เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนัฏ ส่งต่อ “อเมริกา” เจ้าภาพ Gastech 2027 ณ เมือง Houston รัฐ Texas
Economic เอกนัฏ ส่งต่อ “อเมริกา” เจ้าภาพ Gastech 2027 ณ เมือง Houston รัฐ Texas
‘โต เลิม’ จัดพิธีถวายการต้อนรับ ในหลวง พระราชินี เสด็จฯเวียดนาม
ข่าวในพระราชสำนัก ‘โต เลิม’ จัดพิธีถวายการต้อนรับ ในหลวง พระราชินี เสด็จฯเวียดนาม
”สโคป ทองหล่อ” ปิดการขายแล้ว เพนต์เฮาส์ยูนิตพิเศษ 600 ล้าน ให้เศรษฐีต่างชาติ
Real Estate ”สโคป ทองหล่อ” ปิดการขายแล้ว เพนต์เฮาส์ยูนิตพิเศษ 600 ล้าน ให้เศรษฐีต่างชาติ
ไพร์มสตรีทฯ หนุน จุฬาฯ “CU Financial Change Agent” ติวเข้มนิสิตเป็นผู้นำความรู้ทางการเงิน
Uncategorized ไพร์มสตรีทฯ หนุน จุฬาฯ “CU Financial Change Agent” ติวเข้มนิสิตเป็นผู้นำความรู้ทางการเงิน
ผ่าวิจัย “คลองวังโตนด” หักล้าง EIA เขื่อนทำลายสวรรค์ช้าง 70 เชือก จวกมาตรการผีหลอก-โยนภาระอุทยานฯ
Politics ผ่าวิจัย “คลองวังโตนด” หักล้าง EIA เขื่อนทำลายสวรรค์ช้าง 70 เชือก จวกมาตรการผีหลอก-โยนภาระอุทยานฯ
เปิดมติ กกต. 5 ต่อ 2 “สิทธิโชติ – ชาย นครชัย” เสียงข้างน้อย ส่งฟ้องภูมิใจไทย
Politics เปิดมติ กกต. 5 ต่อ 2 “สิทธิโชติ – ชาย นครชัย” เสียงข้างน้อย ส่งฟ้องภูมิใจไทย
ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,200 บาท
อว.-ตลท. ตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท ปั้นงานวิจัยสู่ธุรกิจ ดัน 5 บริษัทเข้าตลาดหุ้น
Finance อว.-ตลท. ตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท ปั้นงานวิจัยสู่ธุรกิจ ดัน 5 บริษัทเข้าตลาดหุ้น
GROREIT จ่อชงผู้ถือหุ้น ‘ขายสินทรัพย์-เลิกกอง’ 28 ต.ค.นี้ รายใหม่ทุ่ม 5.3 พันล้าน สูงกว่า ROH 427 ล้าน
Finance GROREIT จ่อชงผู้ถือหุ้น ‘ขายสินทรัพย์-เลิกกอง’ 28 ต.ค.นี้ รายใหม่ทุ่ม 5.3 พันล้าน สูงกว่า ROH 427 ล้าน
มาสเตอร์การ์ด เปิดตัว Wallet Pay เชื่อม e-Wallet สู่การชำระเงินทั่วโลก
Tech มาสเตอร์การ์ด เปิดตัว Wallet Pay เชื่อม e-Wallet สู่การชำระเงินทั่วโลก
ดูทั้งหมด

ผ่าวิจัย “คลองวังโตนด” หักล้าง EIA เขื่อนทำลายสวรรค์ช้าง 70 เชือก จวกมาตรการผีหลอก-โยนภาระอุทยานฯ

15 ก.ย. 2569 | 18:01น.

