ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง หลังล่าสุดสำนักข่าว IRNA ของอิหร่านเผยว่ากองทัพอิหร่านได้โจมตีฐานทัพสหรัฐในคูเวตและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วยขีปนาวุธและโดรนในช่วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่ล่าสุด รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ส่งสัญญาณว่าอิสราเอลพร้อมกลับเข้าสู่การสู้รบกับอิหร่านอีกครั้งหากมีความจำเป็น
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 3 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 91.30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.29 และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 95.52 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.11 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่ CEO ของบริษัท Mitsui OSK Lines ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าการหยุดชะงักของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะยืดเยื้อนานกว่าที่เคยประเมินไว้ โดยคาดว่าเป็นเรื่องยากที่จะเห็นการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในสิ้นปีนี้
ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบในทะเลดำอีกครั้ง หลังล่าสุดยูเครนเผยว่าได้ทำการโจมตีเรือลำหนึ่งซึ่งกำลังมีส่วนร่วมในแผนงานการซ่อมบำรุงตามแผนบริเวณท่าส่งออกน้ำมันดิบของบริษัท Caspian Pipeline Consortium (CPC) ของคาซัคสถาน ซึ่งมีกำลังผลิตราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
Chevron เผยว่าเตรียมลงทุนราว 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 5 ปีข้างหน้าผ่านโครงการร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบในเวเนซุเอลาขึ้นสู่ระดับ 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าระดับปัจจุบันที่ผลิตอยู่ราวสองเท่า โดยเม็ดเงินดังกล่าวถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของบริษัทสัญชาติสหรัฐในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา
