15 ปี BC4C บ้านปูเปิด 3 บทเรียนธุรกิจไทยร่วมแก้ปัญหาสังคม
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดบทเรียนจากการดำเนินโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” หรือ Banpu Champions for Change (BC4C) ตลอดระยะเวลา 15 ปี โดยชี้ให้เห็นว่าตลอดหนึ่งทศวรรษครึ่งที่ผ่านมา มุมมองของภาคธุรกิจไทยต่อการแก้ปัญหาสังคมได้เปลี่ยนแปลงไป
นายรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงาน Sustrends 2027 บนเวที The Business of Sustainability โดยย้อนถึงจุดเริ่มต้นของโครงการ BC4C ในปี 2554 ว่าเกิดขึ้นในช่วงที่แนวคิดกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ยังไม่เป็นที่รู้จักในไทย และบทบาทของภาคธุรกิจถูกมองแยกขาดจากการแก้ปัญหาสังคม
เมื่อก่อน ธุรกิจมีหน้าที่สร้างผลกำไร ส่วนการแก้ปัญหาสังคมเป็นเรื่องของภาครัฐและองค์กรไม่แสวงหากำไร
บ้านปูจึงร่วมกับ ChangeFusion ก่อตั้ง BC4C ขึ้นเพื่อทดสอบสมมติฐานที่ว่าธุรกิจสามารถเป็นกลไกแก้ปัญหาสังคมได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินบริจาค
ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา รูปแบบการสนับสนุนของโครงการปรับเปลี่ยนไปตามพัฒนาการของระบบนิเวศผู้ประกอบการไทย จากช่วงแรกที่เน้นบ่มเพาะผู้ประกอบการรายใหม่มาสู่การทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เครือข่าย และโอกาสทางธุรกิจให้กับกิจการที่เติบโตในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อให้ขยายตลาดต่อไปได้ด้วยตัวเอง
“เงินทุนอาจช่วยให้ธุรกิจเกิด แต่โอกาสและระบบนิเวศที่แข็งแรง คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโต”

3 บทเรียน
จากการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อสังคมกว่า 130 ราย บ้านปูสรุปบทเรียนสำคัญ 3 ประการที่ระบุว่านำไปใช้ได้กับธุรกิจทั่วไปเช่นกัน
ประการแรก ความได้เปรียบที่ยั่งยืนคือคุณค่าที่ธุรกิจสร้างให้ผู้คน ความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแปลกใหม่ของนวัตกรรม แต่อยู่ที่คุณค่าที่ธุรกิจส่งมอบให้กับผู้คน เนื่องจากเทคโนโลยีและความรู้ในปัจจุบันเข้าถึงได้ง่ายและถูกลอกเลียนได้รวดเร็ว
กรณีตัวอย่างคือ ภูคราม กิจการที่นำงานปักผ้าฝ้ายพื้นถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย เมื่อแนวคิดถูกผู้ผลิตรายอื่นนำไปทำตามและช่างฝีมือบางส่วนแยกตัวไปเปิดกิจการเอง ผู้ก่อตั้งจึงปรับทิศทางจากการมุ่งขยายจำนวนช่างฝีมือ มาเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตของคนในเครือข่ายแทน
ประการที่สอง ความเข้าใจปัญหาเชิงลึกยังเป็นสิ่งที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลจำนวนมากไม่สามารถทดแทนได้ กรณีของคีรีฟาร์มแสดงให้เห็นว่า การเผาฟางหลังฤดูเก็บเกี่ยวของเกษตรกรไม่ได้เกิดจากการขาดความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ แต่เกิดจากเกษตรกรยังไม่เห็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของฟางข้าว การแก้ปัญหาจึงอยู่ที่การสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ ผ่านการรับซื้อฟางไปเพาะเห็ดฟาง จนกลายเป็นธุรกิจชุมชนที่มีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน
ประการที่สาม ธุรกิจจะผ่านวิกฤตได้ เมื่อทีมพร้อมเรียนรู้และปรับตัว ความสามารถของทีมงานในการเรียนรู้และปรับตัวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจผ่านพ้นวิกฤตได้ มากกว่าการมีแผนสำรองที่สมบูรณ์แบบ
ตัวอย่างคือ Local Alike กิจการด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งสูญเสียรายได้เกือบทั้งหมดในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทีมงานปรับตัวด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าชุมชนออนไลน์ในชื่อ Local Alot และ Local Aroi ซึ่งบ้านปูระบุว่าปัจจัยที่ทำให้ปรับตัวได้เร็วคือความไว้วางใจที่สั่งสมระหว่างทีม ชุมชน และเครือข่ายพันธมิตร ไม่ใช่เพียงไอเดียธุรกิจใหม่

โดยผลการประเมินผลกระทบทางสังคม (Social Impact Assessment) ของบริษัท ระบุว่า การสนับสนุนผู้ประกอบการ 130 กิจการภายใต้ BC4C ตลอด 15 ปี ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อประชาชนกว่า 1.3 ล้านคน
การเปลี่ยนบทบาทของธุรกิจจากผู้ให้เงินทุนมาเป็นผู้สร้างระบบนิเวศ ส่งผลให้เกิดผลกระทบในวงกว้างกว่าการสนับสนุนทางการเงินเพียงอย่างเดียว
นายรัฐพลกล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับบ้านปู โครงการนี้มีความหมายในการลงทุนกับคน ที่ไม่เพียงพัฒนาศักยภาพของเขาให้ประสบความสำเร็จ แต่ทำให้คนหนึ่งเติบโตมากพอที่จะกลับไปสร้างโอกาสให้กับคนอื่นต่อไป
เป้าหมายของโครงการคือการพัฒนาผู้ประกอบการให้เรียนรู้และเติบโตต่อไปได้ด้วยตัวเอง แม้จะพ้นระยะการสนับสนุนของโครงการไปแล้ว