ทองร่วงแรง ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยในรอบ 3 ปี พร้อมเปิดทางขึ้นอีก 1 ครั้งปีนี้
MTS GOLD ชี้ “เฟด” ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% กดทองร่วงกว่า 130 เหรียญ พร้อมเปิดทางขึ้นอีก 1 ครั้งปีนี้ นักวิเคราะห์ชี้หลุด 4,300 เหรียญ แนวรับระยะยาวถัดไปอยู่บริเวณ 4,010 เหรียญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ราคาทองคำเช้านี้ (17 ก.ย.) เพจ MTS GOLD ของห้างทองแม่ทองสุก ระบุว่า ราคาทองคำตลาดโลกเผชิญแรงขาย โดยปรับร่วงกว่า 130 เหรียญ ลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่บริเวณ 4,235 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติเป็นเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
โดย Kevin Warsh ประธาน Fed ระบุว่า แรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่ชะลอลงอย่างชัดเจน และแม้ Fed ไม่สามารถควบคุมราคาน้ำมันหรืออาหารได้โดยตรง แต่การขึ้นดอกเบี้ยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้แรงกดดันด้านพลังงานลุกลามไปยังราคาสินค้าและบริการในวงกว้าง
ขณะที่ตลาดตอบรับท่าที Fed ในเชิงเข้มงวดมากขึ้น โดยดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นเหนือระดับ 100 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) สหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น โดย US 10Y Yield กลับขึ้นมาปิดบริเวณ 5.01% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ส่วน Bond Yield 2 ปีปรับขึ้นจากความคาดหวังว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกก่อนสิ้นปี
ทั้งนี้ ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -31.54 เหรียญ หรือ -0.73% มาอยู่ที่ระดับ 4,263.85 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,307.23 เหรียญ
ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.71 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,051.99 ตัน ภาพรวมเดือนกันยายนซื้อเข้า 9.63 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-ปัจจุบัน ขายสุทธิ 20.02 ตัน
นักวิเคราะห์จาก Kitco มองว่า แม้ทองคำระยะสั้นยังอ่อนตัว แต่แนวโน้มระยะกลางถึงยาวยังเป็นขาขึ้น หากราคาปิดรายวันยืนเหนือ 4,300 เหรียญได้ โดยมีโอกาสกลับขึ้นทดสอบ 4,400 เหรียญ และ 4,755 เหรียญ ขณะที่หากหลุด 4,300 เหรียญ แนวรับระยะยาวถัดไปอยู่บริเวณ 4,010 เหรียญ