ส.ป.ก.เปิดผลตรวจ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” บุรีรัมย์ ยันยังไม่ออก ส.ป.ก.4-01
ส.ป.ก.เปิดผลตรวจสอบ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” บุรีรัมย์ พบพื้นที่ราว 6-1-00 ไร่ ยังไม่เคยสำรวจรังวัดและยังไม่ได้ออก ส.ป.ก.4-01 ให้บุคคลใด ขณะที่ผู้ครอบครองปัจจุบันเพิ่งยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์เมื่อ 6 สิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าตรวจสอบแนวเขตทับซ้อนกรมป่าไม้และคุณสมบัติผู้ยื่นอย่างเข้มงวด หากไม่ผ่านเกณฑ์จะให้ผู้ยื่นและบริวารออกจากพื้นที่ พร้อมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามกฎหมาย
นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เปิดเผยผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี “ฐานเจ้าป่าแคมป์” จังหวัดบุรีรัมย์ ว่า พื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีการสำรวจรังวัด และยังไม่เคยออกเอกสาร ส.ป.ก.4-01 ให้แก่บุคคลใด
การตรวจสอบดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีบัญชาให้ ส.ป.ก.ลงพื้นที่ตรวจสอบการครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก.
จากข้อมูลพบว่า ผู้ที่อ้างการครอบครองในปัจจุบันเพิ่งยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินต่อ ส.ป.ก.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 และขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบตามขั้นตอน
พื้นที่ราว 6 ไร่ พบทั้งบ้านพัก-ไม้ผล
ผลการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 6-1-00 ไร่ มีสิ่งปลูกสร้างหลักเป็นบ้านพักอาศัยครึ่งปูนครึ่งไม้ จำนวน 1 หลัง
ผู้ครอบครองได้แสดงหลักฐานการจดแจ้งบ้านเลขที่ ซึ่งระบุเป็นบ้านครึ่งปูน 2 ชั้น 2 ห้อง
การใช้ประโยชน์ในพื้นที่แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่บ้านพักและพื้นที่พักผ่อน รวมถึงอาคารสำหรับเก็บของและเครื่องใช้ทางการเกษตร และอีกส่วนใช้ปลูกไม้ผล
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลกับองค์การบริหารส่วนตำบลลำนางรอง ไม่พบว่ามีการยื่นขอจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการที่พัก โรงแรม หรือรีสอร์ท และไม่ปรากฏการเสียภาษีจากการประกอบกิจการ
แหล่งน้ำยังอยู่ระหว่างขอใช้ที่ดิน
ส่วนแหล่งน้ำขนาดใหญ่ทางด้านทิศเหนือของพื้นที่ เดิมเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ก่อนที่กรมชลประทานจะเข้าดำเนินการขุดลอกและสร้างฝายเพื่อใช้เป็นอ่างเก็บน้ำ
ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการยื่นคำขออนุญาตใช้ที่ดินต่อ ส.ป.ก.บุรีรัมย์
เช็กแนวเขตทับซ้อนกรมป่าไม้
ส.ป.ก.เตรียมดำเนินการเพิ่มเติม 2 ประเด็นหลัก
ประเด็นแรก คือ การตรวจสอบแนวเขต โดยจะประสานกรมป่าไม้เพื่อตรวจสอบการทับซ้อนระหว่างแนวเขตปฏิรูปที่ดิน ก่อนดำเนินการกันคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นที่ 2 คือ กระบวนการจัดที่ดิน โดย ส.ป.ก.บุรีรัมย์จะพิจารณาคำขอเข้าทำประโยชน์ตามหลักเกณฑ์และกฎหมายอย่างเคร่งครัด
หากตรวจพบว่าผู้ยื่นคำขอไม่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ส.ป.ก.จะดำเนินการแจ้งให้ผู้ยื่นและบริวารออกจากพื้นที่ รวมถึงรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และหากไม่ปฏิบัติตามคำแจ้งเตือน จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ย้อนผลตรวจเดิม พื้นที่อยู่เขตปฏิรูปที่ดิน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ส.ป.ก.ได้เปิดเผยผลตรวจเบื้องต้นว่า พื้นที่ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” หมู่ที่ 12 ตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. 2521 โครงการป่าดงใหญ่ โซน (E)
พื้นที่ดังกล่าวยังไม่เคยมีการสำรวจรังวัดและจัดที่ดินให้บุคคลใดมาก่อน
จากการตรวจสอบยังพบว่า ผู้ที่ปรากฏตามข่าวเป็นผู้ถือครองที่ดินเมื่อราวปี 2553 ก่อนปลูกสร้างบ้านพัก 1 หลัง ปลูกไม้ผล และขุดคลองเลี้ยงปลา ต่อมาได้สละการถือครองให้บุตรสาวดูแลทำประโยชน์
ปัจจุบันมีบุคคลอีกหนึ่งรายซึ่งไม่ได้มีชื่อปรากฏตามข่าวยื่นคำขอรับการจัดที่ดินต่อ ส.ป.ก.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติและความเชื่อมโยงกับผู้ที่ปรากฏชื่อตามข่าว
ย้ำไม่มีข้อยกเว้น หากไม่ผ่านไม่มีสิทธิ
นายเศรษฐเกียรติระบุว่า ส.ป.ก.จะรวบรวมข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ก่อนดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
พร้อมยืนยันหลักการทำงานว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ยื่นไม่มีคุณสมบัติ ก็จะไม่มีสิทธิได้รับการจัดที่ดินตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน
ส.ป.ก.ย้ำว่าจะดำเนินการโดยยึดหลักกฎหมายและเปิดเผยข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้การจัดที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเป็นธรรม และเกิดประโยชน์แก่เกษตรกรที่มีคุณสมบัติอย่างถูกต้อง


