติ  ได้รับมอบหมายตั้งแต่สมัยรัฐบาลอนุทิน 1 เป็นภารกิจที่ท้าทายพอสมควร เนื่องจากเป็นตัวเชื่อมกันระหว่างรัฐบาล กับสภา มีหลายเรื่องที่เป็นความเกี่ยวโยงกัน ต้องเอามติของ ครม.ไปขับเคลื่อนต่อในสภา หรือจะต้องเอาแนวทางของสภามาทำเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อไปขับเคลื่อนต่อ 

เมื่อก่อนนี้เราจะได้ยินกันบ่อย ว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับสภา บางกฎหมายก็ถูกดองยาวจากฝั่งฝ่ายบริหาร วันนี้ก็พยายามที่จะเอา Pain Point ต่าง ๆ ที่เราเคยอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติมาแก้ไขแล้วก็ทำให้มัน Smooth มากยิ่งขึ้น เชื่อมร้อยกันระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติให้ได้มากขึ้น และมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

สุพรรณฯ โมเดล สู่บุรีรัมย์โมเดล  

ครอบครัวปริศนานันทกุลอยู่กับพรรคชาติไทย ของ “บรรหาร ศิลปอาชา”
ปลุกปั้น “สุพรรณบุรีโมเดล” พอมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ภายใต้ “บุรีรัมย์โมเดล” 

ทั้งสองโมเดลเหมือนหรือแตกต่างอย่างไร “ภราดร” ตอบว่า ผมว่าท่านเนวิน ชิดชอบก็เคยอยู่กับท่านบรรหารมาก่อน ผมว่าบุรีรัมย์โมเดลก็แปลงร่างมาจากสุพรรณบุรีโมเดลนั่นแหละ ท่านบรรหาร กับท่านเนวินเขามีจุดเหมือนกันอย่างหนึ่งก็คือ มีความทุ่มเทที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่งให้กับบ้านเกิดของตัวเอง” 

“มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ เมื่อเขาตั้งใจเขาพยายามที่จะผลักดันมันในทุกรูปแบบ ทั้งในเรื่องคุณภาพชีวิตของผู้คน การดูแลผู้คน การวางทิศทางให้กับจังหวัดของตัวเอง” 

“นี่คือจุดเชื่อมร้อยกัน ผมเชื่อว่าบุรีรัมย์โมเดลคือการนำสุพรรณบุรีโมเดลมาต่อยอด ด้วยยุคสมัยที่มันต่างกันเป็นหลายสิบปี ความคิดความอ่านของคุณเนวินก็ต่อยอด เอาความคิดของคุณบรรหารมาต่อยอด แล้วก็ทำให้มันเข้มข้น ทำให้มันเข้มแข็งมากขึ้น”  

DNA คนภูมิใจไทย 

ภราดรกล่าวว่า “ภูมิใจไทยเติบโตมาจากคนเพียงไม่กี่คน เริ่มต้นมาจากคนไม่กี่คนที่เติบโตขึ้นมา เมื่อเขาวาง Positioning ตัวเองว่าเป็นพรรคที่พูดแล้วทำ เป็นพรรคเชิงปฏิบัติการ เป็นพรรคที่ถึงลูกถึงคน เป็นพรรคที่ไปอยู่กับชาวบ้านจริง ๆ ไปรับฟังปัญหาของชาวบ้านจริง ๆ ในพรรคภูมิใจไทยจึงมีคนแบบพวกผมอยู่เป็นร้อยคน คือการลงไปสัมผัสกับชาวบ้าน เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับชาวบ้านจริง ๆ  นี่คือ DNA ของพรรคที่เขาพยายามปลูกสร้าง แล้วก็พยายามที่จะส่งต่อขึ้นมา” 

“เมื่อมี DNA แบบนี้ หลังจากบ้านหลังเล็กมาเป็นบ้านหลังขนาดกลาง 50 คน เป็นบ้านหลังที่ใหญ่ขึ้นเมื่อครั้งที่แล้วคือ 70 คน แล้วก็มาที่ครั้งนี้ นี่คือดอกผลของการทำงานหนักของพรรค แล้วเมื่อมีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนประเทศ ผู้บริหารประเทศ ก็เอา DNA ของตัวเองนี่แหละ ที่เป็นคนพูดแล้วทำ เป็นคนที่มีความตั้งใจ เมื่อวางเป้าหมายแล้วอยากจะทำอะไรพยายามที่จะทำเป้าหมายนั้นอย่างจริงจัง ใช้เวลา 3-4 เดือนในการเป็นรัฐบาล ก็แสดงให้พี่น้องประชาชนเห็น มันก็ทำให้บ้านหลังเนี้ยมันเติบโตมากขึ้น