ผ่างานวิจัยเชิงลึก “ธรรมนูญ เต็มไชย” หักล้าง EIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ชี้ชัดสร้างเขื่อนทำลายสวรรค์พืชอาหาร 182 ชนิด จมป่าราบ 2 หมื่นไร่ เตือนช้างป่า 70 ตัวเตรียมแตกโขลงทะลักจันทบุรี-สระแก้ว แฉมาตรการลดผลกระทบทำไม่ได้จริง-โยนภาระอุทยานฯ

บนเวทีเสวนาเนื่องในงานรำลึก 36 ปี สืบนาคะเสถียร ประเด็นข้อถกเถียงเรื่องการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ถูกนำกลับมาวิพากษ์อย่างแหลมคมอีกครั้ง ผ่านข้อมูลงานวิจัยและภาพถ่ายทางอากาศโดย นายธรรมนูญ เต็มไชย หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุทยานแห่งชาติเพชรบุรี ในฐานะนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญเรื่องช้าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

นายธรรมนูญ ซึ่งรับผิดชอบงานวิจัยในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ยาวไปจนถึงจังหวัดกาญจนบุรีและกลุ่มป่าภาคตะวันออกทั้งหมด รวมถึงถวายงานในโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์มาตั้งแต่ปี 2560 ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเพื่อชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) พร้อมสะท้อนบทเรียนสำคัญจากระบบนิเวศและการเคลื่อนที่ของช้างป่าที่จะเกิดขึ้นหากมีการสร้างเขื่อนแห่งนี้

ส่องโครงข่ายน้ำตะวันออก อ่างเดิมป้อนโรงงาน-ชี้แหล่งน้ำเกษตร “เพียงพอแล้ว”

นายธรรมนูญ ฉายภาพให้เห็นถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในกลุ่มป่าตะวันออก ซึ่งประกอบด้วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เขาสอยดาว และอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เนื้อที่กว่า 70,000 ไร่ อันเป็นจิ๊กซอว์เชื่อมต่อผืนป่าสำคัญ

ปัจจุบันพื้นที่อำเภอแก่งหางแมวมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำไปแล้วหลายแห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองประแกด คลองหางแมว และคลองพวาใหญ่ ที่สร้างขึ้นไล่เลี่ยกัน โดยมี “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” เป็นโครงการที่สามที่กำลังมีความพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม น้ำจากอ่างเก็บน้ำทั้งหมดที่สร้างขึ้นกลับไม่ได้ถูกส่งมาให้ชาวบ้านในพื้นที่ แต่ถูกผันลงสู่อ่างเก็บน้ำเขาจุก ก่อนส่งต่อไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ เพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกเป็นหลัก ส่วนน้ำตอนบนก็ไหลลงล่างทั้งหมด

“ปัจจุบันแหล่งน้ำที่มีอยู่อย่างมหาศาล ถ้าระบุว่าจะทำเพื่อเกษตรกร ผมมองว่ามันเพียงพอแล้ว”

เปิดนิเวศ “เขาชะเมา-เขาวง” สำรวจพบพืชอาหารช้าง 182 ชนิด

ในส่วนของอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำและจิ๊กซอว์เติมเต็มระบบนิเวศป่าตะวันออก สภาพพื้นที่ตั้งแต่ปี 2561 เป็นป่าดิบชื้นผสมป่าดิบแล้ง โดยแนวเขาทางทิศตะวันออกเป็นป่าดิบชื้น ทิศตะวันตกเป็นป่าดิบแล้ง ขณะที่พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นป่าดิบชื้นผสม ซึ่งเป็นบริเวณที่จะถูกน้ำท่วมหากมีการสร้างเขื่อน

พื้นที่ตอนบนของจุดน้ำท่วมเคยเป็นพื้นที่บุกรุกเก่าและหมอนไม้ แต่ปัจจุบันได้ฟื้นฟูกลายเป็นสวนป่าและปลูกป่าทดแทนจนมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ รวมถึงเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ หน่วยพิทักษ์ป่า และหน่วยจัดการต้นน้ำคลองทราย ซึ่งจะถูกน้ำท่วมทั้งหมดหากโครงการเกิดขึ้น

จากการบินโดรนสำรวจพื้นที่ร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ประกอบกับการเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างละเอียดตั้งแต่ปี 2552 โดยการวางกริดเดินสำรวจทุก 1 ตารางกิโลเมตร มาร์กเส้นทางด้วย GPS บันทึกจุดพิกัดโป่งธรรมชาติ และพืชอาหารช้าง นายธรรมนูญพบข้อมูลที่ย้อนแย้งกับรายงาน EIA อย่างสิ้นเชิง

