เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ท่านผู้หญิง วิวรรณ ทายาท ‘พระองค์วรรณฯ’  50 ปี ประชาชาติธุรกิจ ‘เชื่อว่าท่านพ่อทรงพอพระทัย’

24 มิ.ย. 2569 | 16:59น.
ท่านผู้หญิง วิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร

ท่านผู้หญิง วิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร

“เมื่อนายขรรค์ชัย บุนปาน มาปรารภกับข้าพเจ้าว่าใคร่จะออกหนังสือพิมพ์ประชาชาติ รายสัปดาห์ ข้าพเจ้าก็มีความยินดีและอนุโมทนา…” 

คือประโยคช่วงต้นของ “คำอวยพร” ที่เขียนด้วยลายพระหัตถ์ของ พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ผู้ประทานหัวหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติ” ซึ่งเกิดขึ้นหลังการอภิวัฒน์สยาม 2475 ก่อนปิดตัวไป แก่ ขรรค์ชัย บุนปาน นักหนังสือพิมพ์หนุ่ม พร้อมเงินขวัญถุง 900 บาท 

นับแต่นั้นคำว่า “ประชาชาติ” ก็ถือกำเนิดบนแผงหนังสืออีกครั้ง ผ่านเรื่องราวและเส้นเวลาสลับซับซ้อน 

ฝ่าฟันทั้งอุณหภูมิร้อนหนาว และพายุฝนฟ้าคะนองทางการเมือง ถึงขนาดโดนสั่งปิดในช่วง 6 ตุลา 2519 พร้อมเพื่อนสื่อผู้ร่วมชะตากรรมอีก 12 ฉบับ

ก่อนกลับมาในนาม “รวมประชาชาติธุรกิจ” และ “ประชาชาติธุรกิจ” ในวันนี้ ภายใต้เครือ “มติชน” 

ขรรค์ชัยย้ำชัด ประชาชาติคือความภาคภูมิใจในชีวิต โดยเชื่ออย่างหนักแน่นว่า พระองค์วรรณฯ คงไม่เสียพระทัย คงจะภูมิใจกับ 50 ปีของประชาชาติธุรกิจ เพราะไม่เคยมีเรื่องในทางเสื่อมเสีย 

ในโอกาสที่ประชาชาติธุรกิจเดินทางมาถึงครึ่งศตวรรษ ยืนหยัดคู่สังคม เศรษฐกิจ การเมืองไทย 

ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร ทายาท “พระองค์วรรณฯ” กรุณาให้เข้าพบและพูดคุยถึงความทรงจำมากมายอันเกี่ยวเนื่องกับ “ท่านพ่อ” ผู้ทรงเป็นทั้งนักการทูต นักปราชญ์ นักการศึกษา นักภาษาและวรรณคดี นักหนังสือพิมพ์ นักกฎหมาย และอีกมากมายตลอด 85 ปีในพระชนมชีพ 

ทรงได้รับเลือกให้เป็นประธานสมัชชาสหประชาชาติในสมัยประชุมที่ 11 พ.ศ. 2499-2500 

ทรงได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ว่าเป็นผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมระดับโลก ประจำปี 2534 

ในวาระวันคล้ายวันประสูติครบ 125 ปี เมื่อ พ.ศ. 2559 ได้รับการเทิดพระเกียรติให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการบัญญัติศัพท์”ถ้อยคำนับพันที่คนไทยใช้อย่างแพร่หลายในวันนี้ มาจากพระอัจฉริยภาพของพระองค์วรรณฯ ไม่ว่าจะเป็น ประชาธิปไตย, รัฐธรรมนูญ, ปฏิรูป, อุปสงค์, อุปทาน, ธนาคาร และอีกมากมาย 

“การบัญญัติศัพท์ภาษาไทยเป็นงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพระองค์ท่าน เพราะจนบัดนี้ศัพท์เหล่านั้นยังใช้กันแพร่หลาย ในการที่ดิฉันได้ติดตามหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ก็เห็นว่าได้ใช้ศัพท์บัญญัติของพระองค์ท่านอยู่ทุกวัน เช่น นวัตกรรม และศัพท์เศรษฐศาสตร์ ดิฉันจึงมีความประทับใจยิ่ง ที่ประชาชาติธุรกิจซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ชั้นนำ ได้นำคำศัพท์ที่ท่านพ่อทรงคิดค้นมาใช้เป็นประจำ” 

ท่านผู้หญิงวิวรรณกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะนั่งลงบนโซฟาที่มีฉากหลังคือพระรูปพระองค์วรรณฯ และหม่อมพร้อยสุพิน

ในวัยที่ก้าวสู่ปีที่ 93 ของชีวิต ยังจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างแจ่มชัด ย้อนเล่าเหตุการณ์ครั้งวันวานด้วยน้ำเสียงกังวานสดใส 