แม้มีคนมากขึ้น หลายความคิด แต่ “ภราดร” เชื่อว่าจะไม่เกิดความแตกแยกในพรรค 

“พรรคนี้เกิดขึ้นไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะกระแส พรรคนี้ไม่ได้ถูกหล่อเลี้ยงด้วยกระแส พรรคนี้ถูกหล่อเลี้ยงด้วยผู้คน ด้วยความใกล้ชิดกับผู้คน อย่างที่ผมบอกว่าในพรรคของผมมีคนแบบผมอยู่เป็นร้อยคน คือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับชาวบ้าน จึงเกิดพรรคภูมิใจไทยขึ้นมา” 

“เมื่อ DNA มันเริ่มต้นจากคนที่มีแนวทางหลักคิดเดียวกัน คิดมองการเมืองในแบบเดียวกัน คือพยายามที่จะทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้าน เราไม่เน้นกระแส พรรคเราไม่เคยมีกระแส มันจึงเป็นข้อร้อยที่เอาคนแบบเดียวกันมาอยู่ร่วมกัน ผมว่าคงจะมีความขัดแย้งกันยาก”

พรรคน้ำเงินต้องโต

เมื่อเป็นอย่างนี้เห็นอนาคตของระบอบสีน้ำเงิน หรือของพรรคภูมิใจไทยเป็นแบบไหน ?

“ภราดร” ตอบว่า เรายังคิดว่าเราอยากจะเติบโตขึ้นมากกว่านี้ ในฐานะที่เป็น สส. ทำงานในพื้นที่มีความเข้มข้นมากขึ้น ขายแนวคิด ขายวิธีการทำงานมากขึ้น รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ที่เห็นผลในระยะกลางและในระยะยาวมากขึ้น ที่ผ่านมาต้องยอมรับรัฐบาลอนุทิน 2  เพิ่งจะเข้ามาทำงานแค่ 2-3 เดือนเท่านั้นเอง เหมือนอยู่กันมายาวนานเป็นหลายปี 

“แต่ว่า 3 เดือนนี้ก็ผลิตสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน ผมว่าไม่ได้น้อยไปกว่ารัฐบาลอื่น ถ้าพยายามขับเคลื่อนนโยบายออกไปให้ถึงมือพี่น้องประชาชนมากที่สุด เอาประโยชน์ไปใส่มือประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยผ่าน สส.ของพวกเรา อนาคตข้างหน้าเชื่อว่าพวกเราจะเติบโตมากขึ้น”

“การทำพรรคการเมืองแน่นอนเราหวังผลเลิศ แล้วเราหวังว่าสิ่งที่เราคิดเราจะสามารถที่จะปรับเปลี่ยนให้มันเป็นการกระทำได้ เราเอาความฝันของพวกคนมาเปลี่ยนให้มันเป็นสิ่งที่เขาจับต้องและสัมผัสได้ ผมเชื่อว่ายิ่งเราเอาความฝันของเขามาทำให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้มากเท่าไหร่ ผมว่าโอกาสในการเติบโตของพวกเราในอนาคตก็ไม่ใช่เรื่องยาก”

ไม่สะเทือน ปมฮั้ว สว.

แล้วจะมีอะไรที่จะมาโค่นล้มระบอบสีน้ำเงินได้บ้างไหม เช่น ฮั้ว สว. “ภราดร” กล่าวว่า 

“เรื่องฮั้ว สว. ก็เป็นเพียงวาทกรรม ไม่มีส่วนใดที่มันเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย ผมเองเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา เพราะเพียงว่าเพราะว่าผมเรียนจบสถิติ ผมจึงเป็นนักคำนวณระดับโลก ที่จะไปสร้างสมการขนาดใหญ่ แล้วทำให้เกิดการฮั้วกันของ สว.จำนวนมาก ผมก็เป็นเพียงคนที่จบคณะวิทยาศาสตร์ สาขาสถิติคนหนึ่ง ก็เอาผมไปสร้างภาพซะให้เป็นนักคำนวณระดับโลก ไปร่วมกับคุณอนุทิน ไปร่วมกับคุณเนวิน แล้วก็ไปคิดโครงสร้างขนาดใหญ่ในการทำให้เกิด สว.” 

