เมื่อ พลาสติก ไม่ใช่ขยะ ‘MQDC’ พลิกโฉมเป็นวัสดุก่อสร้าง-
ความต้องการใช้พลาสติกที่เพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน จากสถิติพบว่าใน 1 วันมีการใช้ถุงพลาสติกสูงถึง 551 ล้านใบ/วัน เพียงแต่จำนวนตัวเลขดังกล่าวกลับนำมาสู่กระบวนการรีไซเคิลไม่เกินร้อยละ 30 เท่านั้น
คำถามคือส่วนที่เหลืออีกกว่าร้อยละ 70 จะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้พลาสติกกลายเป็นขยะสะสม และส่งผลกระทบต่อทั้งคนและสิ่งแวดล้อม ?
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ในฐานะผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรายใหญ่จึงจุดประกายให้เห็นถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ด้วยการชูคอนเซ็ปต์ที่ว่าพลาสติก “ไม่ใช่ภาระของโลก” และ “ไม่ใช่ผู้ร้าย” ด้วยโครงการ Upcycling The Oceans, Thailand โดยเน้นการใช้พลาสติกอย่างถูกต้องและคุ้มค่า พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่า (value add) ให้กับขยะพลาสติกด้วยการนำมารีไซเคิลและผลิตสินค้า เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า และกระเป๋า
อันถือเป็นการจุดกระแสให้เกิดความร่วมมืออื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย
ดังนั้น เมื่อเห็นตัวเลขปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นแล้ว การจัดการเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องมีความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมารวมกันเหมือนอย่างความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาเพื่อต่อยอดให้มีการนำนวัตกรรมมาบริหารจัดการขยะพลาสติก คือ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอณปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MQDC, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน หรือ RISC (Research & Innovation for Sustainability Center) และ PTTGC เพื่อพัฒนานวัตกรรมบวกรวมกับงานวิจัยให้สามารถนำไปใช้ได้จริง
“วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MQDC ระบุถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่าต้องการพัฒนาวัสดุก่อสร้างจากพลาสติกที่ใช้แล้วด้วยนวัตกรรม upcycling โดยในช่วงเริ่มต้นจะพัฒนาในรูปแบบอิฐปูทางเท้าที่มีส่วนผสมของพลาสติกที่ร้อยละ 50 เพื่อใช้กับโครงการ “ฟอเรสเทียส์” ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างโครงการในปี 2562 โดยอิฐปูทางเท้าระยะทาง 5 กิโลเมตร คาดว่าจะมีการใช้พลาสติกรวมกว่า 150 ล้านตัน
“ถือเป็นครั้งแรกในไทยที่วงการอสังหาริมทรัพย์นำพลาสติกมาผสมเป็นวัสดุก่อสร้างในโครงการ ทั้งนี้ แมกโนเลียฯยังเตรียมขยายการใช้พลาสติกมาเป็นส่วนผสมของวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ เช่น ของตกแต่งในบริเวณส่วนกลางของโครงการ เช่น โต๊ะ หรือเก้าอี้ การที่แมกโนเลียฯเลือกใช้อิฐปูทางเท้าที่เป็นการผสมพลาสติกลงในคอนกรีตนั้น เพราะเชื่อมั่นในนวัตกรรม upcycling ที่ทำให้มีความแข็งแรงทนทานในการใช้งานแน่นอน”

ขณะที่ “วราวรรณ ทิพพาวนิช” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกิจการองค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บอกว่า ปัจจุบันมีความต้องการใช้พลาสติกเป็นจำนวนมาก จึงต้องผลักดันให้มีการใช้ขยะพลาสติกอย่างคุ้มค่ามากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำโครงการ upcycling plastic waste ที่นอกจากจะนำกลับมาใช้ใหม่แล้วยังเพิ่มมูลค่าไปพร้อม ๆ กันด้วย และความร่วมมือครั้งนี้ยังถือเป็นแนวร่วมใหม่ที่เข้ามาต่อยอดโครงการของ PTTGC อีกด้วย
“วราวรรณ” บอกอีกว่า เรายังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการผลักดันเรื่องของรีไซเคิล เพราะเชื่อมั่นว่าพลาสติกยังสามารถนำนวัตกรรมเข้ามาสร้างสรรค์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ หลังจากนี้ จะกระตุ้นให้ชุมชนเป้าหมายให้ความสำคัญตั้งแต่การคัดแยกขยะ โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดระยองรวม 10 โรงเรียน ที่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการดำเนินการ ซึ่งถือเป็นการทำความเข้าใจกับชุมชนก่อน หากได้ผลตอบรับที่ดีอาจขยายไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ด้วย และขณะนี้ยังเตรียมหาพาร์ตเนอร์ที่จะสามารถนำขยะพลาสติกไปผลิตเป็นสินค้าอื่น พร้อมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาโรงงานรีไซเคิลต่อไป
ด้าน “รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต” หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน หรือ RISC (Research & Innovation for Sustainability Center) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กล่าวเสริมว่า upcycling คือส่วนหนึ่งของรีไซเคิลที่เพิ่มมูลค่าให้กับขยะพลาสติก ซึ่งทั่วโลกต่างให้ความสนใจในประเด็นเหล่านี้ การที่ภาคเอกชนร่วมมือกับภาครัฐในการบริหารจัดการเหล่านี้ ทำให้สังคมมีความเข้าใจมากขึ้นว่าการนำขยะมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะสิ่งเหล่านี้วนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แม้แต่บริษัทใหญ่อย่างแมกโนเลียฯยังนำมาเป็นส่วนผสมของอิฐปูทางเท้า และเชื่อว่าในอนาคตจะขยายไปสู่โปรดักต์อื่น ๆ ได้อีกด้วย
เมื่อลองคำนวณคร่าว ๆ การนำขยะพลาสติกมาเป็นส่วนผสมในวัสดุก่อสร้างนั้น “รศ.ดร.สิงห์” บอกว่า ในกรณีที่นำพลาสติกมาเป็นส่วนผสมของขอบถนนที่ระยะทาง 5 กิโลเมตร โดยในทุก 1 กิโลเมตรจะใช้พลาสติกประมาณ 11 กิโลกรัม หรือรวมทั้งสิ้น 60 ตัน ซึ่งยังไม่รวมส่วนประกอบอื่น ความร่วมมือจาก MQDC ครั้งนี้ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สามารถจัดการกับขยะพลาสติกได้มากถึง 10 ตัน/วัน ทำให้เกิดซัพพลายเชนที่มี impact ต่อสิ่งแวดล้อม
“และเชื่อมั่นว่าในอนาคตโมเดลในลักษณะนี้จะขยายไปยังบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายอื่น ๆ ด้วย รวมถึงในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะเห็นการรีไซเคิลขยะพลาสติกที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นโดยเฉพาะศักยภาพของ PTTGC ที่มองว่าจะสามารถซัพพอร์ตอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีขยะพลาสติกมาเข้าสู่กระบวนการ upcycling ได้ทั้งหมด”
“ผมเคยคิดที่จะเปลี่ยนโลกนี้ให้ดีขึ้น แต่ว่าทำมา 10 กว่าปีก็ยังเปลี่ยนโลกไม่ได้ แต่เมื่อมีความร่วมมือกันของภาคเอกชนเพราะวันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าเราลิงก์กับภาคเอกชนที่สามารถเข้ามาเก็บกวาดทรัพยากรที่อยู่บนโลกกับคนที่จะเอาไปใช้งานเข้าไว้ด้วยกัน ถือเป็นซัพพลายเชนที่ครบลูปมากที่สุด”
ในส่วนของสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่เข้ามาร่วมมือครั้งนี้มองว่า การผลักดันให้มีการลด ละ เลิกใช้พลาสติกจะได้ประโยนช์ถึง 3 ด้าน คือ 1) มหาวิทยาลัยสามารถตีโจทย์และทำงานวิจัยในเชิงลึกได้ 2) เป็นตัวจุดประกายให้องค์กรอื่น ๆ มาทำในเรื่องรีไซเคิลมากขึ้น 3) คนทั้งโลกได้เห็นความตั้งใจที่จะลดมลพิษและมุ่งสู่สีเขียว และยกให้ไทยเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดการใช้พลาสติกลง
การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอาจจะอยู่ในความคิดของใครหลายคน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคืออยู่ที่ใครจะผลักดันพร้อมทั้งดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และเกิดการต่อยอดไปยังองค์กรอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
