เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน คุย Airbus ชวนใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตในไทย ขยายความร่วมมือเทคโนโลยีอวกาศ
Politics อนุทิน คุย Airbus ชวนใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตในไทย ขยายความร่วมมือเทคโนโลยีอวกาศ
MiVana เปลี่ยนเนื้อกาแฟที่โดนทิ้ง เป็นเครื่องดื่มสุขภาพจากป่าต้นน้ำ
SD MiVana เปลี่ยนเนื้อกาแฟที่โดนทิ้ง เป็นเครื่องดื่มสุขภาพจากป่าต้นน้ำ
สทนช.เผยน้ำเหนือลด เร่งระบายทุกสายลงอ่าวไทย เตรียมรับฝน​ 11-13​ ต.ค.​
Politics สทนช.เผยน้ำเหนือลด เร่งระบายทุกสายลงอ่าวไทย เตรียมรับฝน​ 11-13​ ต.ค.​
TACC ขยายพอร์ตธุรกิจ B2C ลุยตลาด “น้ำด่าง” ปั้นรายได้พันล้านบาท
Business TACC ขยายพอร์ตธุรกิจ B2C ลุยตลาด “น้ำด่าง” ปั้นรายได้พันล้านบาท
น้ำไม่เข้าบ้านก็เคลมได้! น้ำล้อมเกิน 7 วัน รับเบื้องต้น 1 หมื่นบาท
Finance น้ำไม่เข้าบ้านก็เคลมได้! น้ำล้อมเกิน 7 วัน รับเบื้องต้น 1 หมื่นบาท
WashXpress และพันธมิตร เปิดซักผ้าฟรี 28 สาขา ช่วยผู้ประสบอุทกภัย
Biz Movement WashXpress และพันธมิตร เปิดซักผ้าฟรี 28 สาขา ช่วยผู้ประสบอุทกภัย
สรุปมาตรการการบินไทย ช่วงน้ำท่วม: วิธีเปลี่ยนตั๋ว/ยกเลิก และขั้นตอนขอชดเชยกระเป๋าตกค้าง
News สรุปมาตรการการบินไทย ช่วงน้ำท่วม: วิธีเปลี่ยนตั๋ว/ยกเลิก และขั้นตอนขอชดเชยกระเป๋าตกค้าง
ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 รายใหม่ลงทะเบียนทะลุ 1.3 ล้านคน เร่งยืนยันสิทธิภายใน 15 ต.ค. นี้
Finance ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 รายใหม่ลงทะเบียนทะลุ 1.3 ล้านคน เร่งยืนยันสิทธิภายใน 15 ต.ค. นี้
พารากอนผนึกพันธมิตร จัดใหญ่แห่รับ ‘เนเน่’ ยืนยันงานไม่เลื่อน
Biz Movement พารากอนผนึกพันธมิตร จัดใหญ่แห่รับ ‘เนเน่’ ยืนยันงานไม่เลื่อน
5 กระทรวง x กทม. ซ่อมบ้าน-เครื่องใช้-รถ ฟรี ผ่าน Traffy Fondue
SD 5 กระทรวง x กทม. ซ่อมบ้าน-เครื่องใช้-รถ ฟรี ผ่าน Traffy Fondue
ดูทั้งหมด

แผ่นดินไหว ‘อินโดนีเซีย’ 7.7 แมกนิจูด อพยพ 5,000 คน ดับแล้วอย่างน้อย 53 ราย

16 ส.ค. 2569 | 20:32น.

เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ในจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออกของประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2026 คร่าชีวิตผู้คนแล้วอย่างน้อย 53 ราย และบาดเจ็บกว่า 130 คน ทางการส่งทหาร-ตำรวจกว่า 3,500 นาย เร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังดินถล่มและอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องเผยรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานอ้างอิงข้อมูลจากทางการอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 ระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 แมกนิจูด ในจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 53 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 130 คน โดยส่วนใหญ่กระดูกหัก ขณะที่ประชาชนราว 5,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่

แผ่นดินไหวครั้งนี้นับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนในอินโดนีเซียมากที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวในจังหวัดชวาตะวันตกเมื่อ 2022

สำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย (BNPB) เปิดเผยว่า ตรวจพบอาฟเตอร์ช็อกตามมาเกือบพันครั้ง ขณะที่ประชาชนกว่า 3,300 คนในอำเภอซิกกา (Sikka) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบภัยหนักที่สุด ต้องเร่งอพยพไปอาศัยในพื้นที่ปลอดภัยและสนามกีฬา

ผู้ประสบภัยบางส่วนยังต้องปักหลักอยู่นอกบ้านที่พังถล่ม โดยอาศัยเพียงเต็นท์ผ้าใบชั่วคราวประทังชีวิต ขณะที่อีกหลายรายต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลภายในเต็นท์ที่กางอยู่ด้านนอกโรงพยาบาลท้องถิ่น

อินโดนีเซียมีประชากรรวมราว 290 ล้านคน ตั้งอยู่บนแนว “วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก” (Pacific Ring of Fire) ซึ่งเป็นจุดบรรจบของแผ่นเปลือกโลก จึงเผชิญภัยพิบัติแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดอยู่บ่อยครั้ง ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาและธรณีฟิสิกส์อินโดนีเซียระบุว่า พื้นที่เกิดเหตุเคยเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.5 เมื่อ 1992 ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างมาแล้ว

มาร์กาเรธา โมวัลเดส ดา มากา บาปา หัวหน้าสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติประจำภูมิภาค กล่าวว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้ความทรงจำเก่า ๆ หวนกลับมา

“แม้เราจะคุ้นเคยกับแผ่นดินไหว แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ปลุกความทรงจำอันเจ็บปวดจากเหตุการณ์ปี 1992 ให้กลับมาอีกครั้ง” เธอกล่าว พร้อมระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือและเต็นท์พักแรมเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ด้าน ซูรียามาน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือการเร่งเคลียร์ซากปรักหักพังในพื้นที่ประสบภัยหนัก ได้แก่ มังการาอี (Manggarai), มังการาอีตะวันออก (East Manggarai) และนาเกเกโอ (Nagekeo) เพื่อค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคาร แม้ยังไม่มีรายงานผู้สูญหายอย่างเป็นทางการ แต่เหตุการณ์ดินถล่มและอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำงาน

เทดดี้ อินดรา วิจายา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แถลงว่า ทางการได้ส่งกำลังทหารและตำรวจรวมกว่า 3,500 นาย เข้าสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือในพื้นที่แล้ว 

รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าอินโดนีเซีย (PLN) ระบุว่า ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าเกือบทั้งหมดกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งซ่อมแซมโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วน