PROPFINN เปิดแพลตฟอร์มตัวกลางเชื่อม SMEs อสังหาฯขาดสภาพคล่อง เข้าถึงแหล่งทุน ชูผลตอบแทน 10-15%
พร็อพฟินน์ อินเตอร์ กรุ๊ป เปิดตัวแพลตฟอร์มแก้เกมยื่นหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อไม่ผ่าน เชื่อม SMEs ขาดสภาพคล่อง-หาเงินทุนเพิ่มกับแหล่งทุนถูกกฎหมาย ชูผลตอบแทน 10-15% ต่อปี พร้อมคัดกรองทรัพย์ ประเมินความเสี่ยง คิดค่าฟี 3% หลังปิดดีล ตั้งเป้าจัดหาแหล่งทุนปล่อยสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท
นายเกียรติศักดิ์ กีรติยากรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพฟินน์ อินเตอร์ กรุ๊ปจำกัด เปิดเผยว่า หลังจากดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์มสินเชื่อยานยนต์มา 9 ปี วันนี้บริษัทฯขยายโมเดลธุรกิจและนำเทคโนโลยีด้านการเงิน (Fintech) มาพลิกโฉมตลาดอสังหาฯด้วยการเปิดตัว PROPFINN แพลตฟอร์มเพื่อแก้ปัญหาการยื่นของสินเชื่อกับสถาบันการเงินไม่ผ่าน เงื่อนไขซับซ้อน และใช้เวลานาน และสำหรับนักลงทุนในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนสินเชื่อที่มีอสังหาฯจดทะเบียนค้ำประกัน
แพลตฟอร์ม PROPFINN เป็น Financial Advisor Marketplace เชื่อมระหว่างผู้ประกอบการตั้งแต่รายเล็กไปจนถึงรายใหญ่ที่ต้องการสภาพคล่อง กับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ผ่านการลงทุนในสินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-backed Lending)
“เป้าหมายของเรา ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่อง ยอดขายลดลง งบการเงินขาดทุน หรือต้องการเงินหมุนเวียน ยื่นสินเชื่อแล้วถูกธนาคารปฏิเสธ เป็นทางออกเพื่อไม่ให้ไปพึ่งพาหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงผิดกฎหมาย เราสำหรับฝั่งนักลงทุน เราจะช่วยคัดกรองทรัพย์สิน ตรวจสอบความถูกต้องทางกฎหมาย และประเมินราคา เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน”

ตั้งเป้าจัดหาวงเงิน 5 พันล้าน
นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่า ปัจจุบันมีทรัพย์ที่ผ่านการคัดกรองอยู่ในระบบแล้วประมาณ 10,000 กว่าแปลง ทรัพย์ส่วนมากเป็นประเภทโรงแรม หรือรีสอร์ทที่ถูกปล่อยร้างในจังหวัดใหญ่ ๆ รวมถึงอสังหาฯที่สร้างไม่เสร็จ แต่เจ้าของขาดสภาพคล่อง หรือขาดเงินทุนหมุนเวียน
แบ่งเป็นประเภทสินทรัพย์ทั้งทรัพย์รอการขาย (NPA) และหนี้เสีย (NPL) ราคาต่ำกว่าตลาด 30-50% ขึ้นอยู่กับทำเลของแต่ละทรัพย์ มีหลายประเภท ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาว์โฮม คอนโด ที่ดินเปล่า อาคารพาณิชย์ และโรงงานหรือโกดัง ส่วนการประเมินราคาจะมีบริษัทเอกชนเข้ามาวิเคราะห์ทั้งราคาที่ดิน และการจดจำนองที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้จริงหรือไม่ เพื่อป้องกันความเสี่ยง
โดยการยื่นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อขายฝาก จำนอง รีไฟแนนซ์ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ หรือโฉนดแลกเงินขอสินเชื่อภายใต้วงเงินตั้งแต่ 3 ล้านไปจนถึงสูงสุด 1,000 ล้านบาท
รายละเอียดสำหรับผู้ประกอบการที่ใช้โฉนดแลกเงิน ดังนี้ 1.ผู้ประกอบการรายเล็ก ที่ต้องการรีไฟแนนซ์ ปรับโครงสร้างหนี้ หรือเพิ่มวงเงินสภาพคล่อง วงเงิน 1-50 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 8-12% ต่อปี ระยะเวลาการผ่อน 1-10 ปี 2.ผู้ประกอบการรายกลาง-ใหญ่ ที่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจ หรือลงทุนและขยายกิจการ วงเงิน 100-500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 8-15% ต่อปี ระยะเวลาการผ่อน 1-10 ปี
นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่า แพลตฟอร์มการลงทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนรายใหญ่, บริษัทพัฒนาอสังหาฯ, Family Office สถาบันการเงิน, Non Bank และนักลงทุนต่างชาติ การลงทุนนี้เป็นการปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกันโดยตรงจากนักลงทุนเอกชนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือบุคคลที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่ผ่านสถาบันการเงิน ผลตอบแทนอยู่ที่ 10-15% ต่อปี ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยง อายุสัญญา และเงื่อนไขแต่ละโครงการ
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯตั้งเป้าจัดหาแหล่งทุนให้ได้ 5,000 ล้านบาทต่อปี โดยในปีนี้คาดว่าน่าจะจบที่ 2,000 ล้านบาท ปิดดีลได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 เคสต่อปี และคาดว่าจะมีผู้เข้าใช้งานแพลตฟอร์มหลัก 1 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้

ค่าฟี 3% หลังปิดดีล
นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่า เรามุ่งเน้นการให้บริการผ่าน 4 แกนหลัก ได้แก่ ความแม่นยำ ,ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โดยไม่มีการเก็บค่าบริการล่วงหน้า, ความรวดเร็วที่สามารถทราบผลภายใน 3 วัน และความหลากหลายของทรัพย์สินที่ครอบคลุมตั้งแต่ที่อยู่อาศัย ที่ดินเปล่าไปจนถึงโรงงานและโรงแรม
ด้วยการขับเคลื่อนผ่าน 3 บริการหลัก 1.จับคู่ผู้มีอสังหาฯ ที่ต้องการทุนกับนักลงทุน 2.NPL Marketplace : ศูนย์รวมทรัพย์สินรอการขายจากสถาบันการเงิน และ 3.บริการฝากขายทรัพย์สภาพคล่องสูง บริษัทฯจะช่วยประเมินราคาเบื้องต้น ตรวจสอบเงื่อนไข และออกแบบโครงสร้างทางการเงินให้เหมาะสมกับลูกค้า
บริษัทฯจะคิดค่าบริการตามราคาตลาดประมาณ 3% จุดเด่นคือ ไม่มีการเก็บค่าที่ปรึกษาล่วงหน้า และจะเก็บก็ต่อเมื่อดำเนินงานสำเร็จเท่านั้น (Success Fee)
“สำหรับการติดตามหนี้ พร็อพฟินน์มีการจ้างหน่วยงาน Out Source ช่วยดูแลเรื่องนี้ให้ เนื่องจากไม่ใช่ภารกิจหลักของบริษัทฯ เมื่อทำธุรกรรมเสร็จสิ้น และได้รับสินเชื่อไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสีย (NPL) หรือชำระตามปกติ การรับผิดชอบความเสี่ยงจะเป็นหน้าที่ของผู้ให้สินเชื่อโดยตรง โดยจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการทำธุรกิจ CARFFIN พบว่า มีค่าเฉลี่ยการผิดนัดชำระหนี้เกิน 4 งวด ในสัดส่วนไม่เกิน 10%”
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นักลงทุนไทยในปัจจุบันกำลังขยับสู่สินทรัพย์ทางเลือกที่มีหลักประกันจริง สอดรับกับมุมมองนักลงทุนสถาบันทั่วโลก ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการที่มีทรัพย์และศักยภาพจริงก็มองหาช่องทางเพื่อเข้าถึงทุนที่เป็นธรรม ซึ่งการเปิดตัวแพลตฟอร์ม PROPFINN นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนระหว่างผู้ถือครองทรัพย์สิน สู่กลุ่มนักลงทุนหรือสถาบันการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