เปลี่ยน ‘สิ่งที่เรามี’ เป็นสิ่งที่ ‘นทท.ต้องการ’
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า
ปี 2570 นี้น่าจะเป็นปีที่เป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอีกครั้ง
เป็นปีที่รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศเปลี่ยนเกมการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยว จากที่มุ่งเน้น “ปริมาณ” หรือจำนวน เป็นการมุ่งสู่คุณค่า (High Volume Tourism) หรือมูลค่าของรายได้
เปลี่ยนจากการขาย “สถานที่” สู่การขาย “ประสบการณ์” ที่มีความหมาย หรือ Meaningful Destination

เปลี่ยนจากการทำงานแยกส่วน สู่การ “Transform Together” ใช้ข้อมูลเชิงลึกนำทาง เชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลผ่านระบบ Tourism Value Intelligence ร่วมกับเครือข่าย 45 สำนักงานในประเทศ 2 ศูนย์ประสานงาน
และ 29 สำนักงานต่างประเทศ
ผลักดันให้ไทยเป็นปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ของเอเชีย
พร้อมกำหนดดัชนีชี้วัดความสำเร็จไว้ 3 ตัวหลัก ๆ คือ สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จากปี 2569 กระจายรายได้ระหว่างเมืองหลักและเมืองรองอยู่ที่ 60 : 40 และมีดัชนีความภักดีของนักท่องเที่ยวติดอันดับ 3 ของเอเชีย
เมื่อมีโจทย์ใหม่ ททท. ก็คิกออฟเกมใหม่รับลูกทันทีเช่นกัน
เพราะโลกของการท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงไม่อาจใช้วิธีคิดแบบเดิมได้อีกต่อไป “ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการ ททท. ประกาศบนเวทีแถลงแผนปฏิบัติการด้านการตลาดประจำปี 2570 บนสังเวียนแห่งนักสู้ อย่าง “เวทีมวยราชดำเนิน”

“ฐาปนีย์” บอกว่า เหตุผลที่ปีนี้ ททท.เลือกสถานที่แถลงแผนปฏิบัติงานปี 2570 ที่เวทีมวยราชดำเนิน เนื่องจาก “มวย” เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง และต้องการให้ทุกคนที่มาร่วมงานได้สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตั้งแต่วิธีคิด วิธีการสื่อสาร และวิธีการสร้างประสบการณ์ร่วมกัน
และมองว่าแม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย แต่เรายังเห็นโอกาสมากมาย จาก “ต้นทุน” และ “ความได้เปรียบ” ของประเทศไทย ทั้งด้าน Wellness ประสบการณ์ที่มีความหมาย วัฒนธรรม อาหาร ความยั่งยืน
ททท.จึงมุ่งเปลี่ยน “สิ่งที่เรามี” ให้เป็น “สิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ” ซึ่งจะเป็น “คุณค่าที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน” และพาประเทศไทยก้าวสู่การเติบโตในเกมท่องเที่ยวโลกอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
นับเป็นการประกาศ “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของการท่องเที่ยวไทย พร้อมเดินหน้าทวงคืนความได้เปรียบด้วย “4 กลยุทธ์” หรือ “4 แม่ไม้” ปี 2570 นี้
ประกอบด้วย การปรับสมดุลโครงสร้างทั้งในมิติตลาด กลุ่มลูกค้า และพื้นที่ปลายทาง ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง พร้อมขยายฐานสู่ตลาดใหม่ ทั้งยุโรปตะวันออก ละตินอเมริกา และเมืองต้นทางใหม่ในตลาดหลัก ควบคู่กับการจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ตามพฤติกรรม และกระจาย “รายได้” และ “โอกาส” สู่ 19 พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่
การยกระดับแบรนด์ Amazing Thailand จากจุดหมายที่ “คุ้มค่าเงิน” สู่จุดหมายที่ “มีความหมาย” ภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury พร้อมเปิดตัวแคแร็กเตอร์ใหม่ “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” เพื่อนร่วมเดินทางที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ไทยและสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยว
เปลี่ยนจุดแข็งของประเทศไทยเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือ Build New Growth Engine ผ่านการเดินหน้าสร้าง“เครื่องยนต์การเติบโตใหม่” เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับ Life Economy และการนำพาทุกภาคส่วนทรานส์ฟอร์มไปด้วยกัน
พร้อมทั้งยึดหลักการทำงาน 4 ประการ คือ “ความซื่อสัตย์” เพื่อสร้างความเชื่อใจ “ความปลอดภัย” เพื่อสร้างความเชื่อมั่น “คุณภาพ” เพื่อสร้างความประทับใจ และ “ประสบการณ์” ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาอีกครั้ง
นับเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่น่าติดตามอย่างยิ่ง…