“ในช่วงสมัยที่เราเป็นฝ่ายค้านอยู่ 3-4 เดือน ถ้ามีหลักฐานมันมีเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมันมีหลักฐานที่ชัดพวกผมตายไปนานแล้ว ตอนนั้นเนี่ยมีการไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของผม ใช้อำนาจรัฐไปตรวจสอบเส้นทางการเงินผ่าน DSI ผ่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคาร ไปตรวจสอบผมหมดเลยครับ ในทางลับธนาคารทั้งหมดเขาโทร.มาบอกว่า เอ๊ย…มีคนมาขอ ผมก็เชิญ ผมไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง ดำเนินการไป ก็ไม่เห็นหาหลักฐานอะไรได้ แล้วก็ไม่สามารถที่จะมาบอกว่าเฮ้ยมันเกิดกระบวนการแบบนี้อยู่จริง…ไม่มี” 

แสดงว่าตอนนี้ระบอบสีน้ำเงินคุมสถานการณ์ได้ ภัยความมั่นคงใด ๆ ไม่สามารถทำอะไรได้ ?

“ผมว่าเมื่อพูดถึงระบอบสีน้ำเงินก็จะดูใหญ่เกินไปกว่าพรรคภูมิใจไทย ไอ้ระบอบนี้ที่เรียกว่าระบอบสีน้ำเงินก็เป็นเพียงวาทกรรมเหมือนกัน ที่เห็นถึงความเข้มแข็งของพรรคภูมิใจไทยที่มันโตขึ้น เอาไปเปรียบเทียบกับสมัย 20 ปีที่แล้ว ที่มีพรรคการเมืองหนึ่งชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ ซึ่งมากกว่านี้ ก็ไปเรียกเค้าว่าระบอบหนึ่ง” 

“พอวันนี้หลังจากการรัฐประหารแล้ว พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแรกที่ได้คะแนนเสียงมากแบบถล่มทลายแบบนี้ ก็ Assume (สมมติ) ว่าเราจะต้องไปเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา ที่มีพรรคหนึ่งพรรคใดมีเสียงข้างมากแล้วจะต้องคุมกลไกของรัฐ คุมกลไกของประเทศในทุกรูปแบบ ซึ่งผมเชื่อว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้น”

ข้อควรระวังของพรรคน้ำเงิน

เมื่อถามว่าข้อควรระวังของภูมิใจไทย พรรคสีน้ำเงินคืออะไร ?  

ภราดรตอบว่า “สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยต้องทำ และสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือพยายามที่จะส่งมอบนโยบายที่ประชาชนเค้าคาดหวังไปถึงมือเค้าให้ได้เร็วที่สุด”

“ถ้าเราทำไม่ได้มันก็จะเป็นอาวุธ เป็นหอกที่กลับมาทิ่มเรา แล้วครั้งหน้าเราก็ไม่มีทางที่จะไปถึงเป้าหมาย เพราะฉะนั้นทั้งหมดทั้งสิ้นอยู่ที่รัฐบาล แล้วก็อยู่ที่องคาพยพของรัฐบาลทั้งหมดที่จะดำเนินการ แล้วก็ทำตามที่สัญญากับประชาชน”

องค์กร (ไม่) ลับสวนกุหลาบฯ 

คำถามสุดท้าย ในฐานะนักเรียนสวนกุหลาบฯ เนี่ย ที่มีการลือว่ามีองค์กรลับสวนกุหลาบฯ มีจริงไหม ?

ภราดรหัวเราะ ก่อนตอบคำถาม “มันก็มีรหัส… รหัสเลขรุ่น จะเป็นองค์กรลับหรือเปล่า ผมว่ามันไม่ใช่องค์กรลับ แต่สำหรับโรงเรียนสวนกุหลาบฯ เรามีผู้คนจำนวนมาก รุ่นผมเนี่ยเกือบพันคน รุ่นผมเข้ามาตอนสมัยผม ม.1 มี 900 กว่าคน ใน 900 กว่าคนมีผู้คนอยู่ในทุกรูปแบบ มีทุกสาขาอาชีพ” 

“แต่ความที่มีความหลากหลายทางสังคมเยอะมาก งั้นองค์กรนี้เป็นองค์กรใหญ่ โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนใหญ่ แล้วโรงเรียนนี้สอนให้ทุกคนมีความรักกัน สอนให้ทุกคนมีความเคารพซึ่งกันและกัน นี่คือจุดดีและจุดเด่นของโรงเรียนสวนกุหลาบฯ ก็คือให้รักเพื่อน ให้เคารพรุ่นพี่ และที่สำคัญคือให้รักโรงเรียน” เขาปิดท้าย