คลายเกณฑ์ LTV ต่ออายุค่าโอน-จำนอง หนุนอสังหาฯครึ่งปีหลัง ปลดล็อกซื้อบ้าน ระบายสต๊อก
ซีบีอาร์อี ชี้ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ควบคู่ลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง หนุนตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลัง ลดภาระผู้ซื้อ เปิดทางผู้ประกอบการเร่งระบายสต๊อก แนะรัฐเดินหน้ามาตรการต่อเนื่อง กระตุ้นกำลังซื้อเรียลดีมานด์ฟื้นตัว
นางสาวรุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย หรือ CBRE เปิดเผยว่า การผ่อนคลายมาตรการ LTV เป็นระยะเวลา 1 ปี ควบคู่กับต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนองเหลือ 0.01% ให้สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2570 ถือเป็นแรงหนุนสำคัญช่วยกระตุ้นอสังหาฯครึ่งหลังของปี โดยช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการ
“การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV และมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง เกิดขึ้นในจังหวะเวลาสำคัญสำหรับตลาดอสังหาฯ ช่วยลดอุปสรรคแรกเริ่มในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย เป็นแรงผลักดันที่ชัดเจน ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้พัฒนาโครงการเท่านั้น แต่ยังช่วยสนับสนุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และต่อเนื่องไปยังอนาคต” นางสาวรุ่งรัตน์กล่าว
นางสาวรุ่งรัตน์กล่าวอีกว่า ประโยชน์โดยตรงของผู้ซื้อบ้าน คือ มาตรการ LTV ช่วยลดภาระเงินก้อน โดยเฉพาะผู้ซื้อบ้านหลังแรก ผู้ต้องการย้ายที่อยู่ และผู้ที่มีรายได้มั่นคงแต่มีข้อจำกัดด้านเงินดาวน์ แต่มาตรการนี้ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และทำให้ดีมานด์ที่เคยชะลอตัวกลับมา
ขณะเดียวกัน แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินช่วงที่ผ่านมา ยังช่วยลดภาระการผ่อนชำระในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่ใช้ประกอบการตัดสินใจ

ชี้โอกาสระบายสต๊อก เร่งฟรีแลนซ์สร้างวินัยการเงิน
อย่างไรก็ตาม แม้มาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสซื้อที่อยู่อาศัย แต่การอนุมัติสินเชื่อยังคงขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระหนี้และคุณภาพเครดิตของผู้บริโภค โดยสถาบันการเงินยังคงพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบเพื่อรักษาคุณภาพสินเชื่อและป้องกันการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)
นางสาวรุ่งรัตน์จึงให้คำแนะนำว่า ผู้บริโภคควรเตรียมความพร้อมด้านรายได้ ด้วยการเริ่มวางแผนสร้างวินัยทางการเงินและพฤติกรรมการออม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและเพิ่มศักยภาพในการขอสินเชื่อ โดยเฉพาะเฟิร์สจ็อบเบอร์ หรือฟรีแลนซ์
“การมีประวัติการออมที่ดี รายได้ที่สามารถตรวจสอบได้ และการบริหารภาระหนี้อย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สถาบันการเงิน และเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากยิ่งขึ้น” นางสาวรุ่งรัตน์กล่าว
ส่วนผู้ประกอบการ มาตรการดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งระบายสต๊อก โดยเฉพาะโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมโอน ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดโอน สร้างกระแสเงินสด และเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการในช่วงที่ตลาดยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถบริหารสินค้าคงเหลือและวางแผนการลงทุนในโครงการใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แนะรัฐหนุนตลาดอสังหาฯต่อ
ทั้งนี้ นางสาวรุ่งรัตน์มองว่า หากภาครัฐสามารถดำเนินมาตรการกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จะช่วยสนับสนุนให้กำลังซื้อฟื้นตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะเรียลดีมานด์ ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักของตลาด
“ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีความพร้อมในการซื้อที่อยู่อาศัย เนื่องจากได้รับประโยชน์จากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งการกู้ได้เต็มมูลค่าภายใต้มาตรการ LTV การลดค่าใช้จ่ายในวันโอนจากมาตรการภาครัฐ และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ช่วยลดภาระการผ่อนชำระในระยะยาว ขณะที่ผู้พัฒนาโครงการก็มีโอกาสเร่งระบายสต๊อกและเพิ่มสภาพคล่อง ส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของตลาดอสังหาฯโดยรวม”