สภาบรรจุวาระด่วน พิจารณา พ.ร.บ.โอนงบฯ 1 หมื่นล้าน คมนาคมโดนโยกมากสุด 2 พันล้าน
เปิดร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ หมื่นล้าน 19 กระทรวง 6 แผนบูรณาการ พบ “คมนาคม” ถูกโอนงบฯ สูงสุดกว่า 2 พันล้าน รองลงมา มหาดไทย 1.8 พันล้าน ด้านรัฐสภาถูกโอนงบฯ 314 ล้าน หั่นจากรายจ่ายประจำ ค่าดำเนินงานบุคลากร ไม่แตะค่าเลี้ยงข้าว สส.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้แจ้งต่อสมาชิกว่า ให้ สส.เข้ารับเอกสารร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้ตั้งแต่วันนี้ (24 มิ.ย.) เพื่อเตรียมตัวต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 ซึ่งได้ออกหนังสือนัดประชุมสภาเป็นพิเศษแล้ว ในวันที่ 29-30 มิ.ย. และ 1 ก.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 25 มิ.ย. สภากำหนดวาระประชุม ซึ่งมีเรื่องด่วนที่ระบุไว้ 1 เรื่อง คือ ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ…. ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ทั้งนี้มีหลักการคือ โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหน่วยรับงบประมาณบางรายการ ไปตั้งไว้ในงบประมาณายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 10,328 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ระบุเหตุผลในการตรากฎหมายนั้นว่า โดยที่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจและสังคมจากปัจจัยทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม รัฐบาลจึงมีภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว
โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่ตั้งไว้ จำนวน 99,000,000,000 บาท มีไม่เพียงพอ รวมทั้งอาจมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นจากสถานการณ์หรือสาธารณภัยอื่นที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่ายบางรายการ ที่หน่วยรับงบประมาณต่าง ๆ ได้รับจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ไปตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว รวมทั้งกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
สำหรับการโอนงบประมาณบางรายการนั้นพบว่าเป็นงบประมาณของ 19 กระทรวง โดยกระทรวงที่ถูกโอนงบฯ สูงสุด คือ กระทรวงคมนาคม จำนวน 2,442 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายลงทุน รองลงมาคือ กระทรวงมหาดไทย จำนวน 1,846 ล้านบาท โดยหั่นจากงบฯ รายจ่ายลงทุนสูงถึง 1,844 ล้านบาท กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรม จำนวน 1,040 ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 837 ล้านบาท และกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 262 ล้านบาท
ขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรี ถูกโอนงบฯ จำนวน 134 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่ถูกโอนงบฯ รวม 161 ล้านบาท ส่วน 4 รัฐวิสาหกิจ คือ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ถูกโอนงบฯ รวม 374 ล้านบาท
ส่วนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถูกโอนงบฯ รวม 314 ล้านบาท ซึ่งจัดอยู่ในส่วนของรายจ่ายประจำ เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐ การจัดการของรัฐสภา ศาล หน่วยงานอิสระของรัฐ และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน อย่างไรก็ตามไม่มีส่วนที่ตัดจากงบประมาณที่จัดไว้รับรอง สส. เช่น ค่าอาหารกลางวัน ที่ก่อนหน้านี้ประธานสภา โดยความเห็นร่วมกันของ สส. เห็นควรให้งดการจัดเลี้ยงอาหารรับรอง และเปลี่ยนให้ซื้อรับประทานเอง
นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็นงบประมาณรายจ่ายแผนงานบูรณาการใน 6 แผนงาน มูลค่ารวม 1,288 ล้านบาท เช่น แผนบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่จัดไว้ในส่วนของกรมโยธาธิการและผังเมือง การรถไฟแห่งประเทศไทย รวม 58 ล้านบาท ด้านเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัย ของกรมกิจการผู้สูงอายุ 1 ล้านบาท ด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ วงเงิน 1,032 ล้านบาท แผนงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด วงเงิน 50 ล้านบาท แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล วงเงิน 145 ล้านบาท