EGCO ลุย Asset Recycling ซื้อ 45% โรงไฟฟ้าก๊าซนิวยอร์ก 615 MW รับรู้กระแสเงินสดทันที
EGCO Group เดินหน้ากลยุทธ์ Asset Recycling นำเงินสดจากการหมุนเวียนสินทรัพย์ลงทุนต่อในโรงไฟฟ้า CCGT “Astoria Energy II” ในนครนิวยอร์ก ขนาด 615 เมกะวัตต์ เข้าถือหุ้นทางอ้อม 45.0549% มีสัญญา Tolling Agreement ระยะยาวกับ NYPA รับรู้กระแสเงินสดทันที เสริมพอร์ตสหรัฐฯ ฐานการเติบโตอันดับ 2 รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก AI และ Data Center
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เดินหน้าขยายการลงทุนในสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้กลยุทธ์ “Asset Recycling” หรือการหมุนเวียนสินทรัพย์ นำเงินทุนจากสินทรัพย์ที่เติบโตเต็มที่แล้วกลับมาลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง โดยล่าสุดเข้าซื้อหุ้นทางอ้อม 45.0549% ในบริษัท Astoria Energy II LLC (AE II) เจ้าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ (CCGT) Astoria Energy II กำลังผลิต 615 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในเขตควีนส์ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
EGCO Group ดำเนินการลงทุนผ่าน EGCO New York, LLC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ EGCO ถือหุ้นทั้งหมด โดยได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับ Gulf Pacific Power, LLC (GPP) กองทุน Private Equity ที่บริหารโดย Harbert Power หน่วยงานด้านการลงทุนในธุรกิจพลังงานของ Harbert Management Corporation เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569
การเข้าลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนกลยุทธ์ “POWER4” ของ EGCO Group ที่มุ่งบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนและจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย โดยนำกระแสเงินสดจากการหมุนเวียนสินทรัพย์ที่เติบโตเต็มที่แล้วกลับมาต่อยอดในสินทรัพย์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์และสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทันที

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group กล่าวว่า การลงทุนในโรงไฟฟ้า Astoria Energy II เป็นแนวทางที่ชัดเจนของการดำเนินกลยุทธ์ Asset Recycling อย่างมีวินัย โดยบริษัทนำเงินทุนและสภาพคล่องจากการรีไซเคิลสินทรัพย์ที่เติบโตเต็มที่แล้ว มาหมุนเวียนลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูงที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น และเสริมความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสด
สำหรับโรงไฟฟ้า Astoria Energy II มีกำลังผลิต 615 เมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ และเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2554 จุดแข็งสำคัญอยู่ที่ทำเลและโครงสร้างรายได้ โดยตั้งอยู่ในเขตควีนส์ ใกล้สนามบินลาการ์เดีย และอยู่ในพื้นที่ Zone J ของระบบไฟฟ้านครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงและมีข้อจำกัดด้านพื้นที่สำหรับพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า
นอกจากนี้ AE II ยังมีสัญญา Tolling Agreement ระยะยาวกับ New York Power Authority (NYPA) ซึ่งเป็นองค์กรไฟฟ้าสาธารณะของรัฐนิวยอร์ก ภายใต้โครงสร้างสัญญาดังกล่าว โรงไฟฟ้าจะให้บริการผลิตไฟฟ้าและบริการเสริมระบบตามเงื่อนไขของสัญญา ส่งผลให้สินทรัพย์มีโครงสร้างรายได้ที่มีความแน่นอนมากขึ้น และช่วยลดความผันผวนจากราคาก๊าซธรรมชาติเมื่อเทียบกับการขายไฟฟ้าในตลาดแบบเปิด
อีกปัจจัยที่ EGCO Group ให้ความสำคัญคือศักยภาพของโรงไฟฟ้าในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการขยายตัวของ AI และ Data Center ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องการไฟฟ้าปริมาณมากและต้องการความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระดับสูง
การเข้าซื้อ AE II จึงเป็นการเพิ่มสินทรัพย์โรงไฟฟ้าฐานที่มีความยืดหยุ่นให้กับพอร์ตสหรัฐฯ ขณะเดียวกันยังช่วยเสริมความสามารถของ EGCO Group ในการรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เนื่องจากโรงไฟฟ้า CCGT สามารถทำหน้าที่เป็นกำลังผลิตที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้ระบบไฟฟ้าในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนมีความผันผวน
นายธวัชชัยกล่าวว่า สหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์อันดับ 2 ของ EGCO Group และการเข้าถือหุ้น AE II จะเข้ามาเสริมกับพอร์ตสินทรัพย์เดิมในสหรัฐฯ ทั้งโรงไฟฟ้า Linden Cogen, Compass Portfolio รวมถึงสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนของ Apex Clean Energy และ Pinnacle II
การลงทุนดังกล่าวทำให้ EGCO Group มีฐานสินทรัพย์ที่ครอบคลุมทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งสามารถรองรับทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก AI และ Data Center และแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดของสหรัฐฯ
สำหรับภาพรวมการดำเนินงาน ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 EGCO Group มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 6,791 เมกะวัตต์ ทั้งโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยเป็นกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียน 1,648 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 24% ของกำลังผลิตทั้งหมด
ปัจจุบันธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องของ EGCO Group ครอบคลุม 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ขณะที่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องยังครอบคลุมธุรกิจเชื้อเพลิงและสาธารณูปโภค รวมถึงธุรกิจ Customer Solution และ Startup
การลงทุนใน AE II จึงสะท้อนทิศทางการบริหารพอร์ตของ EGCO Group ที่ไม่ได้มุ่งเพิ่มกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการหมุนเวียนเงินทุนจากสินทรัพย์เดิมเข้าสู่สินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดและเพิ่มมูลค่าให้พอร์ตได้ทันที โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก AI, Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ทั้งนี้ EGCO Group ระบุว่า การดำเนินกลยุทธ์ Asset Recycling อย่างต่อเนื่องจะเป็นกลไกสำคัญในการรักษาวินัยด้านเงินทุน ควบคู่กับการสร้างการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว โดยบริษัทจะมุ่งบริหารพอร์ตสินทรัพย์ให้มีความยืดหยุ่น และจัดสรรเงินทุนไปยังโครงการที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดที่มั่นคง
—