เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปมแก้กฎหมาย Thai PBS เปลี่ยน “ภาษีบาป” สู่งบรัฐ แต่ละฝ่ายว่าอย่างไร
Politics ปมแก้กฎหมาย Thai PBS เปลี่ยน “ภาษีบาป” สู่งบรัฐ แต่ละฝ่ายว่าอย่างไร
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.05% อยู่ที่ 84,675 เหรียญสหรัฐ
Uncategorized ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.05% อยู่ที่ 84,675 เหรียญสหรัฐ
รับลูกต้านทุจริต-ลดไซซ์ ขรก. รื้อใหญ่กฎกระทรวง 7,600 ฉบับ
Politics รับลูกต้านทุจริต-ลดไซซ์ ขรก. รื้อใหญ่กฎกระทรวง 7,600 ฉบับ
ราคาน้ำมันวันนี้ (3 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (3 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
โตโยต้า หนุนนักกีฬา ลุย ‘ไอจิ-นาโกยา 2026’
Automotive โตโยต้า หนุนนักกีฬา ลุย ‘ไอจิ-นาโกยา 2026’
สุญญากาศการบินไทย ปลด ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ลุ้นซีอีโอใหม่กู้ วิกฤต
Business สุญญากาศการบินไทย ปลด ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ลุ้นซีอีโอใหม่กู้ วิกฤต
ธุรกิจงัดแผนสำรองรับวิกฤต แรงกว่าปี 54 สะเทือนเศรษฐกิจทั้งประเทศ
Economic ธุรกิจงัดแผนสำรองรับวิกฤต แรงกว่าปี 54 สะเทือนเศรษฐกิจทั้งประเทศ
นายกฯสั่งรับมือฝนถล่มซ้ำ เฝ้าระวังเขื่อนระบายน้ำเพิ่ม
Economic นายกฯสั่งรับมือฝนถล่มซ้ำ เฝ้าระวังเขื่อนระบายน้ำเพิ่ม
“ชัชชาติ” พบ “ดร.เอ้” แลกข้อมูลน้ำท่วมลาดกระบัง–ร่มเกล้า เร่งแก้น้ำนิ่ง–น้ำเน่า ช่วยพื้นที่วิกฤต
News “ชัชชาติ” พบ “ดร.เอ้” แลกข้อมูลน้ำท่วมลาดกระบัง–ร่มเกล้า เร่งแก้น้ำนิ่ง–น้ำเน่า ช่วยพื้นที่วิกฤต
เตือนฝนระลอกใหม่ 11-14 ต.ค. 69 “ลุ่มเจ้าพระยา-กทม.” ระวังฝนแช่ 100 มม.
News เตือนฝนระลอกใหม่ 11-14 ต.ค. 69 “ลุ่มเจ้าพระยา-กทม.” ระวังฝนแช่ 100 มม.
ดูทั้งหมด

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอิหร่านที่อาจเกิดขึ้น เมื่อ UAE ตัดขาดการค้า

20 ส.ค. 2569 | 12:25น.

การตัดสินใจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในการตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่านมีแนวโน้มสร้างความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจให้กับอิหร่านมากขึ้น เนื่องจากต้องสูญเสียเส้นทางการค้าสำคัญไป ขณะที่ความตึงเครียดกับสหรัฐก็เพิ่มมากขึ้น

ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ สหรัฐเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ขณะที่การคว่ำบาตรจาก UAE อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เนื่องจาก UAE เป็นศูนย์กลางทางการเงินและธุรกิจที่สำคัญสำหรับอิหร่าน และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้กลายเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน โดยมีมูลค่าการค้าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากเมื่อเย็นวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ตามเวลาท้องถิ่น ประชาชนในดูไบได้รับสัญญาณเตือนภัยขีปนาวุธ ซึ่งกระทรวงกลาโหมของ UAE กล่าวในภายหลังว่า เป็นผลมาจากขีปนาวุธสองลูกจากอิหร่านที่มุ่งเป้าโจมตีเส้นทางคมนาคมทางทะเล ขณะที่อิหร่านกล่าวปฏิเสธการโจมตี

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา กระทรวงการต่างประเทศ UAE ประกาศระงับการค้าและธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดกับอิหร่าน พร้อมระบุสาเหตุการตัดสินใจดังกล่าวว่า ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นบั่นทอนสันติภาพและความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ

ไซรัส ราซซากี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Ara Enterprise บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการในตะวันออกกลาง ที่ตั้งอยู่ในกรุงเตหะราน กล่าวว่า การคว่ำบาตรทางการค้าของ UAE อาจมีประสิทธิภาพและอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอิหร่าน มากกว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐและสหภาพยุโรป (EU)

ขณะที่ มาร์ค คิมมิตต์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า UAE ค่อย ๆ ขยับมาเป็นคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของอิหร่านแซงหน้าจีนและตุรกี โดยมีสัดส่วนในการนำเข้าสินค้าประจำปีของอิหร่านถึง 1 ใน 3

ย้อนกลับไป ในช่วงต้นเดือน มี.ค. หลังสงครามปะทุขึ้นเพียงไม่กี่วัน UAE ระงับการขนส่งสินค้าทางตรงระหว่างสองประเทศ ก่อนจะพยายามลดความตึงเครียดลง รวมถึงการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ในเดือน มิ.ย. และกลับมาทำการค้าอีกครั้งที่ท่าเรือเจเบล อาลี ทางตอนเหนือของดูไบ

“แต่เมื่อเกิดการโจมตีครั้งล่าสุดนี้ มันเป็นการละเมิดข้อตกลงใด ๆ ก็ตามที่มีอยู่ และ UAE กำลังบอกว่าพอแล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำการค้าหรือแลกเปลี่ยนทางการเงินกับอิหร่านแล้ว” อับดุลคาเลก อับดุลลา นักวิชาการและนักวิจารณ์ในดูไบกล่าว

ทั้งนี้ การประกาศของ UAE เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า จะเปลี่ยนเป้าหมายจากการโจมตีทางทหารไปเป็นการสร้างความยากลำบากทางการเงินต่ออิหร่านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะที่ สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะบีบอิหร่านด้วยแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ไม่เคยมีมาก่อน

สหรัฐปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งออกน้ำมันและสินค้านำเข้าของอิหร่าน ทำให้วิกฤตเศรษฐกิจทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและความยากจนเพิ่มขึ้น

อิหร่านเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกคว่ำบาตรอย่างหนักที่สุดในโลก โดยรวมแล้ว มาตรการคว่ำบาตรทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ต่อหัวของอิหร่านลดลงจาก 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.62 แสนบาท) ในปี 2012 เหลือ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.64 แสนบาท) ในปี 2024

ด้านสำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการค้ากับ UAE ในเดือน พ.ค. พร้อมเตือนว่า การที่อิหร่านพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจาก UAE นั้น ถือเป็น ‘ความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและอาหาร‘

จากข้อมูลของ The Observatory of Economic Complexity (OEC) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์วิเคราะห์ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า ในปี 2023 มูลค่าการค้าตามระบบศุลกากรระหว่าง UAE และอิหร่าน มีมูลค่ารวม 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2 แสนล้านบาท) โดย UAE ส่งออกสินค้าไปยังอิหร่านราว 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.9 แสนล้านบาท) และนำเข้าสินค้ากลับมาราว 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.47 หมื่นล้านบาท)

ในปีนั้น อิหร่านนำเข้าโทรศัพท์จาก UAE คิดเป็นมูลค่า 2.81 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.22 หมื่นล้านบาท) นอกจากนี้ยังมีสินค้าอื่น ๆ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ ยาสูบ และถั่ว ขณะเดียวกัน อิหร่านส่งออกสินค้าไปยัง UAE ได้แก่ ถั่ว ผลไม้ เครื่องเทศ กุ้ง และหินก่อสร้าง

คิมมิตต์กล่าวว่า การพึ่งพาอาศัยกันนั้นลึกซึ้งกว่าแค่สินค้าบนเรือ โดย UAE ทำหน้าที่เป็นช่องทางการค้าแบบไม่เป็นทางการที่สำคัญสำหรับอิหร่านมาอย่างยาวนาน เมื่อตะวันตกหยุดค้าขายโดยตรงกับอิหร่าน เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ พ่อค้าในดูไบก็จะส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์อุตสาหกรรม และอาหารไปยังอิหร่าน ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้

“การกระทำของ UAE นั้นมีความสำคัญมากพอที่อิหร่านจะตีความได้ว่า ใกล้เคียงกับการกระทำที่เป็นสงคราม โดยเปรียบเทียบกับการคว่ำบาตรเกือบทั้งหมดที่สหรัฐบังคับใช้กับญี่ปุ่นในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง” คิมมิตต์กล่าวสรุป

อ้างอิง : Bloomberg, Al Jazeera