จากการสำรวจพบพืชที่เป็นอาหารช้างในพื้นที่มากถึง 182 ชนิด ถือเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์มาก อาทิ ดงกะพ้อขนาดใหญ่ กระบกช้าง และพืชหายากอย่าง “กล้วยหมูสังสีนวล” ซึ่งเป็นทั้งไม้หายากและอาหารโปรดของช้างป่า

ใช้โมเดลสถิติรัน 21 ตัวแปร หักล้าง EIA กรมชลฯ “ช้างไม่ได้ต้องการเขื่อน”

นายธรรมนูญ ได้นำข้อมูลพืชอาหารช้างมาวิเคราะห์ผ่านโมเดลจำลองทางสถิติที่มีความน่าเชื่อถือสูงกว่า 70% พบว่า การเกิดระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ต้องอาศัยปัจจัยร่วมอย่างน้อย 21 ตัวแปร ทั้งด้านปฐพีวิทยา ชีวภาพ กายภาพ และภูมิอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยร่วมที่หาได้ยาก และเป็นคำตอบว่าทำไมจึงไม่พบโครงสร้างพืชอาหารลักษณะนี้ในเขาอ่างฤาไน

เมื่อนำจุดพิกัดการกระจายตัวของช้างมารันแบบจำลองร่วมกับพืชอาหาร โดยคัดกรองตัวแปรจนเหลือ 12 ปัจจัยที่มีนัยสำคัญทางสถิติ พบว่าถิ่นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมที่สุดของช้างป่ากระจุกตัวอยู่อย่างหนาแน่นในพื้นที่ราบโซนน้ำท่วม และบริเวณลำคลองที่น้ำไม่ท่วม โดยมี พืชอาหารช้าง เป็นตัวแปรที่มีค่าคะแนนความสำคัญมากที่สุด ส่งผลต่อการกระจายตัวของช้างป่าเป็นอันดับหนึ่ง

ผลการวิจัยดังกล่าวนำมาสู่การหักล้างคำชี้แจงของกรมชลประทานที่เคยระบุต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กกวล.) ว่า “หากดำเนินโครงการแล้วเสร็จ ปัญหาช้างอาจลดลง เพราะช้างมีทั้งแหล่งน้ำและอาหารเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยดึงดูดสัตว์ป่า”

นายธรรมนูญ ได้พิสูจน์ข้ออ้างดังกล่าวด้วยการสร้างแบบจำลองจำลองสถานการณ์น้ำท่วม ตั้งแต่ระดับความสูง 66.95 เมตรตามข้อเสนอเดิมของกรมชลประทาน และระดับ 65.5 เมตรที่มีการเจรจาขอลดระดับลงมา โดยทดลองลดระดับน้ำลงทีละ 1 เมตร เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของถิ่นที่อยู่อาศัยช้าง ผลลัพธ์ที่ได้ คือ

  • พื้นที่อยู่อาศัยที่ดีหายทันที: หากกักเก็บน้ำตามระดับที่กรมชลประทานเสนอ พื้นที่อยู่อาศัยชั้นดีของช้างจำนวน 8,000 กว่าไร่ และระดับปานกลางอีก 12,000 กว่าไร่ รวมกว่า 20,000 ไร่ จะสูญหายไปทั้งหมด
  • ต้องท่วมไม่เกิน 57 เมตรถึงจะส่งผลดี: การสร้างอ่างเก็บน้ำจะส่งผลดีต่อถิ่นที่อยู่ช้างตามที่กรมชลประทานอ้าง ได้ก็ต่อเมื่อลดระดับน้ำท่วมลงมาอยู่ที่ความสูง 57 – 56 เมตรเท่านั้น (ท่วมเฉพาะชายป่า เสียพื้นที่ 70-188 ไร่) ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งคนและช้าง
  • ปัจจัยเรื่องน้ำมีผลแค่ 1.1%: ในพื้นที่นี้ ช้างใช้น้ำจากคลองวังโตนดและคลองทรายที่มีน้ำไหลตลอดปีอยู่แล้ว การสร้างเขื่อนเพิ่มไม่ได้ช่วยให้การกระจายตัวของช้างดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“ตอนปี 2562 หรือ 2563 ที่ คชก. ผ่าน EIA ฉบับนี้ รัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ได้ไปบินสำรวจดู พอเห็นกับตาก็เลยบอกว่าไม่ให้สร้างแล้ว… ส่วนข้ออ้างเรื่องน้ำที่บอกว่าดีขึ้น ผมพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง ปัจจัยเรื่องน้ำมีผลแค่ 1.1% ช้างมีน้ำใช้อยู่แล้ว จึงปฏิเสธและไม่เชื่อข้อมูลนั้น”

นายธรรมนูญ ระบุเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจหาลักษณะพืชอาหารช้างตามแบบจำลองทั่วภาคตะวันออก พบว่าเคยมีโครงสร้างเช่นนี้ที่เขาสอยดาว แต่ปัจจุบันกลายเป็นสวนลำไยและสวนทุเรียนไปแล้ว ทำให้เหลือเพียงอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง แห่งเดียวเท่านั้นที่เป็นผืนป่าราบสมบูรณ์สำหรับช้างป่า

ไขอัตลักษณ์หูช้าง 70 ตัว ชี้ป่าสมบูรณ์ช่วย “เซฟงบเยียวยา” มหาศาล

จากการสืบสานพระราชดำริในการจัดทำฐานข้อมูลช้างป่ารายตัว คณะทำงานได้ติดตามถ่ายภาพและคัดแยกอัตลักษณ์ช้างในพื้นที่เขาชะเมา-เขาวง ไปแล้วกว่า 19,000 ภาพ โดยจำแนกจากโครงสร้างร่างกาย เพศ ลักษณะงา โครงร่าง หาง และใช้ “เส้นเลือดบนใบหู” เป็นจุดฟันธงสุดท้าย ซึ่งมีความเฉพาะตัวไม่ซ้ำกันเปรียบเสมือนลายนิ้วมือของมนุษย์

ผลการแยกอัตลักษณ์ยืนยันว่า พื้นที่เขาชะเมา-เขาวง มีช้างป่าอยู่อาศัยอย่างน้อย 70 ตัว โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานชื่อให้ เช่น ช้างที่มีคำลงท้ายด้วย “คชา” ทรงตั้งชื่อโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงชื่อที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานติดตามได้แม่นยำยิ่งขึ้น

เมื่อพิจารณาโครงสร้างประชากรช้าง 70 ตัวในเขาชะเมา-เขาวง นายธรรมนูญ ชี้ให้เห็นถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจจากการรักษาป่าสมบูรณ์ โดยเปรียบเทียบงบประมาณที่กรมอุทยานฯ ต้องจ่ายเยียวยาความเสียหายจากช้างป่าในปีที่ผ่านมา:

  • เขาชะเมา-เขาวง (ช้าง 70 ตัว): จ่ายเงินเยียวยาเพียง 20,000 กว่าบาท
  • ฝั่งติดเขาชะเมา (ช้าง 20 กว่าตัว): เสียหาย 4 ล้านกว่าบาท
  • เขาสิบห้าชั้น ฝั่งเขาชะเมา (ช้าง 20 กว่าตัว): เสียหาย 3 ล้านกว่าบาท
  • เขาอ่างฤาไน (ช้าง 200 ตัว): จ่ายเงินเยียวยาสูงถึง 35 ล้านบาท

“ช้าง 70 ตัวที่เขาชะเมา-เขาวง เสียหายแค่ 20,000 กว่าบาท ในขณะที่เขาอ่างฤาไน 35 ล้านบาท มันคนละเรื่องกันเลย หมายความว่าการเป็นที่อยู่ที่ดีย่อมช่วยประหยัดงบประมาณ ช่วยรักษาชีวิตและความเสียหายของประชาชนไว้ได้”

