เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
Real Estate ‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
Economic ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
Tech ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
Politics ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
Business ‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
Economic อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
ดูทั้งหมด

เปิดเหตุผล กนง. 7 ราย เห็นตรงกัน ไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ตรึงไว้ที่ 1.00% อีกครั้ง

24 มิ.ย. 2569 | 17:49น.
ดร.ดอน นาครทรรพ

เปิดเหตุผล กนง. คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1% มองบวกเศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ คาดโต 2.3% อัตราเงินเฟ้อ 2.8% ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าตามดอลลาร์สหรัฐ ยันไม่กังวลขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ย้ำเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยมั่นคง

ดร.ดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า กนง.มีมุมมองเป็นบวกกับการขยายตัวเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าปีนี้จะขยายตัว 2.3% ซึ่งเป็นตัวเลขประมาณการที่สูงที่สุดจากหลายสำนัก และคาดว่าปี 2570 จะขยายตัว 1.8% แม้ในภาพรวมยังขยายตัวต่ำ แต่มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้

เนื่องจากได้แรงส่งที่ดีกว่าคาดจาก 1.วัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อยู่ในช่วงขาขึ้นต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี 2.ผลกระทบของสงครามที่น้อยกว่าคาด จากภาคเอกชนปรับตัวรับมือได้ดี และ 3.ผลของมาตรการภาครัฐ ทั้งนี้ กนง.มองว่าหากไม่ได้แรงส่งจากมาตรการภาครัฐ เศรษฐกิจไทยปี 2569 และ 2570 จะขยายตัว 1.8% และ 2.1% ตามลำดับ

สำหรับภาคการส่งออกและการลงทุนที่ได้รับแรงส่งต่อเนื่องจากวัฏจักรเทคโนโลยีและเอไอ โดยวัฎจักรเอไออยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปอีก 1-2 ปี รวมทั้งภาคการส่งออกไทยยังได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะมูลค่าการส่งออกที่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี (Tech) สูงกว่าที่ประเมินไว้ ในขณะที่กลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่เทคโนโลยี (Non-tech) ที่ค่อนข้างคงที่ ทั้งนี้การส่งออกและลงทุนนี้สอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนในธุรกิจดิจิทัลอีกด้วย

แม้ว่าสถานการณ์สงครามมีแนวโน้มปรับดีขึ้น และผลกระทบของสงครามน้อยกว่าที่ประเมิน แต่ก็ยังคงไม่แน่นอน โดยจะเห็นว่ามีการปรับสมมติราคาน้ำมันลง ซึ่งคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2569 จะอยู่ที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันจะไม่ลดลงไปเท่ากับก่อนสงคราม เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของประเทศส่งออกน้ำมันโดนทำลาย และหลังจากนี้ไทยก็ยังต้องเร่งนำเข้าน้ำมันเพื่อชดเชยช่วงวิกฤตก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการปรับตัวโดยการเพิ่มแหล่งนำเข้าและปรับเส้นทางขนส่ง ทำให้ความกังวลต่อการขาดวัตถุดิบคลี่คลาย เช่น แนฟทา ฮีเลียม ปุ๋ย ที่มีสต๊อกเพียงพออย่างน้อยไปจนถึงไตรมาสที่ 3 แม้ราคาวัตถุดิบจะยังสูง

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่จะปรับตัวได้มากกว่า SMEs ที่ปรับตัวได้จำกัด โดย SMEs ปรับตัวด้านต้นทุนและสต๊อกได้ยากกว่า และยังมีสถาพคล่องที่ตึงตัว โดยเฉพาะธุรกิจบริการ เช่น โรงแรม ค้าปลีก ผู้รับเหมา ทั้งนี้ การส่งผ่านราคาสินค้าในประเทศทำได้จำกัดจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ ส่วนสินค้าส่งออกยังปรับราคาได้

“การบริโภคภาคเอกชนซึ่งเป็นเครื่องยนต์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทยยังถูกกดดันจากรายได้ครัวเรือนที่ชะลอลง และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น โดยกำลังซื้อครัวเรือนถูกกดดันจากรายได้ที่ชะลอลงและค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งในช่วงไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 คาดว่าค่าครองชีพอาจไม่ลดลงมาก แต่ได้มาตรการภาครัฐช่วยพยุง อีกทั้งครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำก็จะได้รับแรงกดดันจากค่าครองชีพสูงกว่า โดยพบว่ากลุ่มสินค้าราคาถูกมีความอ่อนไหวมากกว่า คือปรับตัวขึ้นมากหลังเกิดสงคราม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นสินค้าที่บริโภคกันในชีวิตประจำวัน” ดร.ดอน กล่าว

ดร.ดอน กล่าวว่า เงินเฟ้อมีแนวโน้มใกล้เคียงเดิมที่ 2.8% ปรับตัวลงเล็กน้อยจากประมาณการเดิม 2.9% โดยปรับขึ้นชั่วคราวตั้งแต่ไตรมาส 2 ก่อนจะปรับลดลงในปี 2570 หลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย อีกทั้ง กนง. มองว่าเงินเฟ้อจะทำให้ราคาสินค้าทยอยปรับเพิ่มขึ้น ทั้งส่งผ่านโดยตรงในหมวดพลังงาน และส่งผ่านทางอ้อมในหมวดอื่นผ่านต้นทุนวัตถุดิบที่สูง “จากประสบการณ์ในอดีต เงินเฟ้อไทยปรับลดลงแรงกว่าต่างประเทศ และไม่มีประเด็นเงินเฟ้อภาคบริการเหมือนกับต่างประเทศ”

ทั้งนี้ เงินเฟ้อคาดการณ์ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย และมีแนวโน้มปรับลดลงตามราคาพลังงาน อย่างไรก็ดี แม้เงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในอนาคต จากความไม่แน่นอนทางปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ การส่งผ่านต้นทุนอาจเพิ่มขึ้น และปรากฏการณ์เอลนิโญที่อาจรุนแรงกว่าที่คาด

“สำหรับคาดการณ์เงินเฟ้อต่างประเทศยังมีแนวโน้มสูงกว่าเป้า เช่นเดียวกับไทย แต่ก็ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย และมองว่ายังควบคุมได้ ทั้งนี้หากจำเป็นต้องปรับขึ้นก็ต้องปรับขึ้น ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อที่เคยมองว่าจะแต่ 5.0-5.2% ก็อาจไม่ไปถึงตรงนั้น เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลง” ดร.ดอนกล่าวและว่า ประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อภาคบริการเหมือนต่างประเทศ อันเป็นผลมาจากค่าจ้างแรงงาน ขณะที่ไทยค่าจ้างแรงงานไม่ขึ้น เงินเฟ้อส่วนนี้จึงไม่ขึ้นตามไปด้วย ซึ่งในอีกทางหนึ่งก็แปลว่าการเติบโตของค่าจ้าง (Wage Growth) อยู่ในระดับที่ไม่ดีนัก

ในขณะที่สถาบันการเงินยังต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้ลูกหนี้ โดยเฉพาะต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง โดยสินเชื่อรวมยังขยายตัวต่ำ และมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม สินเชื่อธุรกิจ SMEs ยังคงติดลบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธุรกิจ SMEs ก็ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย

ดร.ดอน กล่าวว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าตามดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก และค่าเงินส่วนใหญ่ก็ปรับอ่อนค่าตามทิศทางของนโยบายการเงินสหรัฐ โดยอัตราการเปลี่ยนแปลงค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ -5.7% ซึ่งไม่ได้อ่อนค่านำค่าเงินในภูมิภาค โดยจะเห็นว่าค่าเงินวอนเกาหลีใต้อยู่ที่ -6.0% และรูเปียอินโดนีเซียอยู่ที่ -6.6% อย่างไรก็ตาม มองว่าค่าเงินบาทในระยะถัดไปยังไม่น่าเป็นห่วงมาก

สำหรับบริบทปัจจุบัน ต้องผสมผสานระหว่างนโยบายการเงินที่ต้องรักษาเสถียรภาพด้านราคา แต่ภายใต้แนวโน้มเงินเฟ้อ นโยบายการเงินก็ยังอยู่ในระดับผ่อนคลาย ทั้งนี้หากมีความเสี่ยงเงินเฟ้อเข้ามาก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนต่อไป อีกทั้งนโยบายการคลังที่ต้องลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น เช่น มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ พร้อมทั้งให้ความสำคัญการเพิ่ม Productivity ในระยะยาวและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ “หากทำได้ดี คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจที่จะชะลอในปีหน้าที่ 1.8% ก็อาจไม่ชะลอก็ได้”

นอกจากนี้มาตรการทางการเงินก็ยังต้องมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาหนี้กลุ่มเปราะบาง และเสริมสภาพคล่อง ยกศักยภาพให้กับ SMEs

กนง. มองว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน แต่ต้องติดตามความเสี่ยงในระยะต่อไป ได้แก่ 1.การส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการ และการปรับเพิ่มขึ้นของราคาเป็นวงกว้างและต่อเนื่อง 2.เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง และ 3.ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางในระยะข้างหน้า

สิ่งที่น่าสนใจคือ ดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2568 เกินดุล 3% แต่ประมาณการดุลบัญชีเดินสะพัดในปีนี้จะสมดุล (0.0%) และอาจติดลบได้จากการนำเข้าน้ำมันในราคาและปริมาณที่สูงเพื่อสำรองน้ำมัน แม้ไทยจะส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปได้มาก ทั้งนี้ปีหน้าดุลบัญชีเดินสะพัดก็อาจจะกลับมาบวกได้

“คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัด พ.ค.-มิ.ย. อาจติดลบต่อเนื่องจาก เม.ย. แม้ช่วง พ.ค. มีกำไรจากภาคการส่งออกมากที่สุดในรอบปี จึงกดดันดุลบัญชีเดินสะพัดได้ ส่วนช่วง มิ.ย. อาจสมดุลหรือติดลบเล็กน้อย แต่ไม่ต้องเป็นกังวล คาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูง แม้ไม่เท่ากับช่วง พ.ค.” ดร.ดอน กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง. ดอน นาครทรรพ