เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Politics นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
Tech Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
Biz Movement แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
Politics เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
Business KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
News สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
Automotive โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
Economic บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
Biz Movement AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
Politics นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
ดูทั้งหมด

พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ

25 ก.ค. 2569 | 14:01น.

กระทรวงพาณิชย์ ร่วมปฏิบัติการ กระทรวงมหาดไทย ตำรวจ สนธิกำลังกวาดล้าง “นอมินี” จังหวัดกระบี่ เดินหน้าตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ยกระดับปราบธุรกิจต่างด้าวผิดกฎหมาย พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ มูลค่า 2,000 ล้านบาท และต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ

กระทรวงพาณิชย์ ร่วมปฏิบัติการกับ กระทรวงมหาดไทย นำโดย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายพลพีร์ สุวรรณฉวี) พร้อมด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 สนธิกำลังบูรณาการลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตรวจค้นและตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายไทย โดยเป็นการดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศและสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทีมปราบนอมินี กระทรวงมหาดไทย นำโดย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายพลพีร์ สุวรรณฉวี) พร้อมด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เปิดปฏิบัติการบูรณาการลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยการปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งตรวจสอบบริษัทที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) เพื่ออำพรางการประกอบธุรกิจที่กฎหมายกำหนดให้คนต่างด้าวต้องได้รับอนุญาตก่อนดำเนินกิจการ

รวมถึงตรวจสอบการถือครองหรือครอบครองที่ดินที่อาจมีการใช้โครงสร้างบริษัทเป็นเครื่องมือหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเอกสารสำคัญของบริษัท อาทิ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ทะเบียนผู้ถือหุ้น งบการเงิน แหล่งที่มาของเงินลงทุน โครงสร้างการบริหาร การใช้สถานที่ประกอบกิจการ และความเชื่อมโยงของผู้ถือหุ้นและกรรมการ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดี

อธิบดีพูนพงษ์กล่าวต่อว่า “ผลการลงพื้นที่ตรวจพบนิติบุคคลที่เข้าข่ายเป็นนอมินี โดยพบชาวอังกฤษ จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทตั้งแต่ปี 2543 โดยมีคนไทยร่วมเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้น ภายหลังการจดทะเบียนพบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นคนไทยออกจากบริษัท และเปลี่ยนลักษณะเป็นการถือหุ้นไขว้กันเอง 3 บริษัท

โดยมีกรรมการบริษัทเป็นบุคคลคนเดียวกัน นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทดังกล่าวเข้าถือครองที่ดินรวมประมาณ 22 แปลง จำนวนกว่า 120 ไร่ มูลค่ารวมประมาณ 2,000 ล้านบาท และประกาศขายที่ดินอย่างเปิดเผย การลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้ทุกหน่วยงานมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกเพื่อพิจารณาเพิกถอนที่ดินและดำเนินคดีต่อไป ขณะเดียวกันทุกหน่วยงานก็พร้อมบังคับใช้กฎหมายกับคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดไปกระทำความผิดซ้ำ”

“ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาดำเนินการตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะกรณีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบการกระทำที่ขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน หากพบว่ามีการใช้โครงสร้างนิติบุคคลเพื่อให้คนต่างด้าวเข้าถือครองหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหากพบการกระทำผิดในกฎหมายอื่น เช่น กฎหมายอาญา กฎหมายฟอกเงิน กฎหมายภาษีอากร หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่มีอำนาจจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด”

“จังหวัดกระบี่ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่มีการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้มีการใช้บริษัทอำพรางหรือโครงสร้างนอมินีเข้ามาประกอบธุรกิจหรือถือครองทรัพย์สินโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย การจัดเก็บรายได้ของรัฐ และความเชื่อมั่นของระบบเศรษฐกิจในระยะยาว จากฐานข้อมูลนิติบุคคลของกรม (DBD Datawarehouse+) ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 พบนิติบุคคลในจังหวัดกระบี่จำนวน 4,661 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 33,722 ล้านบาท แบ่งเป็น เมืองกระบี่ 2,888 ราย เกาะลันตา 616 ราย เหนือคลอง 307 ราย อ่าวลึก 266 ราย คลองท่อม 205 ราย และอื่น ๆ 379 ราย ทั้งนี้ มีนิติบุคคลต่างด้าวที่ถือหุ้นระหว่าง 0-49.99% จำนวน 696 ราย (เกาะลันตา 280 ราย) และนิติบุคคลต่างด้าวที่ถือหุ้น 50% ขึ้นไป จำนวน 13 ราย (เกาะลันตา 1 ราย)”

“กรมขอย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ แต่เป็นการส่งเสริมและกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการต่างชาติที่ประสงค์จะลงทุนในประเทศไทยดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมายอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนที่มีมาตรฐานสากล และรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงสร้างความเป็นธรรมให้กับนักลงทุนชาวต่างชาติที่ประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยหลังจากการตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบการกระทำความผิดจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายและนิติบุคคลที่มีความเชื่อมโยง เพื่อยกระดับการปราบปรามธุรกิจนอมินีให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ” อธิบดีพูนพงษ์กล่าวทิ้งท้าย