เตือน 3 แบบจำลอง “ช้างแตกโขลง” ล้นท่วมจันทบุรี-สระแก้ว

จากการติดตามเส้นทางเดินของช้างป่าภาคตะวันออกตอนล่าง ช้างโขลง 70 ตัวในเขาชะเมา-เขาวง มีวงรอบการเดินตัดข้ามสันเขาไปเขาสอยดาว (ซึ่งช่วงฤดูแล้งจะมีพระสงฆ์นำผลไม้มาวางดักเพื่อชะลอการออกนอกป่า) มีเพียงบางตัวที่ลงมาบริเวณอ่างเก็บน้ำคลองหางแมวแล้วเดินกลับเข้าป่า ขณะที่ช้างตัวผู้จะข้ามไปผสมพันธุ์กับโขลงอื่นตามกลไกธรรมชาติ ไม่ได้เดินมาจากเขาอ่างฤาไนตามที่รายงาน EIA ระบุ

หากมีการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดจนน้ำท่วมพื้นที่ป่าราบ คำถามสำคัญคือ “ช้าง 70 ตัวจะไปไหน?” เนื่องจากพื้นที่อื่นต่างมีช้างเจ้าถิ่นจับจองอยู่แล้ว นายธรรมนูญ ได้เสนอแบบจำลองการเคลื่อนที่ของช้างไว้ 3 แนวทาง:

  1. อพยพสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว (จันทบุรี): ช้างจะเคลื่อนย้ายลงสู่พื้นที่ที่ยังไม่มีเจ้าถิ่น คือบริเวณ อ.ขลุง ติดกับ อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งมีสภาพเป็นภูเขาสันเต่า ช้างจะไม่ขึ้นไปนอนบนเขา แต่จะใช้วิธีซ่อนตัวในสวนยางพาราหรือป่าลุ่มตอนกลางวัน แล้วออกหากินในสวนผลไม้ของชาวบ้านตอนเย็น (ซึ่งล่าสุดเมื่อเดือนก่อน เจ้าหน้าที่น้ำตกพลิ้วรายงานว่าพบช้างเริ่มเข้ามาสำรวจพื้นที่แล้ว หลัง ครม. อนุมัติงบ 7,200 ล้านบาท)
  2. สร้างวงรอบการเดินใหม่: ช้างโขลงจำเป็นต้องมีพฤติกรรมการเดินเป็นวงรอบที่แน่นอน (ต่างจากช้างโทน) เช่นเดียวกับโขลง 120 ตัวในเขาอ่างฤาไนที่มีวงรอบการเดินทวนเข็มนาฬิกาทุก 4 เดือน ช้างโขลงนี้จะพยายามหาพื้นที่สร้างวงรอบใหม่ด้านล่างที่ไม่ซ้อนทับกับเจ้าถิ่น
  3. ทะลักข้ามฝั่งสู่จังหวัดสระแก้ว: บริเวณเขตรอยต่อระหว่างเขาชะเมา-เขาวง กับเขาอ่างฤาไน มีช้างอีกโขลงจำนวน 14 ตัว หากช้างโขลง 70 ตัวข้ามไปแย่งชิงพื้นที่ อาจกดดันให้โขลง 14 ตัว หรือช้างโขลงใหญ่ล้นข้ามฝั่งเข้าไปยังจังหวัดสระแก้ว

“ชาวบ้านภาคตะวันออกอยู่กับปัญหาช้างมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี ผมจึงไม่แปลกใจที่ชาวจันทบุรีลุกขึ้นมาคัดค้านเรื่องอ่างวังโตนด เพราะเขารู้ว่าถ้ามีอ่างเมื่อไหร่ คนที่ไม่เคยได้รับความเสียหายจากช้างอาจจะต้องเจอ และความเสียหายอาจรุนแรงขึ้นกว่าเดิม”

แฉ EIA นั่งมโนเส้นทางเดินช้าง-จับโป่งมาตรการแก้ปัญหา “ผีหลอก”

นายธรรมนูญ ได้เปิดเผยถึงความล้มเหลวของรายงาน EIA ในส่วนการสำรวจเส้นทางเดินช้างว่า ในรายงานเวอร์ชันแรกไม่มีข้อมูลดังกล่าว แต่เมื่อมีการทักท้วง ผู้จัดทำ EIA กลับนำ “เส้นทางลากไม้เก่าในป่า” มาลากขีดลงในแผนที่ ซึ่งเมื่อตนลงไปเดินสำรวจตามพิกัดจริง กลับไม่พบรอยเท้าช้างแม้แต่น้อย ยกเว้นเส้นหลักเส้นเดียว และในรายงานเวอร์ชันแก้ไขก็นำเส้นทางเดินช้างที่ไม่ได้สำรวจจริงมาใส่บรรจุไว้

