อุตฯ ชู ONE MIND ด้าน “คูโบต้า” ส่งตัว SH-K1 รถตัดอ้อย รับเทรนด์อ้อยสด-โลว์คาร์บอน
สยามคูโบต้าเปิดตัวรถตัดอ้อย “SH-K1” รองรับการเก็บเกี่ยว 15-30 ตันต่อชั่วโมง หรือ 12-24 ไร่ต่อวัน ครอบคลุมกว่า 1,000 ไร่ต่อฤดู ชูจุดขายลดการพึ่งพาแรงงานและช่วยลดต้นทุนราว 30% เมื่อเทียบกับแรงงานคน พร้อมหนุนทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยไทยสู่การเก็บเกี่ยวอ้อยสดและ Zero Burn ด้านกระทรวงอุตสาหกรรมชี้อ้อยยังสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี ขณะที่ฤดู 2568/2569 มีอ้อยเข้าหีบ 105.86 ล้านตัน เป็นอ้อยสด 96.20%
นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND” เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ตั้งแต่หน่วยงานรัฐ เกษตรกรชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล ผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร ไปจนถึงสถาบันการเงิน ให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
เป้าหมายคือยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน
อ้อยยังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี แต่ภาคการผลิตยังเผชิญความท้าทายทั้งการขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการผลิต และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดการเผาอ้อยซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหา PM2.5 และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
อ้อยสดพุ่ง 96.20% อ้อยเผาเหลือ 3.80%
นายใบน้อยกล่าวว่า ในฤดูการผลิตปี 2568/2569 ประเทศไทยมีอ้อยเข้าหีบมากกว่า 105.86 ล้านตัน แบ่งเป็นอ้อยสด 96.20% ขณะที่อ้อยเผาลดลงเหลือ 3.80%
การเพิ่มสัดส่วนอ้อยสดไม่ได้ช่วยเพียงลดปัญหาฝุ่น แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพและมูลค่าของอุตสาหกรรม เพราะอ้อยสดสามารถรักษาค่าความหวานและคุณภาพวัตถุดิบได้ดีกว่า
ข้อมูลภาครัฐระบุว่า ในฤดูการผลิต 2568/2569 การรับอ้อยสดเข้าหีบที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้ปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้เฉลี่ยต่อตันอ้อยเพิ่มจาก 110 กิโลกรัม เป็น 113 กิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2.7%
เมื่อพิจารณาจากปริมาณอ้อยเข้าหีบกว่า 105.86 ล้านตัน การเพิ่มประสิทธิภาพในระดับหน่วยจึงสามารถสร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ
ลดสูญเสีย-เพิ่มรายได้ตลอดห่วงโซ่
นายใบน้อยระบุว่า อ้อยสดยังช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักและคุณภาพระหว่างรอส่งเข้าโรงงาน ทำให้เกษตรกรมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากค่าความหวานเพิ่มขึ้น
ขณะที่โรงงานน้ำตาลสามารถบริหารวัตถุดิบและกระบวนการผลิตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
การเปลี่ยนผ่านสู่อ้อยสดจึงเป็นทั้งมาตรการลด PM2.5 และกลไกเพิ่มผลิตภาพ ลดความสูญเสีย และสร้างรายได้เพิ่มตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่เกษตรกร ผู้รับจ้างเก็บเกี่ยว โรงงานน้ำตาล ไปจนถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
คูโบต้าดัน SH-K1 รับโจทย์ขาดแรงงาน
นายคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาคเกษตรไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เครื่องจักร เทคโนโลยี และองค์ความรู้ของเกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรับมือกับต้นทุน แรงงาน และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม

สยามคูโบต้าจึงเดินหน้าจากบทบาทผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร สู่การเป็น Total Agri-Solutions Partner ที่เชื่อมทั้งเครื่องจักร เทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการ และบริการหลังการขายเข้าด้วยกัน
อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่บริษัทให้ความสำคัญ จึงพัฒนารถตัดอ้อยคูโบต้า “SH-K1” เพื่อสนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนอ้อยสด ลดการเผา และยกระดับประสิทธิภาพการเก็บเกี่ยว
นายคาซึโนริกล่าวว่า การเปิดตัว SH-K1 ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Global Major Brand 2030 และยกระดับประเทศไทยให้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางด้านโซลูชันการเกษตรของภูมิภาค
173 แรงม้า ตัดสูงสุด 30 ตัน/ชม.
นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลต้องรับมือกับทั้งสถานการณ์โลก ภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน ปัจจัยการผลิต สภาพอากาศ และการแข่งขันจากพืชทางเลือก
ในระดับไร่อ้อย ยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ระยะเวลาเก็บเกี่ยวจำกัด และการรักษาคุณภาพตออ้อยสำหรับการผลิตในรอบต่อไป
รถตัดอ้อย SH-K1 ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “แรงตัดไม่สะดุด บริการไม่หยุดทุกฤดู” ใช้เครื่องยนต์ขนาด 173 แรงม้า รองรับอัตราการตัด 15-30 ตันต่อชั่วโมง หรือประมาณ 12-24 ไร่ต่อวัน
สามารถครอบคลุมพื้นที่เก็บเกี่ยวได้มากกว่า 1,000 ไร่ต่อฤดูการผลิต และช่วยลดต้นทุนประมาณ 30% เมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคน
คุมระดับตัด รักษาตออ้อยรอบถัดไป
SH-K1 มาพร้อมใบมีดตัดโคนอัตโนมัติที่ช่วยควบคุมระดับการตัด ลดความเสียหายต่อตออ้อย และรักษาสภาพตอสำหรับการเจริญเติบโตในรอบถัดไป
รวมถึงมีเกลียวแยกอ้อยที่รองรับการตัดอ้อยล้มและช่วยลดโอกาสการตัดผิดร่อง
นางวราภรณ์กล่าวว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยลดการพึ่งพาแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อ้อยสด
ตั้งเป้าหนุน Zero Burn-เกษตรคาร์บอนต่ำ
สยามคูโบต้าตั้งเป้าให้ SH-K1 ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเครื่องจักรเก็บเกี่ยวอ้อยสด ทั้งในกลุ่มเกษตรกร ผู้รับจ้าง และผู้ประกอบการอ้อย
เป้าหมายคือรองรับทิศทางอุตสาหกรรมที่ต้องการลดสัดส่วนอ้อยเผาไปสู่ Zero Burn และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคเกษตรไทยสู่ Low Carbon Agriculture
พร้อมต่อยอดตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรสำหรับพืชอุตสาหกรรมในระยะยาว
“นวัตกรรมที่ดีต้องเริ่มจากความเข้าใจ และต้องสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้จริง SH-K1 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำความเข้าใจในการทำงานของเกษตรกรชาวไร่อ้อยมาต่อยอดเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดข้อจำกัดด้านแรงงาน และสนับสนุนการตัดอ้อยสด” นางวราภรณ์กล่าว
