เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส่องหุ้นรับประโยชน์ กนง.ตรึงดอกเบี้ยยุติวัฏจักรขาลง
Finance ส่องหุ้นรับประโยชน์ กนง.ตรึงดอกเบี้ยยุติวัฏจักรขาลง
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
Economic ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ดูทั้งหมด

ครบรอบ 6 ปี ‘ต้า วันเฉลิม’ แอมเนสตี้-ผสานวัฒนธรรม กระทุ้งสางปมคดีบังคับสูญหาย

27 มิ.ย. 2569 | 11:12น.

แอมเนสตี้ ประเทศไทย และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมรำลึก 6 ปี การบังคับสูญหายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผ่านกิจกรรม “ส่งใจถึงต้าร์ ยืนยันว่า ‘เราไม่หมดหวัง’” พร้อมย้ำข้อเรียกร้องให้เปิดเผยความจริง นำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และสร้างหลักประกันว่าจะไม่มีใครถูกบังคับให้สูญหายอีก

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดงาน “ส่งใจถึงต้าร์ ยืนยันว่า ‘เราไม่หมดหวัง’” เนื่องในวาระครบรอบ 6 ปี ของการบังคับสูญหายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมทางการเมืองชาวไทย ซึ่งถูกบังคับสูญหายในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับชะตากรรมของเขา

การบังคับสูญหายของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และยังคงส่งผลกระทบต่อครอบครัวของเขาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสะท้อนปัญหาการบังคับบุคคลให้สูญหายในสังคมไทย

ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา ครอบครัว เพื่อน เครือข่ายนักกฎหมาย และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ยังคงร่วมกันเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นอิสระ เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับชะตากรรมของวันเฉลิม และนำไปสู่ความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม กระบวนการยุติธรรมยังคงดำเนินไปอย่างล่าช้า และยังไม่สามารถให้คำตอบแก่ครอบครัวได้จนถึงปัจจุบัน

ในงานครบรอบ 6 ปีครั้งนี้ มีการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสะท้อนการไม่ยอมจำนนต่อความอยุติธรรมในกรณีการบังคับสูญหาย เช่น “ต้นไม้แห่งความหวัง” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมเขียนข้อความส่งกำลังใจถึงครอบครัวของวันเฉลิม และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่มีสมาชิกในครอบครัวถูกบังคับให้สูญหาย รวมถึงกิจกรรม “กล่องกำลังใจ” ซึ่งเป็นพื้นที่รวบรวมกำลังใจถึงครอบครัวผู้สูญหายและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนใส่ลงในกล่อง เพื่อส่งแรงใจให้บุคคลเหล่านี้

อีกหนึ่งช่วงสำคัญคือวงเสวนา “6ปีที่ต้าร์ไม่อยู่: การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง” ซึ่งสะท้อนภาพการติดตามคดีวันเฉลิมตลอด 6 ปี ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เขาถูกบังคับสูญหาย ไปจนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของครอบครัว นักกฎหมาย และองค์กรสิทธิมนุษยชน ในการค้นหาความจริงเกี่ยวกับชะตากรรมของเขาและผู้ถูกบังคับให้สูญหายคนอื่น ๆ

ภายในวงเสวนายังได้พูดถึงว่าการบังคับสูญหายไม่ใช่เพียงการหายตัวไปของบุคคลเท่านั้น แต่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ทำให้ครอบครัวต้องอยู่ในสภาวะ “ไม่รู้ชะตากรรม” เป็นเวลายาวนาน และต้องเผชิญอุปสรรคจากกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้าและขาดความโปร่งใส อีกทั้งยังเชื่อมโยงการติดตามคดีวันเฉลิมกับสถานการณ์การค้นหาคนหายและผู้ถูกบังคับสูญหายในประเทศไทยและต่างประเทศ ผ่านกลไกด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ตลอด 6 ปี ที่ผ่านมา ครอบครัวของวันเฉลิมต้องอยู่กับความไม่รู้ถึงชะตากรรมของคนที่รัก ซึ่งเป็นความทุกข์ที่ไม่มีครอบครัวใดควรต้องเผชิญ เราขอยืนยันว่าเรายังไม่ลืมวันเฉลิม และจะยังคงเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นอิสระ เพื่อให้ความจริงปรากฏและเกิดความยุติธรรม

การส่งใจถึงต้าร์ในวันนี้คือการยืนยันว่า ‘เราไม่หมดหวัง’ ไม่หมดหวังที่จะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับชะตากรรมและที่อยู่ของวันเฉลิม ไม่หมดหวังที่จะเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้น และไม่หมดหวังที่จะเห็นสังคมที่ไม่มีใครต้องถูกบังคับให้สูญหายอีกต่อไป”

แม้เวลาจะผ่านไป 6 ปีแล้ว แต่การรอคอยคำตอบของครอบครัวยังคงดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับการเรียกร้องของพวกเราที่จะไม่หยุด จนกว่าความจริงจะปรากฏ และผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุติธรรม เพราะการบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นอาชญากรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับใคร ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดก็ตาม

“มีประโยคหนึ่งที่เราคิดถึงมากในงานแบบนี้ คือ ‘Hope is a discipline’ — ความหวังไม่ใช่แค่การมองโลกในแง่ดี แต่คือสิ่งที่เราต้องเลือก ต้องฝึก และต้องยืนหยัดทำซ้ำ ๆ ความหวังคือการเลือกที่จะจำต่อ ถามต่อ ยืนอยู่ข้างครอบครัวของผู้ถูกบังคับให้สูญหาย และไม่ปล่อยให้ความเงียบมีอำนาจเหนือความจริง”

สำหรับแอมเนสตี้ ประเทศไทย นี่คือหัวใจของ RESIST — ‘ยืนหยัดต่อต้านความอยุติธรรม’ ไม่ใช่การต่อต้านด้วยความเกลียดชัง แต่เป็นการยืนหยัดด้วยความรักต่อผู้คน ด้วยความเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และด้วยความเชื่อว่าสังคมนี้ไม่ควรปล่อยให้ใครถูกทำให้หายไปโดยไม่มีคำตอบ”

ความหวังคือการต่อต้านความเงียบ ความหวังคือการต่อต้านการถูกทำให้ลืม ความหวังคือการต่อต้านการลอยนวลพ้นผิด และความหวังคือการปฏิเสธที่จะยอมรับว่าสังคมหนึ่งจะปล่อยให้ใครคนหนึ่งถูกทำให้หายไปได้ โดยไม่มีคำตอบ ไม่มีความรับผิดชอบ และไม่มีความยุติธรรม”

ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเป็นหนึ่งในผู้ใกล้ชิดวันเฉลิม กล่าวว่า  6 ปีที่ผ่านมา เป็นเวลาที่ยาวนาน ยาวนานสำหรับครอบครัวที่ยังคงเฝ้ารอคำตอบ ยาวนานสำหรับผู้ที่รักและคิดถึงวันเฉลิม และยาวนานสำหรับสังคมไทย ที่ยังต้องตั้งคำถามต่อไปว่าทำไมความจริงและความยุติธรรมจึงล่าช้าขนาดนี้

การรำลึกในวันนี้ไม่ใช่เพียงการย้อนกลับไปมองความสูญเสียที่เกิดขึ้น แต่เป็นการยืนยันว่า ความทรงจำ ความรัก และความหวังของพวกเรายังคงดำรงอยู่

ประวัติศาสตร์ของหลายประเทศทั่วโลกได้แสดงให้เห็นว่า ความจริงอาจเดินทางอย่างเชื่องช้า แต่ความจริงไม่จำเป็นต้องสูญหายไปพร้อมกับกาลเวลา หลายครอบครัวต้องรอเป็นสิบปี หลายสิบปี กว่าความจริงจะได้รับการเปิดเผย หลายคนอาจไม่ได้มีชีวิตอยู่จนเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์

แต่สิ่งที่ทำให้ความหวังยังดำรงอยู่ คือการที่มีผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่ารับช่วงกันสืบสานการต่อสู้ และไม่ยอมปล่อยให้ความทรงจำถูกกลืนหายไป ดังนั้น การอยู่ร่วมกันในวันนี้จึงไม่ใช่การไว้อาลัย แต่เป็นการประกาศว่า เราจะไม่ยอมให้ความเงียบมีอำนาจเหนือความจริง และเราจะไม่ยอมให้คนที่เรารักหายไปจากความทรงจำของสังคม”