นอกจากนี้ มาตรการลดผลกระทบ 3 ข้อแรกที่โครงการเสนอ ถือเป็นเรื่องที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริงในทางนิเวศวิทยา:

  1. การเคลื่อนย้ายช้างป่า 70 ตัว: เป็นข้อเสนอที่ไม่จริงจัง ลำพังการจัดการช้างสีดอหูพับเพียงตัวเดียว กรมอุทยานฯ ยังทำได้ยากลำบาก การเสนอย้ายช้าง 70 ตัวจึงเป็นการเขียนเพื่อโยนภาระให้กรมอุทยานฯ
  2. การสร้างแหล่งน้ำ-อาหารสำรองในเขาชะเมา-เขาวง: หากจะสร้างต้องไปทำเพื่อช้าง 140 ตัวทางตอนบนของเขาอ่างฤาไน ไม่ใช่ดึงช้างโขลงนี้ขึ้นไปเบียดเบียนเจ้าถิ่นเดิม
  3. การปลูกป่าเป็นแหล่งอาหารทดแทน: ไม่เคยมีใครเลียนแบบระบบนิเวศป่าธรรมชาติที่มีความซับซ้อน 21 ตัวแปรได้ การปลูกพืชอาหารโดยปราศจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่รองรับ พืชจะไม่สามารถเจริญเติบโตได้จริง

“ในเมื่อเนื้อหาใน EIA มันไม่ถูกต้อง จะมากำหนดมาตรการแก้ไขมันทำไม่ได้ ปัญหาช้างทุกวันนี้แก้กันมากว่า 20 ปียังแก้ไม่ได้ แล้วจะมาเพิ่มปัญหาอีกได้อย่างไร… ชลประทานได้เขื่อน ได้ผลงาน ได้ผู้รับเหมาไปแล้ว สร้างเสร็จคือจบ ภาระตกอยู่กับสังคมและกรมอุทยานฯ”

ดันทำ “บัญชีต้นทุนธรรมชาติ” ชี้หยุดสร้างเขื่อนคือทางออกเดียว

ในช่วงท้ายของการบรรยาย นายธรรมนูญ ได้เสนอทางออกเชิงโครงสร้าง โดยเรียกร้องให้มีการจัดทำ “บัญชีต้นทุนธรรมชาติ” (Natural Capital Accounting) ก่อนจะอนุมัติโครงการพัฒนาใดๆ เนื่องจากทรัพยากรป่าไม้และระบบนิเวศในปัจจุบันไม่สามารถสร้างทดแทนกันได้ด้วยงบประมาณการปลูกป่า

พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้แก้ไขหลักเกณฑ์การทำ EIA โดยจะต้องไม่จำกัดพื้นที่ศึกษาไว้เพียงรัศมี 3-5 กิโลเมตร เนื่องจากพฤติกรรมช้างป่าในพื้นที่ราบสามารถเดินทางได้วันละ 20 กิโลเมตรเป็นเรื่องปกติ การศึกษาผลกระทบจึงต้องติดตามรอยทางไปจนถึงจังหวัดจันทบุรี และต้องประเมินมูลค่าความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนออกมาเป็นตัวเลขทางการเงินที่ชัดเจน

“บทสรุปคือ EIA ทำข้อมูลไม่จริง เมื่อทำไม่จริง การวิเคราะห์ผลกระทบก็ผิดพลาด ถ้าทำข้อมูลจริงจะรู้ว่าอ่างเก็บน้ำตรงนี้สร้างไม่ได้ การไม่สร้างคือการรักษาสายพันธุ์และบ้านของช้าง รวมทั้งรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน… ตอนนี้เขาพยายามจะคุยเรื่องมาตรการลดผลกระทบ ผมรู้สึกว่าเขาไม่ได้จริงใจที่จะคุย เป็นการคุยเพื่อถ่วงเวลา รอหาจังหวะทางการเมืองเข้าทางเมื่อไหร่ก็ผลักดัน” นายธรรมนูญ กล่าวทิ้งท้าย