เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เริ่มแล้วงานรับสร้างบ้าน EXPO 2026 จัดโปรฉ่ำ ‘ต้นแบบ’ เครือแสนสิริลดราคาสูงสุด 5 ล้าน
Real Estate เริ่มแล้วงานรับสร้างบ้าน EXPO 2026 จัดโปรฉ่ำ ‘ต้นแบบ’ เครือแสนสิริลดราคาสูงสุด 5 ล้าน
ม.หอการค้าจับมือ YEC เปิด ‘UBS Live Contest 2026’ ปั้นนักขายออนไลน์รุ่นใหม่สู่ตลาดโลก
Uncategorized ม.หอการค้าจับมือ YEC เปิด ‘UBS Live Contest 2026’ ปั้นนักขายออนไลน์รุ่นใหม่สู่ตลาดโลก
EIC จับตาสหรัฐขึ้นภาษีรอบใหม่ หวั่นไทยเจอเรียกอัตราสูงขึ้น-บีบเจรจา
Finance EIC จับตาสหรัฐขึ้นภาษีรอบใหม่ หวั่นไทยเจอเรียกอัตราสูงขึ้น-บีบเจรจา
โอปอล-สุชาตา ในวันที่อำลามงฟ้า แต่คุณค่าจะคงอยู่ตลอดไป
Biz Movement โอปอล-สุชาตา ในวันที่อำลามงฟ้า แต่คุณค่าจะคงอยู่ตลอดไป
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท รูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เลื่อนยาวไปช่วงโลว์ซีซั่นเมษายน 2570
Economic ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เลื่อนยาวไปช่วงโลว์ซีซั่นเมษายน 2570
MBK ส่งบริษัทลูก PRG เข้าถือหุ้น รพ.วิชัยเวช 20.03% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
Finance MBK ส่งบริษัทลูก PRG เข้าถือหุ้น รพ.วิชัยเวช 20.03% ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
‘เอกนิติ’ เผยสื่อนอก อาจเก็บภาษี ‘อีวีนำเข้าทั้งคัน’ ราว 30 %
Finance ‘เอกนิติ’ เผยสื่อนอก อาจเก็บภาษี ‘อีวีนำเข้าทั้งคัน’ ราว 30 %
“อมตะ” ดึงทุนจีน Homa ทุ่มลงทุน 3.1 พันล้าน ปักฐานการผลิตตู้เย็นในชลบุรีป้อนตลาดยุโรป
Economic “อมตะ” ดึงทุนจีน Homa ทุ่มลงทุน 3.1 พันล้าน ปักฐานการผลิตตู้เย็นในชลบุรีป้อนตลาดยุโรป
ยอดขอไฟ Data Center 35 GW เป็นดีมานเทียม กระทรวงพลังงานใส่ PDP 2026 แค่ 8.8 กิกะวัตต์
Economic ยอดขอไฟ Data Center 35 GW เป็นดีมานเทียม กระทรวงพลังงานใส่ PDP 2026 แค่ 8.8 กิกะวัตต์
ดูทั้งหมด

ต่ออายุ ไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลแจกใหม่ 2 เดือน “คนละครึ่ง”

16 ก.ย. 2569 | 13:27น.
ลุยไฟ ? ลุยต่อ "ไทยช่วยไทยพลัส" เฟส 2 : 2 เดือน

“รัฐบาลสีน้ำเงิน” ประสานเสียงรับลูก แงะทุกกระปุก-โยกทุกกระเป๋า ลุยต่อ “ไทยช่วยไทยพลัส” 2 เดือน ฟังความอีกด้าน เสนาธการฝ่ายกฎหมาย-เศรษฐกิจ

จาก 60/40 เป็น 50/50

ชัดเจนแล้วโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” สูตรรัฐบาลอนุทิน งัดมาใช้รับมือวิกฤตพลังงาน บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประชาชน หวังจุดกำลังซื้อฐานรากทางเศรษฐกิจ เฟสแรกที่กำลังหมดอายุ 30 ก.ย.นี้ รัฐบาลสีน้ำเงินภายใต้การนำ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคแกนนำรัฐบาล จะลุยต่อเฟสสองทันที อีก 2 เดือน (ต.ค. – พ.ย.)

โดยการประชุมบอร์ดกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ซึ่งมี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดคลัง นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน จะหยิบยกวาระต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่กระทรวงการคลัง จะนำเสนอขึ้นมาพิจารณา

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง ค่อนข้างยืนยันแล้วว่า จะพิจารณาการต่ออายุมาตรการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)  โดยอาจปรับสูตรกลับมาใช้ “50/50” หรือ “คนละครึ่ง” เนื่องจากจะใช้วงเงินน้อยกว่า แต่ได้จำนวนคนและระยะเวลาที่มากกว่า  โดยโจทย์คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องการให้มีการต่ออายุออกไปอีกประมาณ 2 เดือน ช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. นี้

รัฐบาลส่งสัญญาญลุยต่อ

เมื่อ 12 ก.ย. ในวันประชุมพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ยอมรับสั่งให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง พิจารณาขยายระยะเวลาดำเนินโครงการอีก 1-2 เดือน เพื่อนำวงเงินที่ยังเหลืออยู่มาใช้อย่างต่อเนื่องแต่ต้องอยู่ภายในกรอบวงเงินเดิม เพราะมองว่าการขยายเวลาครั้งนี้คาบเกี่ยวกับการเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายปี 69 เพื่อทำให้เงินหมุนเวียนลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากทันท่วงที

และภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 15 ก.ย. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ คอนเฟิร์มย้ำว่า จากสถานการณ์ขณะนี้ที่ประเทศไทยมีความเสี่ยงเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ผลกระทบจากตะวันออกลาง ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงเพิ่มขึ้น นายกฯ เข้าใจสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ จึงให้แนวทาง นายเอกนิติ พิจารณาต่อโครงการดังกล่าว 2 เดือน ส่วนรายละเอียดและเงื่อนไขคลังจะเป็นฝ่ายประเมินและพิจารณาความชัดเจน

แงะทุกกระปุก-โยกทุกกระเป๋า

สำหรับงบที่จะมาดำเนินโครงการฯ เฟส 2 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสํานักงบประมาณ เผยว่างบประมาณก้อนแรกจาก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ยังเหลือราว 4 – 5 หมื่นล้าน ฉะนั้นมีความพร้อมขับเคลื่อนโครงการได้ทันที

ก่อนแสดงความมั่นใจตอนนี้รัฐบาลมีเงินหลายกระเป๋าทั้งงบประมาณปกติ งบ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ สามารถนำมาใช้ได้ทันทีหากสถานการณ์มีความจำเป็น และงบเงินกู้ฯ 2 แสนล้านบาทส่วนที่เดิมวางแนวทางใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงาน สามารถโยกมามาดำเนินการได้ เพราะ พ.ร.ก.ฯ ไม่ได้เขียนห้ามเอาไว้

สอดคล้องกับ นางศุภจี ระบุว่ารัฐบาลถ้าจะดำเนินการจะต้องแคะทุกกระปุก ทั้งจาก พ.ร.ก.เงินกู้ หรืองบฯประจำ โดย นายเอกนิติ ขุนคลังจะเป็นผู้ประเมินว่าจะใช้งบกระปุกไหนของรัฐบาลเพื่อมาดำเนินการ

ฟังความอีกด้าน จำเป็น-เร่งด่วนหรือไม่

ส่วนคำถามถึงความจำเป็น แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล มองว่าการดำเนินต่อโครงการเฟสสอง ต้องพิจารณาให้รอบด้านจากตัวเลขเศรษฐกิจก่อนหน้า ถ้าทำให้ตัวเลขดีดีพีขึ้นมา 3-4 % ก็น่าจะดำเนินการได้อยู่ แต่อีกมุมมองว่าอาจยังไม่จำเป็นที่จะต้องดำเนินการในขณะนี้ แต่สุดท้ายอยู่ที่นโบายรัฐบาลเป็นผู้พิจารณา

“มองว่าการดำเนินโครงการดังกล่าว หากทำต่อไปจะให้ประชาชนเสพติด อยากมีเยอะๆ และตลอด ซึ่งจะเป็นการเสียเงินเยอะ”

ส่วนการกระตุ้นควรเป็นแบบระยะสั้นหรือยาว แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล มองว่าภาวะเศรษฐกิจแบบนี้นี้ถ้าดำเนินการไม่ยืดยาวยั่งยืน ฉะนั้นควรทำเรื่องการส่งออก หรือการลงทุนของภาคเอกชนที่กำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ ที่จะส่งผลต่อแรงขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจในระยะยาวได้ดี ฉะนั้นเมื่อเปิดปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลควรอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนเข้าไปก็อาจทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจดีขึ้น

ขณะที่ แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบบาล อีกคน มองว่าโครงการดังกล่าวรัฐบาลไม่ควรจะนำงบทั้งสองส่วนมาใช้รวมกัน เพราะเดิมแผนระบุชัดอยู่แล้วว่า งบ 2 แสนล้านแรกจุดประสงค์เพื่ออะไร งบ 2 แสนล้านที่สองมีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงาน ฉะนั้นควรดำเนินการตามนั้น และศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้แล้ว แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงิน จะเป็นผู้พิจารณา

“ถ้าเอางบการเปลี่ยนผ่านพลังไป ไปทำไทยช่วยไทยพลัส มันไม่ใช่ ซึ่งรัฐบาลอาจทำเป็นแบบ 50 : 50 หรือใช้งบประมาณส่วนแรกเท่านั้นเพื่อให้พอ คิดว่าคงไม่เอางบประมาณก้อนหลังมาใช้รวมกัน”

เปิดคำวินิจฉัยศาล รธน. เกณฑ์ใช้เงิน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 69 องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) มีคำวินิจฉัยการใช้ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทนี้ว่าพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ. 2569 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้นำไปใช้ได้ ดังนี้

(1) เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน” เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก (7 ต่อ 2) วินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง

แต่ส่วนที่บัญญัติว่า (2) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและประชาชนทั่วไป ให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เสียงตุลาการ 2 จาก 7 คน มองว่า ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

อนึ่งตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 172 บัญญัติไว้ว่า ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์ จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติ ก็ได้การตราพระราชกำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้ เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน ที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไทยช่วยไทยพลัส