เมื่อขอให้ “ทายพระทัย” พระองค์วรรณฯ ว่าหากทรงรับรู้ได้จะดำริเช่นไรต่อ 50 ปีของประชาชาติธุรกิจ ได้คำตอบว่า

“พระองค์คงจะทรงพอพระทัยอย่างแน่นอน ที่ประชาชาติธุรกิจยังสามารถยืนหยัดรักษาศักดิ์ศรีและจรรยาบรรณของวิชาชีพสื่อมวลชนไว้ได้ โดยคุณขรรค์ชัยเป็นผู้นำ 

ตลอด 50 ปี ประเทศไทยผ่านเหตุการณ์สำคัญมามากมาย สื่อมวลชนเองก็ต้องเผชิญแรงกดดันหลายรูปแบบ แต่ประชาชาติยังคงทำหน้าที่นำเสนอข่าวสารและความคิดเห็นด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมโดยดำเนินตามแนวคิดของท่านพ่อตลอดมา

ดิฉันเชื่อว่าสิ่งที่ท่านพ่อทรงยึดถือ และคุณขรรค์ชัยกับคณะผู้บริหารได้ให้คุณค่ามากที่สุด มิใช่เพียงความสำเร็จทางธุรกิจ แต่คือความน่าเชื่อถือและเกียรติภูมิขององค์กร ซึ่งประชาชาติได้รักษาสิ่งนั้นไว้ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 50 ปี”  

คือมุมมองของท่านผู้หญิงวิวรรณ ที่ตอบทุกคำถามนับจากนี้อย่างลึกซึ้งยิ่ง 

  • ความทรงจำต่อ “พระองค์วรรณฯ” โดยเฉพาะการที่ทรงเป็น “ผู้มีน้ำพระทัยอันประเสริฐ” ดังที่ประทานหัวหนังสือพิมพ์ประชาชาติ พร้อมเงินขวัญถุง 900 บาท แก่นายขรรค์ชัย บุนปาน 

ท่านรับสั่งอยู่เสมอว่า เมื่อได้รู้จักคุณขรรค์ชัย ก็มีความประทับพระทัย ว่าเป็นคนมีความตั้งใจจริง มีความมุ่งมั่น และมีความรักในวิชาชีพ 

ท่านมีความชื่นชมคุณขรรค์ชัยในการเป็นนักหนังสือพิมพ์ ท่านพ่อทรงเชื่อมั่นว่าถ้ามอบชื่อประชาชาติให้ คุณขรรค์ชัยก็จะดำเนินตามแนวคิดของท่านต่อไป ซึ่งก็ปรากฏว่าก็เป็นความจริง ท่านทรงไว้พระทัย ว่าได้มอบให้บุคคลที่ถูกต้องแล้ว 

สิ่งที่ดิฉันจดจำเกี่ยวกับท่านพ่อได้อย่างชัดเจนคือ ทรงมีพระเมตตาอย่างเปี่ยมล้นกับทุก ๆ คน

ท่านทรงมีความสุภาพ อ่อนโยน ไม่ถือพระองค์ ทรงมีชีวิตอย่างเรียบง่าย โปรดการทรงอักษร

การอ่านหนังสือ การสนทนาด้านวิชาการและให้ความรู้กับบุคคลทั่วไปทุกรุ่นทุกวัย 

ทรงยิ้มแย้มอยู่เสมอจนเป็นคุณสมบัติประจำพระองค์ เป็นที่เลื่องลือในทุกวงการ และด้วยคุณสมบัตินี้ พระองค์ท่านได้ทรงชนะจิตใจคนมากหลาย

กรณีตัวอย่างที่เด่นชัดคือในการประชุมลดอาวุธในคณะกรรมการการเมือง สหประชาชาติ ซึ่งมีการโต้เถียงกันในบรรยากาศตึงเครียด นาย Vyshinsky ผู้แทนสหภาพโซเวียตซึ่งไม่ต้องการให้ลดอาวุธ ได้กล่าวว่า “ท่านเห็นหรือไม่ว่า พระองค์วรรณฯ ทรงเห็นชอบกับข้าพเจ้าโดยทรงยิ้มรับอยู่” 

แต่ท่านพ่อทรงตอบทันทีว่า “ขอให้ที่ประชุมระวังการแปลความหมายจากการยิ้มของข้าพเจ้าว่าเห็นชอบด้วยนั้นไม่ปลอดภัยนัก เพราะข้าพเจ้ายิ้มแย้มอยู่เสมอ”  I Always Smile ทำให้ความตึงเครียดในที่ประชุมคลายลงด้วยวาทะคมขำของพระองค์ท่าน

ท่านพ่อทรงมีเมตตากับทุกคน ทรงมีน้ำพระทัยอันประเสริฐ ทรงมีความผูกพันและรักห่วงใยครอบครัวอย่างลึกซึ้ง คุณแม่เป็นบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิตของท่าน เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ปรึกษาและเป็นผู้ให้กำลังใจในงานทั้งราชการและส่วนพระองค์ ท่านประทานความรักเมตตา ดูแลทุกข์สุขให้กับญาติ ๆ สมาชิกราชสกุล “วรวรรณ” ตลอดพระชนมชีพ ท่านทรงมีความรัก ให้ความอบอุ่นกับลูก ๆ หลาน ๆ อย่างที่สุด 

ทรงดูแลเอาพระทัยใส่ลูก ๆ หลาน ๆ คือ พี่วิบูลย์เกียรติ กับดิฉัน และหลานเกียรติกรกับหลานสุทธิ์ธรทิพย์โดยทรงอบรมสั่งสอนด้านวิชาความรู้

อุปนิสัยใจคอที่ดี ทรงปลูกฝังให้เราเป็นคนดี ยึดถือในความถูกต้อง มีน้ำใจไมตรี มีความจริงใจ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มองคนในแง่ดี และวางตนเป็นกันเองสม่ำเสมอกับบุคคลทุกระดับ เท่าเทียมกัน ท่านเป็นองค์ของท่านอย่างนั้น ซึ่งคุณขรรค์ชัยก็ทราบดี และได้สัมผัสเรื่องนี้ด้วยตัวเอง 

นอกจากนี้ ท่านยังมีน้ำพระทัยงาม ทรงบำเพ็ญกุศลตลอดพระชนมชีพ ได้ทรงโดยเสด็จพระราชกุศล สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมทบทุนสร้างโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ทรงร่วมกับคุณแม่ในการบริจาคให้สภากาชาดไทย สร้างตึก “นราธิปพงศ์ประพันธ์-สุพิณ”

เพื่อใช้ในการรักษาด้านรังสีวิทยา และสร้างศาลา “วรรณ-สุพิณ”ณ วัดธาตุทองพระอารามหลวง 

ทรงตั้งทุนถวายวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ทรงตั้งกองทุนการศึกษาให้นิสิต นักศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดจนบำเพ็ญกุศลอื่น ๆ อีกหลายสถาบัน

  • บรรยากาศของ “ประชาชาติ” ในยุคพระองค์วรรณฯ เป็นอย่างไร 

ตอนนั้นดิฉันเองยังอายุน้อย ไปวิ่งเล่นที่โรงพิมพ์บนถนนหลานหลวง บรรยากาศคึกคัก มีชีวิตชีวามาก มีทั้งนักคิด นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ เช่น คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์, คุณมาลัย ชูพินิจ และท่านอื่น ๆ ไปรวมตัวกัน เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมของปัญญาชนในยุคนั้น ท่านทั้งหลายสนทนากันอย่างออกรส ท่านพ่อประทับอยู่ เหมือนกับเป็นประธาน มีการพูดคุยในเรื่องต่าง ๆ 

ถึงจะเป็นสำนักงานเล็ก ๆ แต่กลับเต็มไปด้วยพลังทางความคิด ทุกคนพูดคุยกันเรื่องบ้านเมือง เรื่องสถานการณ์โลก โดยเฉพาะปัญหาที่แต่ละประเทศที่กำลังเผชิญอยู่  รวมถึงประเทศไทย 

ท่านพ่อทรงให้ความสำคัญมากกับเสรีภาพทางปัญญา ความคิด ทรงเปิดโอกาสให้ผู้คนที่อยู่ในวงการหนังสือพิมพ์ได้แสดงความคิดเห็น ทรงเขียนคอลัมน์  “วรรณไวไขข่าว” คนติดมาก ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในขณะนั้น 

จากจุดนี้ทำให้บรรยากาศในแวดวงหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติ”มีความเป็นศูนย์รวมของนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในยุคนั้น

  • ท่ามกลางความเห็นต่าง ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และช่องว่างระหว่างเจเนอเรชั่น หลักคิดใดของพระองค์วรรณฯ ที่สังคมไทยควรนำมาใช้เพื่อการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างสันติ 

ดิฉันเห็นว่าการใช้ความประนีประนอมด้วยสันติควบคู่กับความเมตตา ซึ่งเป็นหลักคิดที่ท่านพ่อทรงใช้อย่างแน่วแน่ตลอดพระชนมชีพ นำไปสู่ความสำเร็จในการทรงงาน พร้อมทั้งการเปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ทรงเชื่อในการพูดคุยอย่างมีอารยธรรม ไม่ใช้อารมณ์ ล้วนเป็นหลักคิดของท่านพ่อที่สังคมไทยในปัจจุบันน่าจะนำมาปรับใช้ 

เมื่อทรงดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษามีความขัดแย้งกันในบรรยากาศที่จะเข้าสู่ความรุนแรง ท่านพ่อได้เสด็จเข้าไปในที่ชุมนุม โดยทรงกล่าวโน้มน้าวจิตใจให้นักศึกษายุติความขัดแย้งและหันเข้าพูดจาตกลงกันอย่างสันติ ซึ่งเป็นความสำเร็จที่มาจากบทบาทวาทะประนีประนอมอันสุขุมของท่านพ่อ ในยุคที่สังคมเต็มไปด้วยความเห็นต่างและความรวดเร็วของข้อมูล ข่าวสารจำนวนมากอาจทำให้ผู้คนตัดสินกันด้วยอารมณ์ ดังนั้น หากเรากลับมาให้คุณค่ากับการรับฟังกันอย่างสันติ การยอมรับความคิดที่แตกต่าง สังคมไทยน่าจะเดินหน้าได้อย่างสงบและสร้างสรรค์มากขึ้น

  • การนำ “มรดกทางความคิด” ของพระองค์วรรณฯ มาปรับใช้ในยุคปัจจุบันที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ มีบทบาทสูง แต่โลกเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับ “สังคมศาสตร์” และ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงส่งเสริมผลักดันเสมอมา 

ในยุค AI หรือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดิฉันยิ่งเห็นว่า “มนุษยศาสตร์” และ “สังคมศาสตร์” ที่ท่านพ่อทรงเน้นจะยิ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเทคโนโลยีอาจช่วยประมวลผลข้อมูลได้ แต่คุณค่าความเป็นมนุษย์ ความประนีประนอม มีน้ำใจไมตรีต่อกัน ยังเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องพัฒนาต่อไป ซึ่งดิฉันเห็นว่าถ้าคนรุ่นใหม่สามารถนำมาปรับใช้ก็อาจทำให้ผู้ที่มีความคิดแตกต่างอยู่ร่วมกันได้ นำไปสู่ความสงบสุขในสังคม

เอไอจะก้าวหน้าต่อไปแน่นอน แต่ในจิตใจของคนต้องมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน 

  • ข้อเสนอแนะต่อประชาชาติธุรกิจที่จะยังก้าวหน้าต่อไปในอนาคต 

ดิฉันขอชื่นชมอย่างมากต่อประชาชาติธุรกิจที่สามารถรักษาเอกลักษณ์ของตนเองไว้ได้อย่างมั่นคง  มีความเที่ยงตรงทั้งในด้านความเข้มข้นของเนื้อหาและความน่าเชื่อถือ 

สิ่งสำคัญในยุคปัจจุบันคือการรักษาคุณภาพของข่าวสาร ท่ามกลางความรวดเร็วของสื่อออนไลน์ และการแข่งขันด้านยอดผู้ติดตาม

ดิฉันหวังว่าประชาชาติธุรกิจจะยังคงเป็นสื่อที่ยืนอยู่บนข้อเท็จจริง มีวิจารณญาณ และมีบทบาทเสนอข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ นำความรอบรู้มาสู่สังคมไทย

  • คำอวยพรแก่ผู้บริหาร นักข่าว และบุคลากรประชาชาติธุรกิจ และเครือมติชน

ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เริ่มจากวันที่ท่านพ่อได้ประทานชื่อ “ประชาชาติ” ให้กับคุณขรรค์ชัย บุนปาน นักหนังสือพิมพ์รุ่นใหม่ผู้มีอุดมการณ์ โดยท่านพ่อทรงมองเห็น และนิยมในความตั้งใจจริงและ “ความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ” ของคุณขรรค์ชัย 

อุดมการณ์นี้ได้สืบต่อมาถึงบุตรธิดา คือ คุณปราปต์ และคุณปานบัว ผู้เข้าร่วมบริหารงานกับคุณพ่อโดยประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน 

ดิฉันขออวยพรให้คณะผู้บริหาร บรรณาธิการ นักข่าว และบุคลากรทุกท่านของประชาชาติธุรกิจและเครือมติชน มีพลังใจ มีอุดมการณ์ และมีความสุขในการทำหน้าที่สื่อมวลชนที่มีคุณค่าในสังคมต่อไป

ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ มีความมั่นคงทั้งในวิชาชีพและชีวิตส่วนตัว โดยเฉพาะคุณขรรค์ชัย ขอให้มีสุขพลานามัยดียิ่ง และขอให้ “ประชาชาติ” ยังคงเป็นสถาบันสื่อที่อยู่คู่สังคมไทยอย่างสง่างามตลอดไป

พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร-เรื่อง

เจตน์สฤษฎิ์ ชยธาดาธนะสกุล-ภาพ